
"พัฒนา เชียงแรง" เธอเป็นใครกันแน่?
เภสัชกรหน้าหวานคนนี้ เป็นใครมาจากไหนและเกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่ !?
จากเหตุสลด ที่ พัฒนา เชียงแรง อายุ 48 ปี ผู้ช่วยเภสัชกร เสียชีวิตภายในวัดพระธรรมกาย ด้วยอาการหอบหืดกำเริบ เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา โดยมีผลการชันสูตรศพ แพทย์ระบุเป็นการตายผิดธรรมชาติ จากสาเหตุเบื้องต้น คือ ปอดอักเสบและติดเชื้อ ซึ่งส่งผลให้สังคมไทยมีดราม่าให้พูดต่อไม่จบอยู่นั้น
หลายคนอยากรู้ว่า เภสัชกรหน้าหวานคนนี้ เป็นใครมาจากไหนและเกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่
พัฒนา เชียงแรง พื้นเพเดิมเป็นสาวชาวเหนือ โดยเพียงนามสกุล ก็ทายได้เลยว่าเธอเป็นคนที่ไหน เพราะบ้านของเธอตั้งอยู่เลขที่ 44 หมู่ 3 ต.เชียงแรง อ.ภูซาง จ.พะเยา
และจากข้อมูลตามข่าวสารระบุว่า พัฒนา เชียงแรง นั้นมีชื่อเล่นว่า “หล้า” ซึ่งน่าจะแปลว่า น้องสาวคนเล็ก เพราะเธอยังมีพี่ๆ อีก 5 คน ที่เกิดแต่มารดา คือ คำจวน เชียงแรง อายุ 78 single mom ที่เลี้ยงลูกคนเดียว เนื่องจากสามี หรือ บิดาของหล้าเสียไปกว่า 30 ปี แล้ว
แน่นอนว่า การสูญเสียน้องคนเล็กของครอบครัว ส่วนหนึ่งทุกคนต้องเศร้าเสียใจอย่างสุดซึ้ง แต่อีกทางหนึ่งคือ “หล้า” ยังถือเป็นกำลังหลักของครอบครัว ดูแลทุกคนในครอบครัวด้วย
โดยครอบครัวของเธอเล่าว่า “หล้า” นั้นจะคอยดูแลแม่ที่ไม่สบาย เนื่องจากป่วยด้วยโรคประจำตัวที่เป็นโรคหัวใจ ความดัน โดยทุกเดือน “หล้า” จะกลับมาบ้านเพื่อพาแม่ไปหาหมอตามนัด
กลับบ้านครั้งหนึ่งจะพาแม่ไปหาหมอและอยู่ดูแลจนแม่สบายขึ้นนานประมาณ 2 สัปดาห์ ก็จะขับรถกลับกรุงเทพฯ โดยที่อยู่ปัจจุบันนี้ ก็สร้างขึ้นมาจากน้ำพักน้ำแรงของลูกสาวคนสุดท้องคนนี้
มีคำบอกเล่าจากพี่สาวของหล้าว่า ตนได้พบหน้าน้องสาวครั้งสุดท้าย เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเธอขับรถกลับบ้านมาพาแม่ไปหาหมอ และกลับไปทำงานที่กรุงเทพฯ ก่อนหน้าที่จะได้รับข่าวเสียชีวิตประมาณ 10 วัน ไม่สามารถติดต่อทางโทรศัพท์ได้เลย จนกระทั่งพี่ชายได้ข่าวทางโทรทัศน์มาบอกข่าวร้าย
นอกจากนี้ บัวลอย จตุนาม สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เชียงแรง อ.ภูซาง จ.พะเยา ซึ่งเป็นญาติของ “หล้า” น.ส.พัฒนา ยังได้กล่าวว่า พัฒนาหรือน้องหล้าเป็นคนที่อัธยาศัยดีมาก ทุกคนในครอบครัวในหมู่บ้านต่างก็รัก “น้องหล้า” ทุกคน เวลาน้องหล้ากลับมาบ้านจะมีแต่ความรักและอบอุ่นสนุกสนาน เพราะเธอเป็นที่รักของทุกคน เมื่อวันนี้เธอจากไปมีแต่คนเสียใจจนบอกไม่ถูก
ขณะที่ สมจิต เชียงแรง อายุ 61 ปี ซึ่งเป็นพี่ชายคนโตของ พัฒนา เชียงแรง กล่าวว่า ปกติเมื่อหล้ากลับบ้านก็พูดคุยกันปกติ ไม่มีวี่แววว่าจะเจ็บป่วยหรือมีโรคประจำตัวใดๆ จึงไม่อยากจะเชื่อว่าน้องสาวจะมาตายแบบนี้
และตอนนี้ครอบครัวยังไม่อยากพูดอะไรมาก อยากจัดงานให้น้องสาวอย่างดีที่สุด ส่วนเรื่องจะร้องเรียนหรือขอความเป็นธรรมจากกรณีที่น้องสาวต้องมาตาย ทางญาติยังไม่คิดอะไรในตอนนี้อยากจะจัดงานให้เสร็จก่อนค่อยว่ากันอีกที
อย่างไรก็ดี จากประวัติของหล้าก่อนเสียชีวิต พบว่าเธอคนนี้น่าจะเลื่อมใสในวัดพระธรรมกายอย่างสุดหัวใจ โดยนอกจากเธอจะเป็นลูกศิษย์วัดพระธรรมกายแล้ว เธอยังทำงานในวัดพระธรรมกายมาตั้งแต่ปี 2540 รวมเวลาแล้วก็นับว่านานมากสำหรับคนๆ หนึ่ง
โดยมีหน้าที่เป็น “ผู้ช่วยเภสัช” คอยจ่ายยาภายในวัดพระธรรมกาย ขณะที่ยังมีกระแสข่าวระบุว่า เธอยังมีน้องชายอีกคนหนึ่งเป็นพระบวชอยู่ที่วัดพระธรรมกายแห่งนี้ด้วย
ทั้งนี้ คนในวัดพระธรรมกายจะรู้จักเธอ และเรียกเธอว่า “พี่พัฒ” หรือ “กัลฯ พัฒนา เชียงแรง” โดยคำว่า กัลฯ มาจาก คำว่า กัลยาณมิตร ซึ่งสำหรับที่วัดพระธรรมกายแล้ว ถือว่าเป็นบุคคลที่คนธรรมกายให้ความยอมรับนับถือ ว่าเป็นผู้มีศรัทธาในวัด ในพระธัมมชโย ยอมสละความสุขส่วนตัว มาอยู่ช่วยงานวัดอย่างทุ่มเท ด้วยมีศรัทธาสูงมาก
นี่อาจจะเป็นมุมหนึ่งของเรื่องราวชีวิตของ “หล้า” พัฒนา เชียงแรง เรื่องราว 20 ปีในวัดพระธรรมกาย จะเป็นอย่างไรบ้างนั้น คงต้องถามคนในวัด แต่ที่แน่ๆ หากไม่ศรัทธาจริง คงทำไม่ได้



