คอลัมนิสต์

(รายงาน) ไม่เอา “ผู้ตรวจการเลือกตั้ง” จากคนนอก

(รายงาน) ไม่เอา “ผู้ตรวจการเลือกตั้ง” จากคนนอก

16 ธ.ค. 2559

ถอดข้อเสนอ ข้อท้วงติง จากเวทีรับฟังความเห็น ร่าง พ.ร.ป.คณะกรรมการการเลือกตั้ง : ขนิษฐา เทพจร สำนักข่าวเนชั่น รายงาน

                                

           หลังจากคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เผยแพร่เนื้อหาของ“ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ฉบับเบื้องต้น” ไปเมื่อวันที่15 ธ.ค. ในวันถัดมา ได้จัดเวทีเพื่อรับฟังความคิดเห็นของภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง อาทิ ตัวแทนนักการเมือง, ตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง, ตัวแทนจากกระทรวงมหาดไทย และ ประชาชนทั่วไป                                 

          โดยเวทีรับฟังความเห็นได้รับความสนใจจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ส่งผู้เข้าร่วม ประมาณ70คน ซึ่งมีข้อเสนอและความเห็นต่อการปรับปรุงเนื้อหา โดยเฉพาะด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ “กกต.” ด้านกำกับการเลือกตั้งที่โปร่งใส ไม่มีการทุจริตซื้อเสียงและทำงานเป็นมาตรฐานเดียวกันทุกพรรคการเมือง                                        

            ทั้งนี้ ก่อนการให้ผู้เข้าร่วมเสนอความเห็น“กรธ.” นำโดย “มีชัย ฤชุพันธุ์” พร้อมคณะ ร่วมชี้แจงถึงสาระและเจตนารมณ์สำคัญของจัดทำกฎหมาย โดยย้ำถึง การปรับโฉมองค์กรให้เป็น“กกต. ยุคใหม่” และตั้งความหวังให้เป็นหน่วยงานที่จรรโลงสังคม และทำให้สภาการเมืองทุกระดับ ได้คนดี ไม่คดโกง ไม่ทุจริต เข้าไปทำงานเพื่อประโยชน์บ้านเมืองและส่วนร่วม 

 

              (รายงาน) ไม่เอา “ผู้ตรวจการเลือกตั้ง” จากคนนอก       

                 

           ในสาระที่แปลกใหม่ คือออกแบบกลไกให้ “กกต.” มีเครือข่ายแจ้งเบาะแส-ให้ข้อมูลด้านพฤติกรรมของนักเลือกตั้ง ประชาชน ต่อประเด็นพฤติกรรมตามกฎหมายเลือกตั้ง ทั้ง “ผู้ตรวจการเลือกตั้ง” – “ประชาชน” นอกจากนั้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการหาข่าวเจาะในพื้นที่ เขียนให้ “กกต.” มีงบประมาณลับ เพื่อใช้ด้านหน่วยข่าว และให้สิทธิ กกต. ตั้งหน่วยข่าวของตนเองได้ หรือ จ้างหน่วยราชการด้านการข่าวทำงานในพื้นที่ได้                                      

           ส่วนสาระของเนื้อหาและประเด็นสำคัญที่ “กรธ.” ชี้แจง ดูเหมือนว่าตัวแทนพรรคการเมืองและตัวแทนประชาชน ยังมองไม่เห็น เป้าหมายแห่งความฝัน ในรูปแบบเดียวกัน                                    

           โดยความเห็นของตัวแทนพรรคการเมืองขนาดเล็ก อาทิพรรคเสรีรวมไทย, ชาติประชาธิปไตยก้าวหน้า, พรรคประชาธิปไตยใหม่ มองตรงกันถึงประสิทธิภาพการทำงานของ “กกต.” ที่ต้องมีความเข้มแข็ง ตัดสินใจลงโทษผู้กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งโดยไม่หวั่นเกรงอิทธิพลของผู้มีอำนาจทางการเมือง แต่ไม่เห็นด้วยที่ ตัด “กกต.ประจำจังหวัด” ออกและแทนที่ด้วย “คณะผู้ตรวจการเลือกตั้ง”                                                                              

            ซึ่ง “สมหมาย บุญเฮง จากพรรคเสรีรวมไทย”เสนอให้ กรธ. ทบทวน โดยตั้งต้นค้นหาจุดอ่อนของ กกต.ประจำจังหวัด แล้วแก้ไข แทนเปลี่ยนเป็นองค์กรใหม่ เพราะเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะกระทบต่อระบบให้เสียหาย รวมถึงไม่เชื่อมั่นว่า ผู้ตรวจการเลือกตั้ง ซึ่งมาจากคนนอกพื้น จะมีความเชี่ยวชาญเพียงพอ ที่จะทำงานตรวจจับการทุจริตการเลือกตั้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ

            สำหรับประเด็นนี้“ประพันธ์ นัยโกวิท กรธ.” ชี้แจงและทำความเข้าใจว่า กรณีของผู้ตรวจการเลือกตั้ง จะประกอบด้วย คนในพื้นที่และคนนอกพื้นที่ ร่วมกันทำงาน จึงรับประกันการทำงานได้แน่นอน ทั้งนี้ขอทำความเข้าใจว่า การทำงานของ กกต. ยุคใหม่ ไม่ใช่ตำรวจจับผู้ร้าย แต่เป็นการทำงานประสานกันในพื้นที่เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูล และต่อยอดในงานสืบสวน ไต่สวนถึงพฤติกรรมที่ทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง                                              

            อย่างไรก็ดี ในแนวคิดใหม่ของ “กรธ.” ว่าด้วย การเพิ่มประสิทธิภาพด้านการควบคุมและดูแลเลือกตั้งให้สุจริตเที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย ให้ “กกต.” มีอำนาจร้องขอให้หน่วยงานรัฐทุกหน่วยงานที่เกี่ยวกับการข่าว ให้ข้อมูลเพื่อใช้ประโยชน์ต่อการสืบสวนหาผู้กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริต เที่ยงธรรม ได้รับการสนับสนุนจาก ตัวแทน“พรรคชาติประชาธิปไตยก้าวหน้า” เพราะเชื่อว่าจะทำให้การทำงานเกิดประสิทธิภาพ แต่ขอให้ปรับให้ “กกต.” ตั้ง “องค์กรกลุ่มข่าวกรอง” เหมือนกับประเทศสหรัฐอเมริกา ที่มีองค์กรด้านการข่าวซึ่งมีมาตรฐานการทำงาน ทำให้ลดปัญหาคอร์รัปชั่น ถอนทุนทั้งนี้ได้สะท้อนประสบการณ์ส่วนตัวด้วยว่า ปัญหาการซื้อเสียงถือเป็นเรื่องใหญ่ของประเทศ เพราะ กกต.จังหวัดขายตัวให้กับนักการเมือง ทำให้การทำงานขาดคุณภาพและเอนเอียง ดังนั้นหากปรับมาตรฐานการทำงานของ กกต. ไม่ซูฮกคนมีอำนาจ เชื่อว่าจะแก้ปัญหาได้ 

 

              (รายงาน) ไม่เอา “ผู้ตรวจการเลือกตั้ง” จากคนนอก            

       

            นอกจากประเด็นท้วงติงแล้ว ยังมีข้อเสนอเพิ่มเติม คือ ได้แก่1.ให้ กกต. ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของตนเอง คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ รวมถึงทรัพย์สินและหนี้สินที่อยู่ในความครอบครองของตนเองหรือการดูแลของบุคคลอื่น ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะเมื่อ กกต. มีหน้าที่ตรวจสอบ “ตัวแทนของประชาชน” ต้องให้ประชาชนตรวจสอบได้เช่นกัน                                        

           2.ควรปรับปรุงการสืบสวนของ กกต. ที่ล่าช้า ด้วยกำหนดวิธีการสืบสวน สอบสวนที่ลดขั้นตอน หรือ ตั้งหน่วยงานในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อดูแลคดีเลือกตั้งเป็นเฉพาะ                               

            3.ควรกำหนดแนวทางเยียวยาผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ถูก กกต. เพิกถอนสิทธิสมัคร ชั่วคราว เนื่องจากถูกยื่นร้องเรียนว่ากระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง แต่เมื่อผลตรวจสอบพิสูจน์ว่า ผู้สมัครฯ ที่ถูกเพิกถอนสิทธิสมัครชั่วคราว ไม่ผิด เพื่อให้ความเป็นธรรม                                       

            ขณะที่ความเห็นอีกส่วน ฐานะพรรคขนาดกลาง ที่มีบทบาททางการเมือง อย่าง “นิกร จำนง ผู้อำนวยการการเลือกตั้งพรรคชาติไทยพัฒนา”มองเนื้อหาฉบับเบื้องต้น ว่า ได้ให้อำนาจต่อ กกต. อย่างเต็มเปี่ยม และเขียนถึง “คน” ที่ต้องเข้ามาทำงานมากกว่า การเขียนให้สิทธิ บุคคลภายนอก หมายถึง บุคคลที่ถูก กกต. ตรวจสอบ อาทิ นักการเมือง, นักเลือกตั้ง, ผู้ที่เกี่ยวข้อง ในการโต้แย้งหรือปกป้องตัวเองน้อยไป ดังนั้นควรพิจารณาเพื่อเพิ่มความเป็นธรรมกับพรรคการเมืองและบุคคลภายนอกด้วย                                             

             ทั้งนี้ในตอนท้ายของงานสัมมนา “กรธ.” ยืนยันถึงการนำความเห็นไปพิจารณาปรับปรุงเนื้อหา พร้อมกับย้ำตอนท้ายว่า หากเจ้าหน้าที่กกต. หรือ กกต. ทุจริต ตามร่าง พ.ร.ป.กกต. มีบทลงโทษที่รุนแรง คือ เพิกถอนสิทธิลงสมัครเลือกตั้ง นั่นหมายถึงถูกประหารชีวิตทางการเมืองตลอดไป 

 

(รายงาน) ไม่เอา “ผู้ตรวจการเลือกตั้ง” จากคนนอก