
“เฮียลบ-ไซซะนะ” มาเฟียสองฝั่งโขง
ปฏิบัติการ ‘ชัยยะสยบไพรี 60/1’ บุกจับ ไซซะนะ แก้วพิมพา พ่อค้ายาบ้าชาวลาว กลางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดูตื่นเต้นเร้าใจเหมือนฉากหนังบู๊
ในมุมข่าวสาร สำหรับเมืองไทย อาจดูเป็นเรื่องปกติ แต่ที่ตื่นตะลึงไปทั้งประเทศ ก็คือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) นับแต่วินาทีแรกที่มีการเผยแพร่ข่าวสารผ่านสำนักข่าวออนไลน์ทางฝั่งไทย สื่อโซเชียลฝั่งลาวก็แชร์ต่อทันที
‘ไซซะนะ แก้วพิมพา’ หรือที่ชาวลาวเรียกขานกันติดปากว่า ‘เฮียลบ’ เกิดที่บ้านดอนลับ เมืองหินบูน แขวงคำม่วน (ตรงข้าม อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม) ไม่มีใครยืนยันถึงฐานะดั้งเดิมของเฮียลบ นอกจากคำบอกเล่าผ่านสื่อโซเชียลว่า เขาได้หย่ากับภรรยาคนแรก และมีภรรยาคนใหม่อยู่ในเวียงจันทน์
อดีต ‘ท่าอุเทน-หินบูน’ เป็นเส้นทางลำเลียงกัญชาของนักการเมืองไทยคนหนึ่ง และธุรกิจค้ากัญชาข้ามโขง ก็ถูกแทนที่ด้วยการค้ายาบ้าของมาเฟียลาวในปัจจุบัน
10 กว่าปีมานี้ เฮียลบร่ำรวยขึ้นผิดหูผิดตา คนส่วนใหญ่จะทราบว่าเขาประกอบธุรกิจโรงเลื่อย และมีชื่อเสียงโดดเด่นในสังคมคนชั้นสูง
ปัจจุบัน คำม่วน-นครพนม ก็เป็นจุดขนส่งยาเสพติดของเครือข่ายเฮียลบ
เฮียลบ ชอบสะสม ‘รถซูเปอร์คาร์’ สุดหรูมากกว่า 20 คัน ทั้ง ลัมโบร์กินี่, ปอร์เช่, ออดี้ ฯลฯ
ลาวเป็นประเทศเล็กๆ มีประชากร 6 ล้านกว่าคน และคาดว่ามีคนร่ำรวยที่สุดไม่กี่ตระกูล ฉะนั้น ‘เศรษฐีใหม่’ อย่างเฮียลบ ใครต่อใครย่อมรู้จักมักคุ้น จึงไม่แปลกใจที่ชาวโซเชียลลาว ได้แชร์ภาพเฮียลบ ถ่ายภาพคู่กับคนดัง หรือ ‘ลูกหลานนักการเมืองฝั่งซ้าย’ เพราะสังคมคนชั้นสูงในลาวมันแคบ
มิเพียงเท่านั้น เฮียลบยังมีผู้เล่นระดับ “เซเลบลาว” อีกคนหนึ่งเป็นผู้ประสานงานกับ “คนบันเทิงไทย” ผ่านช่องทีวีลาวช่องหนึ่ง โดยมีการจัดกิจกรรมบันเทิงสองฝั่งโขง
ภาพอีกด้านหนึ่งของเฮียลบ คือ “นักพนันฟุตบอล” และ ‘นักเลงไก่ชน’ โดยสังเวียนไก่ชนในเวียงจันทน์ ก็จะพบเห็นเฮียลบกับไก่ชนตัวเก่งอยู่เป็นประจำ
กลางปีที่แล้ว เป็นที่โจษขานกันทั้งเวียงจันทน์ เมื่อไก่ชนเฮียลบชนะไก่ชนราชาเพลงเพื่อชีวิต คว้าเงินเดิมพันก้อนโต
แหล่งข่าวฝั่งซ้ายเปิดเผยว่า ขบวนการค้ายาเสพติดของ ‘เฮียลบ’ นั้น เป็นไปไม่ได้ที่จะรอดพ้นสายตาของเจ้าหน้าที่ตำรวจลาว เพียงแต่เขามีเกราะป้องกันเป็น ‘ผู้มีอำนาจ’ ในการเมืองลาว จึงยืนยงอยู่ได้หลายปี ไม่มีตำรวจลาวคนไหนเข้าไปจับกุม
"มีข้อน่าสังเกตว่า เฮียลบถูกตำรวจไทยจับกุม หลังจากผู้มีอำนาจที่คุ้มครองเขาพ้นจากเก้าอี้ความมั่นคง จึงมีข่าวตำรวจไทยได้รับความร่วมมือจากทางการลาวในการให้ข้อมูลเฮียลบ” แหล่งข่าว กล่าว
สำนักข่าวสารปะเทดลาว รายงานว่า ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามไปยังกระทรวงป้องกันความสงบ (กระทรวงตำรวจ) ว่าจะมีการแถลงข่าวเรื่องนี้หรือไม่? แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบใดๆ รวมถึงสถานีโทรทัศน์ป้องกันความสงบ และหนังสือพิมพ์ป้องกันความสงบ ก็ไม่ได้นำเสนอรายงานข่าวการจับกุมพ่อค้ายาบ้าชาวลาว
อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกของคนลาวที่แสดงออกผ่านสื่อโซเชียล ส่วนใหญ่ชื่นชมการทำงานของตำรวจไทย และตั้งข้อสงสัยตำรวจลาวว่า ทำไมจึงปล่อยนักค้ายาเสพติดรายใหญ่ลอยนวลอยู่เป็นเวลาหลายปี
พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตํารวจปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยการเคลื่อนไหวของไซซะนะว่า จุดแข็งการทำธุรกิจค้ายาของไซซะนะ คือวิธีการติดต่อสื่อสารกับลูกค้า ซึ่งมีพัฒนาการเหนือกว่าเครือข่ายค้ายาเสพติดรายอื่นๆ อย่างมาก
อย่างเช่น เครือข่ายของขุนส่า อดีตผู้นำกองทัพเมิงไต รวมถึงเล่าต๋า แสนลี่ นักค้ายาเสพติดรายใหญ่ภาคเหนือ เพราะเครือข่ายเหล่านี้จะตั้งฐานการผลิตในป่าเขา ก่อนจะลำเลียงยาเสพติดด้วยสัตว์ เช่น ม้า ลา หรือรถจักรยานยนต์
ที่สำคัญเครือข่ายเหล่านี้จะไม่ลงมาติดต่อซื้อขายด้วยตัวเอง แต่จะกำหนดพื้นที่ซื้อขายและส่งของกันตามแนวชายแดน แตกต่างกับไซซะนะที่จะลงมาเล่นกับผู้ค้ารายย่อย โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยเฉพาะแอพพลิเคชั่นไลน์
“วิธีการของไซซะนะ จะใช้วิวัฒนาการทางเทคโนโลยีในการติดต่อสื่อสาร เช่น การใช้ไลน์ หรือการส่งข้อความที่เป็นรหัสลับ ซึ่งรู้กันระหว่างคู่ค้า เพื่อนัดพบสถานที่รับยาเสพติด การลงมาติดต่อกับผู้ค้ารายย่อยเอง ก็ช่วยให้สามารถรับรู้ได้ว่าพื้นที่ใดควรทำการค้า รวมถึงหาที่พักยาเสพติดด้วย”
ส่วนวิธีการขนย้ายยาเสพติด จะใช้รถยนต์ราคาแพงขนส่งตบตาการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ที่ตั้งด่านตรวจ
นี่คือฉากและชีวิตเฮียลบ..นักค้ายายุค 4.0 ที่สร้างเครือข่ายจนกลายเป็นมาเฟียสองฝั่งโขง



