
เขียนสเปก ‘เทวดา’ นั่งองค์กรอิสระ เปิดทาง ‘เซตซีโร่’ ??
เกิดเสียงวิจารณ์ทั่วทุกสารทิศ ว่า กรธ.ชุดนี้จะเกลี่ยกระดาน “เซตซีโร่” กรรมการองค์กรอิสระชุดปัจจุบันหรือไม่ : ชนิกานต์ พุ่มหิรัญ รายงาน
ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อในการเขียนกฎหมายลูกของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หรือ กรธ. ชุด “คุณปู่มีชัย” (มีชัย ฤชุพันธุ์) นั่งกุมบังเหียน ต่างเกิดเสียงวิจารณ์ทั่วทุกสารทิศ โฟกัสว่า กรธ.ชุดนี้จะเกลี่ยกระดาน “เซตซีโร่” กรรมการองค์กรอิสระชุดปัจจุบันออก หรือจะให้กรรมการที่คุณสมบัติครบตามที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กำหนด คงอยู่จนครบวาระหรือไม่?
หากพลิกดูคุณสมบัติตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่กำหนดลักษณะต้องห้ามและคุณสมบัติของผู้จะมาดำรงตำแหน่งกรรมการองค์กรอิสระ ตามมาตรา 201 มาตรา 202 ประกอบมาตรา 216 นั้น
ถือว่า “คุณปู่มีชัย” วางสเปกบุคคลที่ได้รับการสรรหาเข้ามานั่งเป็นกรรมการองค์กรอิสระสูงลิบลิ่ว หวังตอบโจทย์ ได้คนดี มีคุณภาพ เป็นกลาง เชื่อถือได้ ชนิดที่เรียกว่า “ปุถุชนธรรมดาเอื้อมไม่ถึง” คงมีแต่ “เทวดา” เท่านั้นที่จะมารับตำแหน่ง!!
หวยออกที่ 3 องค์กรอิสระบิ๊กเบิ้ม!! คือ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นั่นเอง
ขณะที่ “อุดม รัฐอมฤต” โฆษก กรธ.รีบออกมาปฏิเสธว่า กรธ.ไม่ได้บีบให้คนเข้ามาทำงานยากขึ้น แต่องค์กรอิสระต้องทำงานมากขึ้น ต้องทำเรื่องใหญ่ให้สะเทือน ไม่ใช่รอให้คนมาร้องอย่างเดียว หลายฝ่ายบอกตั้งคุณสมบัติไว้สูง จะมีเทวดาที่ไหนเข้ามาทำงาน คนที่มีประสบการณ์ในการตัดสิน ต้องเป็นคนที่ไว้เนื้อเชื้อใจได้ ยืนยันว่าเราไม่ได้เขียนรัฐธรรมนูญแค่วันนี้ แต่เขียนเพื่อวันข้างหน้า และเชื่อว่าคงไม่เกินความสามารถที่จะหาคนมาทำหน้าที่นี้ได้
สิ่งที่น่าจับตามากสุด เห็นจะหนีไม่พ้น ร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า และจะกลายเป็นบรรทัดฐานสำหรับ 2 พี่เบิ้ม อย่างศาลรัฐธรรมนูญ และป.ป.ช. ด้วยว่าจะโละกรรมการออกหมดหรือไม่
เหตุผลนี้ได้รับการยอมรับจากปากของ “คุณปู่มีชัย” ประธาน กรธ. ที่ออกมาระบุว่า กรรมการองค์กรอิสระเดิม และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จะพ้นจากตำแหน่งหรือไม่ขึ้นอยู่กับกฎหมายลูก และให้อำนาจคณะกรรมการสรรหา เป็นผู้ชี้ขาดเกี่ยวกับคุณสมบัติของบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระ
“รัฐธรรมนูญกำหนดให้กรรมการองค์กรอิสระเดิม และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญดำรงตำแหน่งไปจนกว่าจะมีกฎหมายลูกออกมา ซึ่งไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเนื้อหาได้ เพราะจะขัดกับรัฐธรรมนูญ และจะไม่มีการคุ้มครองผู้ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในขณะนี้ให้อยู่ต่อไปจนครบวาระ เพราะรัฐธรรมนูญจะมีผลทันทีเมื่อมีการบังคับใช้ จะไปเขียนกฎหมายลูกให้คนที่ดำรงตำแหน่งในปัจจุบันอยู่ต่อไปจนครบวาระ ก็ทำไม่ได้ จึงขอให้ทำใจไว้ได้เลย”
ทำเอา กกต.ไซเบอร์ “สมชัย ศรีสุทธิยากร” เปิดหน้าชกซัด กรธ.ว่า การกำหนดคุณสมบัติใหม่ต้องบังคับใช้กับทุกองค์กรอิสระ ไม่ใช่เลือกปฏิบัติเพียงบางองค์กรเท่านั้น เพราะการเลือกปฏิบัติ เป็นการออกกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม นอกจากนี้กฎหมายไม่ควรมีผลย้อนหลังในเชิงเป็นโทษ แต่กฎหมายควรเดินหน้า ให้ผู้ที่ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนครบวาระ เพื่อให้คนมีประสบการณ์จัดการเลือกตั้ง
“กรธ.ควรเขียนกฎหมายแล้วเปิดให้เราได้วิจารณ์กัน ผมจะวิจารณ์เอง เพราะผมทำเพื่อบ้านเมือง ไม่ได้ทำเพื่อรักษาหน้าใคร กกต.เสนออะไรไม่เหมาะสมก็วิจารณ์ได้ อยากให้สังคมไทยใช้ความจริงมาคุยต่อหน้ากัน ไม่ใช่เกิดมานานกว่า ร่างกฎหมายมาหลายฉบับกว่า แล้วหมายความว่าต้องเก่งกว่า”
เช่นเดียวกับ “พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์” ปฏิบัติหน้าที่ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้ความเห็นในทำนองเดียวกันว่า หากผลปรากฏออกมาให้มีการเซตซีโร่ กกต. องค์กรอิสระอื่น ทั้ง ป.ป.ช. ศาลรัฐธรรมนูญที่มีอำนาจให้คุณให้โทษและคำวินิจฉัยมีผลผูกพันทุกองค์กร เชื่อว่าผู้หลักผู้ใหญ่ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ใน 2 องค์กรนี้ อาจจะขอยุติที่การปฏิบัติหน้าที่ โดยไม่ต้องให้ใครมาสั่ง
“ทั้งนี้อาจจะมีปัญหา ช่วงที่เป็นช่องว่าง คดีต่างๆ ของป.ป.ช.ที่ค้างอยู่จำนวนมาก และใกล้จะหมดอายุความ หรือหากมีเรื่องมีเหตุจำเป็นที่ต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยจะทำอย่างไร เรื่องนี้จะสร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติอย่างใหญ่หลวง”
ประเด็นที่น่าสนใจ คือ กรธ.โยนเผือกร้อนให้กรรมการสรรหาตีความเรื่องคุณสมบัติของผู้ที่ทำหน้าที่กรรมการองค์กรอิสระชุดปัจจุบัน และร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับผ่านประชามติ มาตรา 216(3) ประกอบมาตรา 202(1) เขียนไว้ให้ตีความในลักษณะต้องห้าม ว่า เป็นหรือเคยเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหรือผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระใด
เท่ากับว่า หากกรรมการสรรหาตีความว่า กรรมการองค์กรอิสระชุดปัจจุบัน เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หรือผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ หรือเคยเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หรือผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ กรรมการองค์กรอิสระชุดปัจจุบันจะขาดคุณสมบัติทันที แต่หากกรรมการสรรหาตีความเป็นผลบวก ก็ต้องมาไล่ดูคุณสมบัติเป็นรายบุคคล
“เจ๊สด” สดศรี สัตยธรรม อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) และอดีตเจ๊ใหญ่แห่ง กกต.ให้ความเห็นไว้ว่า การกำหนดคุณสมบัติของกรรมการองค์กรอิสระที่เขียนไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามตินี้ เขียนไว้กำกวม กรรมการสรรหาต้องตีความ การเขียนมาตรา 202(1) ว่าเป็นหรือเคยเป็น..นั้น เป็นการเขียนที่น่ากลัวมาก เหมือนจะไปทางขวาก็ผิด จะไปทางซ้ายก็ผิด เขียนเหมือนกับว่าจะไม่ให้กรรมการองค์กรอิสระชุดปัจจุบันคงอยู่ ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรกับการเซตซีโร่ดีๆ นี่เอง และรัฐธรรมนูญระบุว่า การตีความของกรรมการสรรหาถือเป็นที่สุดไม่สามารถฟ้องร้องได้อีกด้วย
“เจ๊สด” ยังย้ำว่า หากกรรมการองค์กรอิสระถูกโละกระดานจริง กรรมการสรรหามีเวลาในการสรรหา 90 วัน เชื่อว่าในช่วงช่องว่าง กรรมการสรรหาน่าจะมีทางออกอยู่แล้ว คงไม่ตีความและทำให้บ้านเมืองเกิดปัญหา
“หาก กกต.ถูกเซตซีโร่จริง และจะขาด กกต.ที่มีประสบการณ์ แต่ก็คงจะไม่กระทบการเลือกตั้ง เพราะกกต.เป็นเพียงหัวโขนเท่านั้น การจัดการเลือกตั้ง ขั้นตอนการดำเนินงานทุกอย่างเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ กกต.ฝ่ายประจำ สมัยที่ดิฉันเข้ามารับตำแหน่งกกต. ถึงแม้จะเคยเป็นผู้พิพากษามาก่อน แต่ก็ไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับการจัดเลือกตั้งมากเท่าเจ้าหน้าที่กกต. เพราะเจ้าหน้าที่เหล่านี้เคยทำงานอยู่กระทรวงมหาดไทยมาก่อน รู้ขั้นตอนจัดการเลือกตั้งดี บางเรื่องเรายังสู้เจ้าหน้าที่ กกต.ไม่ได้เลย”
งานนี้ กกต. ป.ป.ช. และศาลรัฐธรรมนูญ คงหายใจหายคอไม่ค่อยโล่ง เหมือนจะบีบก็ตายจะคลายก็รอด คงต้องรอลุ้นร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่มีกำหนดคลอดสัปดาห์หน้า และลุ้นอีกเฮือก!! ว่า คณะกรรมการสรรหาจะใจร้ายโละกระดาน “เซตซีโร่” กรรมการองค์กรอิสระยกชุดหรือไม่???



