คอลัมนิสต์

“แชมป์โลก” ปราบค้ามนุษย์ !?  

“แชมป์โลก” ปราบค้ามนุษย์ !?  

06 ก.พ. 2560

“แชมป์โลก” ปราบค้ามนุษย์ !?  : ขยายปมร้อน โดยนันทิดา พวงทอง สำนักข่าวเนชั่น 

                                               

          เข้าสู่ฤดูกาลพิจารณาจัดอันดับ “รายงานการค้ามนุษย์” ( Trafficking in Person Report : Tip Report) ประจำปี 2559 แล้ว (เดือน เม.ย.59 - มี.ค.60)  โดยกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา เป็นผู้จัดทำขึ้นทุกปี เพื่อสะท้อนสถานการณ์การค้ามนุษย์ในประเทศต่างๆ 

   

           เมื่อสัปดาห์ก่อน “นายดอน ปรมัตถ์วินัย" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการด้านประชาสัมพันธ์และกฎหมายที่เกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาค้ามนุษย์ ร่วมแท็กทีมกับผู้แทนกระทรวงแรงงาน กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงยืนยันรายงานผลการดำเนินการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ของไทย ว่า มีความคืบหน้า ซึ่งปัจจุบัน แอบแฝงมาในลักษณะ  “การค้าทาสสมัยใหม่” ในกลุ่มบังคับใช้แรงงาน ธุรกิจทางเพศ ผู้ลี้ภัย และการทำประมง รวมทั้งกลุ่มเสี่ยงสตรีเด็ก ให้ได้รับการคุ้มครองและปราบปรามการค้ามนุษย์หมดไปอย่าง "สิ้นเชิง” และ “ยั่งยืน”  

      

           ภายใต้ "ยุทธศาสตร์ 5 พี"  คือ นโยบาย (Policy) , การดำเนินคดีและบังคับใช้กฎหมาย (Prosecution) , การคุ้มครอง (Protection) , การป้องกัน (Prevention) และความร่วมือกับภาคส่วนต่างๆ (Partnership)  ซึ่งใช้เป็นเครื่องมือปราบปรามการค้ามนุษย์ที่ “รัฐบาลประยุทธ์” ให้ความสำคัญ และยกเป็นวาระแห่งชาติต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน  

                    

          ถ้าฟังสุ้มเสียงของ รมว.กต.แล้ว มีความเชื่อมั่นว่า ผลการดำเนินงานที่นำเสนอนั้นดีกว่า 2 ปีที่ผ่านมา และเป้าหมายของไทย ไม่ใช่เพียงแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ เพื่อหวังให้สหรัฐฯ เลื่อนชั้นให้ไทยดีขึ้น จากปัจจุบันจัดให้ไทย อยู่ที่ “Tier 2 Watch list” หรือ “กลุ่มที่ 2 บัญชีรายชื่อประเทศที่ต้องจับตา” เท่านั้น 

                                

           แต่ ไทยต้องการครอง “แชมป์มาตรฐานโลก" และเป็น "ศูนย์กลางของภูมิภาค" ในการแก้ไขปัญหาค้ามนุษย์ของโลก นี่เป็นเป้าหมายหลัก หวังให้สอดคล้องกับร่างกรอบยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (2560-2579) และแผนยุทธศาสตร์ 4 ปี ของกระทรวงการต่างประเทศ (2558 - 2561)             

      

          ในรายงานผลการดำเนินงานแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ของไทย ปีนี้ (ฉบับที่ยังไม่เผยแพร่ต่อสาธารณะ) ที่ได้ส่งไปยังสหรัฐฯแล้ว เมื่อวันที่ 31 ม.ค.ที่่ผ่านมา โดยสาระสำคัญๆ สถิติปี 2559 คดีค้ามนุษย์จำนวน 333 คดี และ อัยการสั่งฟ้องคดีในปี 2559 มีจำนวน 301 คดี มีจำนวนผู้ต้องหา 268 คน มีการยึดทรัพย์คิดเป็นเงิน 784 ล้านบาท และปีนี้ มีการเอาผิด เจ้าหน้าที่รัฐที่พัวพันกับการค้ามนุษย์ ซึ่งเป็น เจ้าหน้าที่ตำรวจ 10 คน  

 

“แชมป์โลก” ปราบค้ามนุษย์ !?  

                        

            ด้านการคุ้มครอง ยกระดับการช่วยเหลือผู้เสียหาย เพื่อสร้างชีวิตใหม่ให้สามารถกลับคืนสู่สังคมได้ และจะต้องไม่สุ่มเสี่ยงต่อการตกเป็นเหยื่อซ้ำ โดยปีที่ผ่านมาได้ขยายโอกาสการทำงานและหางานให้กับผู้เสียหาย รวม 196 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2558 ถึง 3.51 เท่า นอกจากนี้ ยังขยายระยะเวลาอนุญาตให้ผู้เสียหายและพยาน(ชาวต่างชาติ)ในการค้ามนุษย์ สามารถอาศัยในไทยต่อได้ จากเดิม 1 ปีเป็น 2 ปี  

 

“แชมป์โลก” ปราบค้ามนุษย์ !?  

   

            ส่วนการป้องกัน ยังดำเนินการอย่างเข้มข้น ในมาตรการส่งเสริมและปกป้องสิทธิของแรงงานทุกสัญชาติในไทยอย่างเท่าเทียม ปัจจุบันมีแรงงานต่างด้าวในไทยที่ลงทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย 2.66 ล้านคน โดยเป็นแรงงานต่างด้าวในไทย ผ่านความร่วมมืออย่างมีระบบ ภายใต้บันทึกความเข้าใจระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน 381,000 คน เพิ่มจากปีก่อน ร้อยละ 64

                   

            คำถามอยู่ที่ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ จะประกาศรายงานการค้ามนุษย์ ในช่วงเดือน มิ.ย.นี้  แล้วไทยจะไปถึงฝั่งฝันหรือไม่??!! 

        

            ในรอบปีที่ผ่านมา ได้เห็น ผลงานปราบปรามการค้ามนุษย์ที่มีความเอาจริงเอาจัง มีการบุกจับ "สถานบริการอาบ อบ นวด นาตารี" ซึ่งค้าบริการทางเพศหญิงต่างด้าวจำนวนมาก และพบบัญชีรายชื่อ ตร.รับส่วยด้วย นี่จัดได้ว่า เป็นคดีสร้างความครึกโครม แต่ ไม่ใช่คดีขนาดใหญ่ หากเทียบกับ “คดีค้นพบสุสานโรฮิงญา” ที่สามารถสาวไปสู่การจับกุมเครือข่าย “ธุรกิจค้าแรงงานทาสโรฮิงญา” ปี 58  

           

            ทว่า  ยิ่งมีการจับกุมเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระทำผิดในคดีค้ามนุษย์ที่เกิดขึ้นใหม่ ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึง "วินัยและกฎระเบียบของเจ้าพนักงานรัฐที่หย่อนยาน" แล้วในรายงานที่ไทยส่งให้สหรัฐฯ มีการพูดถึงการปรับแก้ไข “กฎระเบียบที่เคร่งครัดและบทลงโทษทางวินัยที่เข้มข้น” กับเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนกระทำผิดนี้ด้วย หรือไม่  

    

           ทั้งนี้ การที่ “ประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์” มีทัศนคติต่อผู้อพยพโยกย้ายถิ่นฐานที่ต่างไปจากรัฐบาลของ “บารัค โอบามา” ซึ่งนายทรัมป์ให้การเพ่งเล็ง กีดกันประเทศมุสลิม และจับตาให้ความสำคัญกับกลุ่มก่อการร้าย มากกว่าเรื่องการค้ามนุษย์ และการรักษาสิทธิมนุษยชน 

            

           แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า จะเป็นเหตุให้การพิจารณาจัดอันดับการค้ามนุษย์ของสหรัฐฯ ย่อหย่อนลง เนื่องจากได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์กฎหมายคุ้มครองเหยื่อการค้ามนุษย์ของสหรัฐ (Trafficking Victims Protection Act: TVPA) ปี 2000 เริ่มบังคับใช้เมื่อเดือนตุลาคมปีเดียวกัน มีเป้าหมายคุ้มครองเหยื่อการค้ามนุษย์และทาสยุคใหม่ ทั่วโลก ทั้งใน และต่างประเทศ ทั้งนี้ ในกระบวนการพิจารณารายงานการค้ามนุษย์ สหรัฐฯ จะต้องมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้แทนจากองค์กรพัฒนาเอกชน และคำชี้แจงจากผู้แทนภาครัฐ เพื่อนำไปประกอบพิจารณาร่วมกัน 

    

            ผลงานการปราบปรามการค้ามนุษย์ของไทยที่ผ่านมา ประกอบกับท่าทีไทยในการมีส่วนร่วมกับต่างชาติ และกลุ่มความร่วมมือต่างๆ โดยเฉพาะการที่ นายดอน เดินทางไปร่วมประชุมอาเซียนฉุกเฉิน เพื่อหารือ “ปัญหาโรฮิงญา” ด้วยตนเองที่กรุงย่างกุ้ง ได้แสดงให้เห็นถึงบทบาทแข็งขันของไทย เพื่อแก้ไขปัญหาค้ามนุษย์ในมิติที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ 

                  

          อย่างไรก็ตาม พิจารณาโดยภาพรวมการดำเนินงานของไทยทั้งหมดแล้ว อาจส่งผลเป็น ปัจจัยบวก ที่ทำให้สหรัฐฯ รับพิจารณา เพราะตราบใดที่ไทยสามารถปฏิบัติได้ตามเกณฑ์ที่วางไว้ ก็จะได้รับเลื่อนชั้นในอันดับที่ดีขึ้นตามความเหมาะสม