คอลัมนิสต์

ส่องนโยบายกทม.ยุค"อัศวิน"-แรงกดดันความหวัง"คนกรุง"

ส่องนโยบายกทม.ยุค"อัศวิน"-แรงกดดันความหวัง"คนกรุง"

20 ธ.ค. 2559

นโยบายของผู้ว่า กทมฯคนใหม่ "อัศวิน" ขวัญเมือง" มีอะไรบ้าง และต่างจากนโยบายของ ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯคนก่อน อย่างไรบ้าง

 

         ผ่านไปแล้วสำหรับการประกาศนโยบายผู้ว่าฯกทม. คนใหม่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ต่อการบริหารกรุงเทพฯเมื่อวันที่14ธันวาคม ที่ผ่านมา 

        เป็นนโยบายที่สะท้อนมาจากบุคลิกและตัวตน"บิ๊กวิน" ซึ่งชัดเจนในคาเร็คเตอร์กระชับรวดเร็วในฐานะอดีตนายตำรวจ"สายบู๊" ตามสโลแกนที่ประกาศไว้ว่า "ผลักดันทันใจ แก้ไขทันที NOW! กับผู้ว่าฯอัศวิน" 

        กว่าจะเคาะแนวทางนโยบายทั้งหมดนั้น แก่นนโยบายทุกด้านมาจากต้นทาง"สำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล" รวบรวมข้อมูลและภารกิจของทุกหน่วยงานในสังกัดก่อนส่งให้กลับมาให้พล.ต.อ.อัศวิน"กลั่นกรอง" ข้อมูลด้วยจนออกมาเป็นนโยบายในครั้งนี้ด้วยตัวเอง

       เมื่อลงรายละเอียดนโยบายกทม.ช่วงเปลี่ยนผ่าน"บิ๊กวิน"ได้ตกผลึกที่"1 ภารกิจพิเศษ 5 นโยบายทันใจ 19 ภารกิจผลักดันทันที" โดย"ภารกิจพิเศษ" อันดับหนึ่ง ถูกโฟกัสไปที่การบริหารมณฑลพิธีท้องสนามหลวงทุกมิติ ตั้งแต่การเดินทางอาหารที่พักความปลอดภัยการแพทย์ สาธารณสุขเพื่อดูแลประชาชนที่เดินทางมากราบพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯให้ได้รับความสะดวกมากที่สุด

        สำหรับ5นโยบายทันใจ ประกอบด้วย1.สะอาด (CLEAN) :บ้านเมืองสะอาด การบริหารราชการใสสะอาด2.สะดวก (CONVENIENT) :เดินทางสะดวก ใช้ชีวิตสะดวก ข้อมูลสะดวก สะอาด3.ปลอดภัย (COMMUNITY) :ชีวิตปลอดภัย ทรัพย์สินปลอดภัย ชุมชนและสังคมปลอดภัย สะอาด4.คุณภาพชีวิตดี (CARE) :ดูแลคุณภาพชีวิตประชาชน สิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศ5.วิถีพอเพียง (COMMON WAYS OF LIVING) :ภูมิใจในรากฐานไทย พอใจในความเป็นอยู่

       ส่วนนโยบายที่"เปลี่ยนแปลง" จากยุคอดีตผู้ว่าฯกทม.ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร จะพบว่า1."น้ำรอการระบาย" เป็นประโยคที่สังคมเคยวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักซึ่งพล.ต.อ.อัศวินได้เปลี่ยนเป็น "น้ำเร่งระบาย"เพื่อเปลี่ยนความรู้สึกด้วยประโยคสื่อสารชุดใหม่ออกมาถึงสังคม2."จับมอเตอร์ไซค์ทางเท้า" เป็นนโยบายเฟสสองจากแผนจัดระเบียบเมื่อผู้ค้าย้ายออกหลายพื้นที่กลับทำให้กลุ่มมอเตอร์ไซค์มักง่ายใช้จังหวะนี้ขับขี่บนทางเท้าเดือดร้อนไปถึงประชาชนซึ่งปัญหานี้อดีต "นายตำรวจกองปราบ"ประกาศไว้งานนี้เอาจริงสั่งเทศกิจพบจุดไหนจับปรับทันที

       3.โครงการปลูกป่าชายเลนเฉลิมพระเกียรติ เขตบางขุนเทียน เป็นภารกิจแรกๆที่พล.ต.อ.อัศวิน ประกาศจะเดินหน้า ภายหลังชายทะเลบางขุนเทียนถูกน้ำเซาะไปกว่าปีละ7เมตร โดยแผนครั้งนี้กทม.ตั้งเป้าปลูก3ปี ให้ได้3,000ไร่4."บิ๊กคลีนนิ่ง" เป็นสิ่งที่ปฏิบัติมาทุกยุคผู้ว่าฯกทม.แต่ผู้ว่าฯอัศวิน ประกาศว่างานนี้ต้องทำทุกเขต ทุกเดือน ทุกพื้นที่5."ทบทวน"การใช้เลนจักรยาน เพื่อเปิดพื้นที่จราจรให้มากกว่าเดิม

        ขณะเดียวกันในวันแถลงนโยบาย มีหลายประโยคสำคัญที่"บิ๊กวิน" ได้ให้"พันธสัญญา" กับชาวกรุงเทพฯอาทิ“ผมจะไม่เอาชื่อเสียงตัวเองที่สะสมมา และชื่อเสียงวงศ์ตระกูลมาหมดไปกับกทม. เพราะกรุงเทพฯสร้างผมขึ้นมา จะมาตายในกรุงเทพฯไม่ได้” หรือ "ผมจะคิดไปข้างหน้า จะไม่ปัดสวะออกไป ผมจะหารือกับทีมงานฝ่ายบริการ สภากทม. ข้าราชการ จะไม่มีทะเลาะกัน จะแพ็คกันเหนียวแน่น เพื่อประโยชน์ของชาวกรุงเทพฯ และคิดเผื่ออนาคตไว้แล้ว ไม่ได้คิดเอาตัวรอดไปวันๆ"

       ที่สำคัญเรื่องมาตรฐานบริหารงบประมาณกทม. จากการวิพากษ์วิจารณ์ของสังคมในอดีตนั้น พล.ต.อ.อัศวิน บอกไว้ว่า “การบริหารงบประมาณของกทม. จะไม่ทำในสิ่งที่ประชาชนลำบากใจ ผมมีรองผู้ว่าฯกทม. มีฝ่ายข้าราชการประจำ ก็ได้พูดคุยกับข้าราชการว่า ขอให้ทำงานอย่าให้ใครมาตำหนิได้ ส่วนผมเป็นผู้ว่าฯกทม. ไม่ต้องการให้ใครมาชม แต่อย่าด่าผมว่าขี้โกงก็พอ”

       ทั้งหมดจึงเป็นสัญญาจากผู้ว่าฯอัศวิน ต่อการบริหารศาลาเสาชิงช้า ท้าทายไปถึงความหวังจากคนกรุงเทพฯ ซึ่งหลังจากนี้จะเป็นแรงกดดันในคำพูดสิ่งที่พล.ต.อ.อัศวินประกาศไปแล้ว ทำได้จริงหรือไม่?!?