
"ระดมสอบสินบน "โรลส์-รอยซ์" -"ซ้ำซ้อน"หรือ "ซ้ำเสริม "
สินบน"โรลส์-รอยซ์" หน่วยงานตรวจสอบของไทยต่างพากันเข้าตรวจสอบ จน ทาง ปปช.อังกฤษ เองก็สับสนว่า หน่วยงานไหนกันแน่ เป็นหน่วยงานหลักในการตรวจสอบเรื่องนี้
เป็นข่าวใหญ่โตอยู่ในขณะนี้ กรณีการจ่ายสินบนของบริษัท โรลส์-รอยซ์ ผู้ผลิตเครื่องยนต์อากาศยาน ในการจัดซื้อเครื่องยนต์เครื่องบินโบอิ้ง 777 รวม 3 ครั้งในช่วงปี 2534-2548 เป็นเงิน 1,253 ล้านบาท โดยบริษัท โรลส์-รอยซ์ ออกมายอมรับกับสำนักงานปราบปรามการทุจริตของประเทศอังกฤษ (เอสเอฟโอ) ว่าได้จ่ายสินบนผ่าน “นายหน้า” ให้แก่“การบินไทย” ให้ช่วยจัดซื้อเครื่องยนต์เครื่องบิน
และในเวลาไล่เลี่ยกัน กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ ก็สอบสวนพบว่า มีการจ่ายสินบนของบริษัท โรลส์-รอยซ์ เอเนอร์จี ซิสเต็ม ให้กับผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ ปตท.และบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม ในช่วงปี 2546-55 เกี่ยวกับเครื่องอัดก๊าซ เป็นเงินกว่า 385 ล้านบาท
ขณะเดียวกันกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เปิดเผยว่า บริษัท เจเนอรัล เคเบิล จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายสายเคเบิลและสายไฟฟ้าจากสหรัฐฯ ติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐในไทย จำนวน 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2555-2556 เพื่อให้ได้จำหน่ายสายไฟฟ้า ให้แก่การไฟฟ้าภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวง และบริษัท ทีโอที
เมื่อทั้ง 3 เรื่องปรากฏเป็นข่าว“ฉาวโฉ่” ที่สะเทือนเลือนลั่นไปทั้งโลก และเกี่ยวข้องกับคนไทยด้วย ทำให้หลายหน่วยงานของรัฐต่างเข้าไปตรวจสอบ
“ ขณะนี้มีหลายหน่วยงาน ”มะรุมมะตุ้ม“ ตรวจสอบทั้ง ป.ป.ช. ,สตง. , ป.ป.ท., ปปง. ” วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผย
ทั้งนี้ เรื่องที่หน่วยงานรัฐ ต่างเข้าไปตรวจสอบในเรื่องเดียวกัน โดยเฉพาะในเรื่องที่สำคัญๆ ซึ่งกำลังเป็นข่าวโด่งดังหรือเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญและสนใจ มักเกิดให้เห็นขึ้นอยู่บ่อยครั้ง ทำให้“ภาพ”ที่ออกไปสู่สาธารณชน ดูไม่ค่อยดีนักว่า หน่วยงานรัฐ แย่งกันทำงาน เป็นการทำงานที่ซ้ำซ้อน โดยหวังที่จะหยิบฉวยเป็นผลงานของตนเอง
อย่างในอดีต ก็มีตัวอย่าง กรณีเกี่ยวกับความโปร่งใสของโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ บนพื้นที่โรงเรียนนายสิบ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่มีมูลค่าในการก่อสร้างกว่า 1 พันล้านบาท และดำเนินการโดยกองทัพบก (ทบ.) สมัยที่ พล.อ. อุดมเดช สีตบุตร เป็น ผบ.ทบ. ซึ่งขณะนั้นถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก
แต่หน่วยงานแรกที่“ปูด” ผลสอบออกมา ก็คือ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ซึ่งเข้าไปตรวจสอบเรื่องนี้ ว่า จากการตรวจสอบรายรับ-รายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ ไม่พบสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด
ขณะที่ “คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ”(ป.ป.ช.) ก็ได้มีมติออกมาในเรื่องนี้เช่นกันแต่หลัง สตง.ไป“หลายขุม” ว่า ที่ประชุม ป.ป.ช.มีมติเป็นเอกฉันท์ เห็นว่าโครงการดังกล่าวเป็นการดำเนินการถูกต้องตามระเบียบปฏิบัติทุกประการ จึงมีมติว่าไม่พบความผิดปกติของการดำเนินการโครงการดังกล่าว
กรณีหลังสุดนี้ก็เช่นกัน สำนักงาน ป.ป.ช.อังกฤษหรือ เอสเอฟโอ ที่ ป.ป.ช.ไทย ได้ประสานขอข้อมูลเกี่ยวกับ“สินบน” โรลส์-รอยซ์ ที่จ่ายให้กับคนไทย ได้ทำหนังสือตอบกลับมาว่า พร้อมให้ข้อมูลในทุกประเด็นที่ต้องการ แต่ขอให้ทางป.ป.ช.ไทย ทำหนังสือยืนยันมาอย่างเป็นทางการ ว่า เป็นหน่วยงานหลักมีหน้าที่รับผิดชอบในการตรวจสอบเรื่องนี้ ทั้งนี้ คงเนื่องจาก ป.ป.ช. อังกฤษ กำลังสับสนกับหน่วยงานต่างๆของไทย ที่ต่างพากัน“เฮโล” ขอข้อมูล จาก ป.ป.ช. อังกฤษ หลังจากมีข่าวอื้อฉาวเรื่องนี้ออกมา
นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการ สตง. กล่าวถึงกรณีการเข้าไปตรวจสอบ ว่า สตง. เข้าไปตรวจสอบทั้ง 3 เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นกรณีบริษัทโรลส์-รอยซ์ จ่ายสินบนผ่าน“นายหน้า”ให้แก่การบินไทย เพื่อให้ช่วยจัดซื้อเครื่องยนต์เครื่องบิน ,การจ่ายสินบนของบริษัท โรลส์-รอยซ์ เอเนอร์จี ซิสเต็ม ให้กับผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ ปตท.และบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม เกี่ยวกับเครื่องอัดก๊าซ เป็นเงินกว่า 385 ล้านบาท รวมทั้งบริษัท เจเนอรัล เคเบิล จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายสายเคเบิลและสายไฟฟ้าจากสหรัฐฯ ติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐในไทย จำนวน 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อให้ได้จำหน่ายสายไฟฟ้า ให้แก่การไฟฟ้าภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวง และบริษัท ทีโอที
“ ที่ สตง. ต้องเข้าไปตรวจสอบ เพราะมีหน้าที่ตามกฎหมาย ในการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของหน่วยงานภาครัฐ ,ตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างที่เกี่ยวกับการเงิน ดังนั้นทั้ง 3 เรื่องจึงอยู่ในอำนาจของ สตง.ที่จะเข้าไปตรวจสอบได้ แม้ว่าทั้ง 3 เรื่อง จะไม่มีการร้องเรียนมายัง สตง. ก็ตาม และ ตอนนี้เรามีข้อมูลเกี่ยวกับคนที่เกี่ยวข้องกับ”กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง“แล้วทั้งกรณี ซื้อเครื่องยนต์เครื่องบินของการบินไทยและเครื่องจักรของ ปตท. เริ่มตั้งแต่คนที่เสนอเรื่องไปจนถึงคนที่ลงนามอนุมัติจัดซื้อ ,คณะกรรมการคัดเลือกรวมทั้งบอร์ด แต่ละเรื่องมีคนเกี่ยวข้องประมาณ 20-30 คน เราก็นำรายชื่อคนเหล่านั้นมากางดู เพื่อหาตัวคนรับสินบน จากนั้นส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวนดำเนินการต่อไป ส่วนที่เรื่องนี้มีหลายหน่วยงานเข้าไปทำ จนอาจจะถูกมองว่าเป็นการ”ซ้ำซ้อน“ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร เป็นการที่หลายหน่วยงานช่วยกันตรวจสอบ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี ผมว่าเป็นการ”ซ้ำเสริม“ มากกว่า ”
ขณะที่นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการ ปปท. บอกว่า ปปท.ในฐานะเป็นกลไกของรัฐบาล จะทำการรวบรวมข้อมูลที่เกิดขึ้นนำมาวิเคราะห์ เพื่อหามาตรการป้องกัน แล้วเสนอให้กับรัฐบาลต่อไป แต่จะไม่ทำในส่วนคดี หากมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อคดี เราก็จะส่งให้กับ ป.ป.ช.
เช่นเดียวกับ ป.ป.ง. ที่ได้รับการประสานจาก ป.ป.ช. อย่างเงียบๆ ให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินว่าเกี่ยวข้องกับใครบ้าง
เรื่อง"สินบนโรลส์-รอยซ์" สุดท้ายจะเป็น"คลื่นกระทบฝั่ง"หรือไม่ ต้องติดตามชม



