คอลัมนิสต์

สาวกเน็ตสู้ตาย...“4 ด่าน” พ.ร.บ.คอมพ์

สาวกเน็ตสู้ตาย...“4 ด่าน” พ.ร.บ.คอมพ์

19 ธ.ค. 2559

เปิด 4 ประเด็น ที่สาวกออนไลน์ออกมาคัดค้าน ร่างพ.ร.บ.คอมพ์ ระบุเข้าข่ายละเมิดสิทธิเสรีภาพโลกไซเบอร์

    คำสั่งด่วนยกเลิกการพิจารณา “ร่างพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ” จากเดิมที่กำหนดไว้วันที่ 15 ธันวาคม ให้เลื่อนเป็น 16 ธันวาคมแทนนั้น สร้างความกดดันต่อไปให้สาวกออนไลน์เป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าจะสำเร็จในการผนึกกำลังสร้างกระแสคัดค้านและรวบรวมรายชื่อได้มากกว่า 3 แสนคนนั้น แต่ดูเหมือนจะไม่กระเทือนความรู้สึกของรัฐบาล คสช. 

    ทั้งนี้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือสนช.ได้ผ่านวาระ 3 ร่างกฎหมายฉบับนี้อย่างเอกฉันท์เมื่อวันศุกร์ที่ 16 ธันวาคม และพร้อมเดินหน้าเตรียมประกาศใช้กฎหมายฉบับนี้อย่างเต็มลูกสูบ…

    ทีมข่าว “คม ชัด ลึก” ได้สรุป 4 ด่านสำคัญที่สาวกออนไลน์ออกมาคัดค้าน เพราะมองว่าเป็นการทำลายล้างซึ่ง “สิทธิเสรีภาพโลกไซเบอร์”

    ย้อนไปช่วงหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา กลุ่มเครือข่ายคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ ทั้งเอ็นจีโอ นักวิชาการ ทนายความ ฯลฯ พยายามนำเสนอข้อมูลให้ประชาชนรู้ตัวว่า ขณะนี้มีความพยายามจะปรับปรุงกฎหมายปราบอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ฉบับเดิม ให้มีบทลงโทษที่เข้มข้นและเพิ่มอำนาจหลายประการในการจัดการและควบคุมผู้ใช้อินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะการเปิดให้ลงชื่อร่วมรณรงค์ออนไลน์ผ่านในเว็บไซต์ชื่อดัง change.org ในหัวข้อ “หยุด Single Gateway หยุดกฎหมายล้วงข้อมูลส่วนบุคคล” 

    ช่วงบ่ายวันที่ 15 ธันวาคม มีผู้เข้าไปลงชื่อสนับสนุนเพิ่ม 3.3 แสนคน ซึ่งเป้าหมายที่ตั้งไว้คือ 5 แสนคน!

สาวกเน็ตสู้ตาย...“4 ด่าน” พ.ร.บ.คอมพ์

    ความเป็นมาที่สาวกออนไลน์ต้องร่วมผนึกกำลังกันต่อสู้กฎหมายฉบับนี้ สืบเนื่องจากมีการเสนอให้ปรับปรุง “พระราชบัญญัติความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์” ที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2550 โดยอ้างว่าเทคโนโลยีเครือข่ายอินเทอร์เน็ตช่วงสิบปีที่ผ่านมามีความล้ำหน้าไปมาก ทำให้โจรหรืออาชญากรออนไลน์มีเทคนิควิธีการการทำผิดหรือทำให้เกิดความเสียหายกับธุรกรรมคอมพิวเตอร์ รวมถึงคดีร้ายแรงต่างๆ แต่กฎหมายคอมพิวเตอร์ยังไม่ครอบคลุมในความผิดบางประการ ดังนั้นการปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์จึงเป็นเรื่องจำเป็น และร่างฉบับปี 2559 ก็ได้ผ่านความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในวาระที่ 2 เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ที่ผ่านมาไปเรียบร้อยแล้ว และมีการปรับปรุงแก้ไขรายละเอียดบางประการ จนพร้อมจะให้ สนช.พิจารณาในวันที่ 15 ธันวาคม แต่โดนคำสั่งเลื่อนกะทันหันเสียก่อน

    พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ประธานกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ให้สัมภาษณ์ว่า การพิจารณากฎหมายนี้ จะเป็นวาระ 3 ตอนนี้คงชะลอหรือทบทวนอีกไม่ได้ ต้องเดินไปตามกระบวนการพิจารณากฎหมายแต่ขอเลื่อนวาระการพิจารณาเป็นวันที่ 16 ธันวาคม แทนเนื่องจากการประชุมสนช.ในวันที่ 15 ธันวาคม มีวาระการพิจารณากฎหมายฉบับอื่นที่ต้องใช้เวลานาน

    หากสรุปเนื้อหากฎหมายหรือประเด็นที่สาวกออนไลน์ต้องช่วยกันผนึกกำลังคัดค้านให้สำเร็จ มี 4 ด่านด้วยกัน ได้แก่

    ด่าน 1 “ปิดหู ปิดตา ปิดปาก” ด่าน 2 “ลงโทษเหมารวม” ด่าน 3 “ศาลเตี้ย” และด่าน 4 “อำนาจดาบอาญาสิทธิ์”

    "ด่าน 1 ปิดหู ปิดตา ปิดปาก” : เนื้อหาร่างกฎหมายมีข้อความจำกัดเสรีภาพในการแสดงออก การเข้าถึงและการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของประชาชน โดยเฉพาะ “มาตรา 14” ที่ระบุโทษจำคุกสูงถึงห้าปี หรือปรับ 1 แสนบาท ซึ่งสรุปเนื้อหาได้ดังนี้

    “มีการทุจริต มีการหลอกลวง มีการนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และกระทบความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน”

    หากพิจารณาจากเนื้อหามาตรานี้ พบข้อความที่เปิดกว้างมาก สามารถนำไปสู่การกลั่นแกล้งได้ ทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัวและไม่กล้าเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารหรือแสดงความคิดเห็นต่างๆ ถือเป็นการปิดหู ปิดตา และปิดปาก สาวกออนไลน์อย่างสมบูรณ์แบบ

    "ด่าน 2 ลงโทษเหมารวม” : เนื่องจากมาตรา 15 ได้กำหนดโทษไปถึง “ผู้ให้บริการ” ต้องร่วมรับผิดรับโทษ หากมีใครมาโพสต์หรือเผยแพร่ข้อความหรือเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย ถือว่าเข้าข่าย “ให้ความร่วมมือ ยินยอม หรือรู้เห็นเป็นใจ” โดยไม่เปิดโอกาสให้มีการโต้แย้งหรือพิสูจน์ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องจริงหรือไม่

    “ด่าน 3 ศาลเตี้ย” : การเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่รัฐตั้งศาลเตี้ยได้ง่าย เนื่องจากมีหลายข้อความในกฎหมายฉบับนี้ "ให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่รัฐใช้ดุลพินิจในการจัดการทันที" กรณีที่จะเกิดผลกระทบด้านบริการหรือความปลอดภัยต่อสาธารณะ รวมถึงเรื่องความมั่นคง และเรื่องเกี่ยวกับศีลธรรมอันดีงามของประชาชน โดยไม่ได้กำหนดนิยามความหมายของข้อความเหล่านี้ไว้อย่างชัดเจน ทำให้เกิดโอกาสตีความผิดพลาดได้ง่าย และที่สำคัญคืออาจมีการกลั่นแกล้งใช้ประโยชน์จากข้อความเหล่านี้ทำผิดกฎหมายเรียกร้องผลประโยชน์บางประการเสียเอง

    “ด่าน 4 อำนาจดาบอาญาสิทธิ์" : สร้างความกังวลใจให้นักกฎหมายและเครือข่ายสาวกออนไลน์เป็นอย่างมาก เนื่องจากกฎหมายฉบับใหม่กำหนดให้มีการตั้งคณะกรรมการ 2 ชุด ทำหน้าที่เสมือนเปาบุ้นจิ้นมีดาบอาญาสิทธิ์ตัดสินข้อร้องเรียนต่างๆ ได้แก่

    “คณะกรรมการเปรียบเทียบ” จำนวน 3 คน ตามมาตรา 17/1 มีอำนาจเปรียบเทียบปรับได้ กรณีการกระทำความผิดโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี เช่น คดีแฮ็กเกอร์โขมยเข้าระบบคอมพิวเตอร์ หรือคดีเปิดเผยรหัสลับพาสเวิร์ดของคนอื่น ฯลฯ

สาวกเน็ตสู้ตาย...“4 ด่าน” พ.ร.บ.คอมพ์

    “คณะกรรมการกลั่นกรองข้อมูลคอมพิวเตอร์” จำนวน 9 คน ตามมาตรา 20 ซึ่งสนช.ปรับแก้จาก 5 คนเป็น 9 คน และดึงบุคคลจากด้านสิทธิมนุษยชน ด้านเทคโนโลยีสื่อสารและสื่อมวลชน เข้ามานั่งในกรรมการชุดนี้เพื่อถ่วงดุลอำนาจ

    ซึ่งกรรมการชุดนี้มีอำนาจตัดสินเรื่องร้องเรียนข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มี 2 ลักษณะ คือ 1.ขัดต่อความสงบเรียบร้อย 2.ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน ถ้าพบว่าทำผิดให้ตัดสินสั่งลบข้อมูลออกจากระบบคอมพิวเตอร์ได้เลย ถ้าใครไม่พอใจก็ไปร้องเรียนต่อศาลยุติธรรมตามขั้นตอนเอาเอง ซึ่งหลายฝ่ายรับไม่ได้เพราะถือเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างมาก และมีข้อกังขาว่าท่านเปาบุ้นจิ้นจะเอามาตรฐานอะไรมาพิสูจน์ว่าการกระทำใดขัดต่อความสงบ และเนื้อหาหรือรูปภาพแบบไหนที่ขัดต่อศีลธรรม เพราะศีลธรรมของแต่ละคน แต่ละชุมชน แต่ละท้องถิ่นแตกต่างกันไป

    ล่าสุด “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาคัดค้านร่างกฎหมายข้างต้น โดยแสดงความเห็นว่า มีความสุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลรวมถึงตัวแทนจาก “สภานักศึกษา” มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ออกแถลงการณ์แสดงความกังวลถึงการให้ดุลพินิจกับพนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาเกี่ยวกับคำว่าศีลธรรมอันดีของประชาชน อาจก่อให้เกิดการตีความไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของกฎหมายได้

    ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า จำเป็นต้องมีพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ เพราะมีข้อมูลด้านลบมาจากต่างประเทศโดยเฉพาะการหมิ่นสถาบัน ขอประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลบิดเบือนซึ่งมีการระดมต่อต้านร่างพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวย้ำรัฐบาลไม่ต้องการลิดรอนสิทธิใดๆ

    "อาทิตย์ สุริยะวงศ์กุล" ตัวแทนเครือข่ายพลเมืองเน็ต ยอมรับว่า แม้ประชาชนจะออกมาร่วมกันลงชื่อคัดค้านกว่า 3 แสนรายชื่อ แต่ในที่สุดสนช.จะผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้ไปแล้ว 

สาวกเน็ตสู้ตาย...“4 ด่าน” พ.ร.บ.คอมพ์

    ดังนั้นขั้นตอนการเคลื่อนไหวต่อไป คือการติดตามว่ากฎหมายลูกหรือประกาศของกระทรวงที่เกี่ยวข้องในรายละเอียดจะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะปฏิกิริยาของ “กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม” ว่ามีแนวโน้มไปในทิศทางใด ก่อนทางเครือข่ายจะมีมาตรการเคลื่อนไหวครั้งต่อไป

    จากวันนี้ไป ต้องเฝ้าติดตามว่า สาวกออนไลน์จำนวนกว่า 3 แสนคนนั้น จะมีกลยุทธ์ต่อสู้เพื่อช่วยกันผ่าน 4 ด่านสำคัญรูปแบบไหน รวมถึงฝ่ายรัฐบาลด้วยว่าจะออกมาโน้มน้าวให้ประชาชนเข้าใจและยอมรับกฎหมายฉบับนี้อย่างไร

ทีมข่าวรายงานพิเศษ