คอลัมนิสต์

จากใจ "ลูก" ถึง "พ่อ"

จากใจ "ลูก" ถึง "พ่อ"

24 ต.ค. 2559

พ่อผมได้เล่นดนตรีกับ “ในหลวง”, “ในหลวง”หล่อหลอมให้เราเป็นเรา หล่อหลอมให้ไทยเป็นไทย, “ในหลวง” เอาพละกำลังมาจากไหน? (ตีพิมพ์ใน นสพ.คมชัดลึก 24 ต.ค.59)

พ่อผมได้เล่นดนตรีกับ “ในหลวง”

            คุณพ่อผม โชคดีมาก ท่านเคย ได้ถวายงานในหลวง สมัยที่ท่านยังเป็นนักศึกษา มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ เคยร่วมเล่นดนตรี กับในหลวง เคยเล่นดนตรีในสถานีวิทยุ อส. ของในหลวง คุณพ่อ เคยเล่าเรื่องนี้ ให้นักศึกษาแพทย์ ม.อ. หาดใหญ่ 2 เหตุการณ์ ซึ่งผมเอง ก็ได้รับฟังเป็นครั้งแรกที่นั่น 

            เหตุการณ์แรก ในหลวง เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ ในงานเลี้ยง ผู้พิพากษาศาลฎีกาและเนติบัณฑิต ในหลวงท่านให้วงดนตรีจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มาบรรเลงในงานเลี้ยง มีผู้พิพากษาและแขกจำนวนมาก คุณพ่อ เล่นดนตรีถวายงานในเวลานั้น ได้เวลาที่ในหลวงจะเสด็จฯกลับ ท่านกลับเสด็จผ่านโต๊ะ บรรดาผู้พิพากษา ศาลฎีกา มาถึงหน้าเวทีที่วงดนตรีของธรรมศาสตร์ บรรเลงอยู่ แล้วท่านตรัสว่า " ขอบใจนะ เล่นเพราะดี"   

            คุณพ่อผม บอกว่า ขณะนั้นหัวใจพองโต ด้วยความปลื้มปิติ และท่านก็เปรียบเทียบกับผู้หลักผู้ใหญ่ ผู้มีอำนาจ เคยไหมที่จะกระทำเช่นนี้ กับนักศึกษา ตัวเล็กๆ ที่มาทำงานให้      

            คุณพ่อบอก แค่ได้ถวายงาน ในหลวง ก็เป็นบุญใหญ่หลวงแล้ว ยิ่งท่านมาตรัส 6 คำนี้ คุณพ่อยิ่งหัวใจพองโต

            ยิ่งกว่านั้น หลังจากจบงานนั้นไปแล้ว ในภายหลังพระองค์ท่านยังรับสั่งให้มหาดเล็กนำรูปมาให้ ยิ่งทำให้คุณพ่อประทับใจมาก เพราะเราเป็นนักศึกษาตัวเล็กๆ แต่พระองค์ท่านก็ยังให้ความสำคัญ ท่านให้ความสำคัญกับทุกคน ไม่เลือกว่าเป็นใคร

            นี่แหละคือคำตอบว่าทำไมเราจึงรักในหลวง

จากใจ "ลูก" ถึง "พ่อ"

รักพล เลนุกล

(เขียนตามคำบอกเล่าจากคุณพ่อไกรศักดิ์  เลนุกูล อดีตผู้ใหญ่บ้าน/อดีตประธานชมรมผู้ใหญ่บ้าน อ.นาทวี จ.สงขลา)  

+++++

“ในหลวง” หล่อหลอมให้เราเป็นเรา หล่อหลอมให้ไทยเป็นไทย

            ทุกวันในเวลา 2 ทุ่ม ผมโตมากับการที่เห็นป๊าต้องเปิดทีวีดูข่าวพระราชสำนักทุกวัน รอดูว่าวันนี้พระองค์ท่านมีพระราชกรณียกิจอะไรบ้าง ไปที่ไหน ตรัสว่าอะไร ในระหว่างเดินทางไปต่างจังหวัดทุกพื้นที่ประเทศไทย วันไหนพระองค์ท่านมีงานบุญ จะเห็นป๊าพนมมือฟังพระสวดไปด้วยอยู่หน้าทีวี ระหว่างดูป๊าก็สอนผมถึงสิ่งที่ท่านทำทำอะไร มีประโยชน์กับประเทศและคนไทยอย่างไร

            ตอนเด็กๆ ยอมรับตรงๆว่าไม่สนใจและไม่เข้าใจสักเท่าไร และแปลกใจว่า ข่าวพระราชสำนักไม่มีวันหยุดบ้างหรือ!!

...

            เรื่อยมาจนเรียนมัธยมที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย เวลานั้นต้องขึ้นมาอยู่กรุงเทพกับญาติ ป๊าเอาหนังสือ ติโต กับ นายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ มาให้อ่านและให้ผมสรุปทีละบทมาเล่าให้ป๊าฟัง ทุกอาทิตย์ที่กลับบ้านที่เพชรบุรี

            ยอมรับตรงๆอีกเช่นกันว่า อ่านไม่รู้เรื่อง แต่ต้องพยายามอ่านให้เข้าใจเพื่อจะมาเล่าให้ป๊าฟังได้

...

            พอใกล้วันพ่อ ในหลวงจะออกมาให้โอวาท ป๊าก็บอกให้มานั่งฟังด้วยกันข้างๆ หน้าทีวี ภาพที่เห็นคือ ป๊าจะมีสมุดบันทึก ปากกาจดสิ่งที่ในหลวงพูด และ พระราชดำรัสของในหลวง นั้น ก็จะมาปรากฎเป็นกระดาษโน๊ตเขียนให้ผมก่อนขึ้นรถทัวร์มาเรียนที่กรุงเทพอยู่เรื่อยๆ

...

            และพอถึงวันเกิดของป๊าในทุกปี ป๊าจะเอาเงินให้ผมไปฝากเข้าบัญชีธนาคาร บัญชีมูลนิธิหนึ่ง ต่อเนื่องมาเป็นเวลาสิบๆปี ตอนแรกๆผมก็ไม่เข้าใจอีกเช่นกันว่าทำไมต้องฝากให้ทุกๆปี และจะมีหนังสือนิตยสารส่งกลับมาให้ เพื่อเป็นการขอบคุณ

            หลังจากป๊าอ่านเสร็จก็จะเอาให้ผมติดตัวขึ้นกรุงเทพมาอ่าน พอได้อ่านผมถึงเข้าใจ ในบางเล่มป๊าจะให้ผมเอาปกหนังสือไปเข้ากรอบรูปติดไว้ที่ห้องทำงาน

            ปกหนังสือ นั้นคือ ภาพในหลวง

            มูลนิธิ นั้นคือ มูลนิธิชัยพัฒนา

...

            จากความไม่เข้าใจ พระองค์ท่านใช้เวลาเป็นสิ่งหล่อหลอมให้ผม เริ่มเข้าใจ และเข้าใจ ว่าในทุกช่วงเวลาของในหลวง พระองค์ท่านกำลังสอนเรา สอนให้เข้าใจชีวิต สอนให้มีความตั้งใจ สอนให้เสียสละ ละประโยชน์ส่วนตนทำเพื่อส่วนรวม

            หล่อหลอมให้เราเป็นเรา หล่อหลอมให้ไทยเป็นไทย

            จนเป็นอิทธิพลในชีวิตให้ดำเนินแนวทางชีวิตให้อยู่ในทางที่ถูกที่ควร

            พระองค์ท่านเปรียบเสมือนบุคคลที่ยึดเหนี่ยวจิตใจสำหรับผม

            วันไหนที่เราคิดไม่ดี จะทำไม่ดี ภาพของพระองค์ท่านที่มีอยู่ทุกห้องในบ้าน เสมือนสิ่งเตือนใจ ให้คิดดีๆ ทำแต่สิ่งดีๆ

...

            และในวันนี้พระองค์ท่านเสร็จสู่สวรรคาลัย ซึ่งเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ของคนไทยทั้งชาติ

            เวลานี้ท่านกำลังสอนเราให้เรียนรู้อีกเช่นกัน ในเรื่องการจัดการความโศกเศร้า ความมีน้ำใจต่อกัน การให้อภัยกัน และให้โอกาสกับสิ่งที่เราไม่รู้ไม่เคยเผชิญและผ่านช่วงเวลาที่เศร้าใจนี้ไปให้ได้

...

            วันนี้คนไทยทุกคนได้สร้างพลังที่ยิ่งใหญ่บางอย่างให้โลกได้เห็น เป็นพลังแห่งความสามัคคี

            แต่เราไม่ควรแสดงพลังความยิ่งใหญ่แห่งความทุกข์โศก แต่ต้องเอาพลังเหล่านี้มาขับเคลื่อนหน้าที่ของตนเอง  

...

            แต่สำหรับช่วงเวลานี้ ผมจะกลับเข้าบ้านเร็วเป็นพิเศษ เพื่อมานั่งอยู่หน้าทีวี พนมมือฟังพระสวดผ่านการถ่ายทอดสด             ผมเชื่อว่าป๊าของผมก็จะนั่งอยู่หน้าทีวีฟังพระสวดผ่านการถ่ายทอดสดที่บ้านที่จังหวัดเพชรบุรีเช่นกัน

            และในทุกเช้าผมจะตื่นขึ้นมาทำงานอย่างเต็มที่ต่อไป เพื่อพิสูจน์ว่าคนไทยยังแข็งแรง เพื่อตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยการขับเคลื่อนต่อไปทำหน้าที่ในความรับผิดชอบของตัวเองให้ดีที่สุด

            คงบอกไม่ได้ว่าคิดถึงพระองค์ท่านแค่ไหน แต่ทุกครั้งที่คิดถึง ระลึกถึงท่าน จะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดียิ่งๆขึ้นไป

จากใจ "ลูก" ถึง "พ่อ"

ธีรศานต์ สหัสสพาศน์

คณะทำงาน รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

+++++        

“ในหลวง” เอาพละกำลังมาจากไหน?

            ความรู้สึกที่ทำให้เราอยากทำงานให้ดี คือ คุณค่าที่คิดว่าตัวเองเป็นคนของพระราชา เป็นข้าของแผ่นดิน และเห็นท่านเป็นแบบอย่างที่ต้องยกย่อง  ท่านยอมเหน็ดเหนื่อยเพื่อประโยชน์ของประชาชนโดยรวม  เป็นประโยชน์อย่างบริสุทธิ์ให้แก่ประชาชนและเป็นประชาชนที่ยากไร้ ทรงเป็นแบบอย่างการทำงานไม่ว่าจะอยู่ในสถานภาพใด ซึ่งผมยึดถือมาตลอด

            ผมเคยเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดมาหลายจังหวัด และเป็นผู้บริหารในมหาวิทยาลัย เคยเข้าเฝ้าท่านหลายครั้ง และได้รับคำสั่งสอนจากท่านมากมาย เห็นได้ชัดว่าสิ่งที่ท่านทำให้กับประชาชนมหาศาลเหลือเกิน เป็นการให้โดยที่ไม่มีอะไรเคลือบแฝงเลย เช่น โครงการต่างๆที่มาจากพระราชดำริ

            ผมเชื่อว่าคนที่อยู่ในวัย 40 กว่าขึ้นไป  ต้องมีในหลวงอยู่แนบแน่นตลอด  แม้ว่าผมจะทำใจไว้แล้วแต่ยังทำใจไม่ได้ ความเศร้าโศกเสียใจทำให้นอนไม่หลับหลายคืน ยังถามตัวเองว่าทำไมรู้สึกมากมายอย่างนี้ ผมคิดว่าคนในวัยผมเกิดมาเพราะได้รับรู้ในพระจริยวัตร ผมเคยตามเสด็จในที่ทุรกันดารหลายครั้ง ผมยังคิดว่าผมอายุน้อยกว่าท่านเยอะ แต่กลับรู้สึกว่าท่านเอาพละกำลังมาจากไหน แต่ผมคิดว่าเพราะความตั้งใจของท่าน เพราะมีประชาชนอยู่ในใจ และท่านก็รู้ว่าประชาชนคาดหวังจากท่านมากมาย ท่านจึงทุ่มเทตลอดชีวิตในการทำงานให้ประชาชน

            ผมเชื่อแน่ว่ากุศลผลการทำงานของพระองค์ท่านที่มีต่อประชาชนต้องส่งเสด็จสู่สรวงสวรรค์อย่างแน่นอน

ศ.ดร. สมบูรณ์ สุขสำราญ

คณบดีสถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต

+++++

พ่อ  คือ  ผู้ให้

            ตั้งแต่ที่ผมเกิดมาบนแผ่นดินสยามประเทศรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่ผ่านมา ในความรู้สึกของผม ในหลวงท่านไม่ได้เป็นแค่พระมหากษัตริย์ พระองค์ท่านเป็นยิ่งกว่าพระมหากษัตริย์  พระองค์ท่านเก่งงานทุกด้าน และที่สำคัญพระองค์ท่านสามารถถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆให้เราเข้าถึงได้อย่างง่ายดาย 

            ความประทับใจของผมที่มีต่อพระองค์ท่าน  คือ  ถ้าเปรียบพระองค์ท่านเป็นคนธรรมดาทั่วไป ก็จะไม่มีใครทำงานได้อย่างพระองค์ท่าน ท่านทรงงานไม่รู้จักเหนื่อยตลอดเวลาที่ทรงครองราชย์ 70 ปี พระองค์ท่านทำงานตลอดโดยไม่มีใครบังคับ

            พระองค์ท่านเปรียบเสมือน วีรบุรุษในใจของผมและทุกคน ท่านสอนและปลูกฝังคนไทยทั้งชาติให้อยู่อย่างพอเพียงคำสอนนี้มันอยู่ในใจผมตลอดมา และผมก็ได้ลงมือปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์ท่านเรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้ 

            พระองค์ท่านยังเป็นผู้นำด้านความคิดในหลายเรื่อง  โดยการนำสิ่งที่อยู่รอบๆตัวเราซึ่งไม่เคยมีใครนึกคิดมาก่อน นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ที่สำคัญพระองค์ท่านยังสอนให้เราเข้าใจอย่างทะลุปรุโปร่ง

            และที่ประทับใจที่สุด  คือ พระองค์ท่านเป็นผู้ทำให้ “การให้” ของพระองค์ท่านก่อให้เกิดพลังที่ยิ่งใหญ่มหาศาลตามมาจนทำให้หลายๆคนอยากจะเดินตามรอย

            ทุกวันนี้ทำให้ผมมั่นใจแล้วว่า “การให้คนอื่น” ย่อมจะได้รับความรักกลับมาอย่างแน่นอน เหมือนกับความรักของคนไทยทั้งชาติ มีให้กับพ่อหลวงของเราอย่างทุกวันนี้เพราะพระองค์ท่านให้คนไทยตลอดมา

จากใจ "ลูก" ถึง "พ่อ"

นัยธาดา  นันทน์วิธู

นักธุรกิจ

อายุ 29 ปี

+++++

"พ่อของแผ่นดิน พระมหากษัตริย์ ผู้ทรงธรรม"

            ดิฉันนึกถึงคำสอนของสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าที่เคยได้ตรัสไว้ว่า "การเกิด แก่ เจ็บ ตาย" เป็นเรื่องธรรมชาติที่ทุกชีวิตเกิดมาแล้วต้องดับสูญ แต่ก็เชื่อว่าหัวใจของปวงชนชาวไทยทุกคน ไม่พร้อมที่จะเห็นการจากไปแบบไม่มีวันกลับของพ่อหลวง พ่อผู้ยิ่งใหญ่ ในดวงใจของปวงชนชาวไทยทั้งชาติ ทุกคนต้องหัวใจแตกสลายเมื่อได้มีคำแถลงการณ์การสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  ฯ

            ณ วันนั้นจากเสียงสวดมนต์ถวายพระพรเพื่อให้พระองค์ทรงหายจากอาการพระประชวรแต่ต้องกลับกลายเป็นเสียงร่ำไห้ โหยหา อาลัยต่อการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของ "พ่อผู้ยิ่งใหญ่ของแผ่นดินไทย" เสียงที่คร่ำควาญบอกเล่าถึงความรู้สึกในใจที่พรั่งพรูออกมาในชั่วโมงที่แสนเศร้า แสนเสียใจ เหมือนฟ้าผ่าลงมากลางดวงใจของคนไทยทั้งขาติ

            ในหลวงทรงตรัสไว้ว่า "สมเด็จย่าเคยรับสั่งว่าตายแล้วห้ามร้องไห้" เพราะเป็นธรรมดา แต่สำหรับทุกคนชาวไทยก็ไม่สามารถอดกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลรินลงมาได้ เพราะการสูญเสียในครั้งนี้ถือเป็นการสูญเสียพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่อันเป็นที่รักสุดหัวใจของปวงชนชาวไทย

            คงไม่มีอีกแล้วที่จะมีพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ผู้เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนทั้งชาติ พ่อผู้เสียสละ พ่อที่เหน็ดเหนื่อย เพื่อให้พวกเราชาวไทยอยู่กันอย่างร่มเย็นเป็นสุข ตลอดระยะเวลาที่พ่อได้ครองราชย์มายาวนานถึง 70 ปี พ่อผู้ไม่มีวันพักผ่อน พ่อผู้ไม่มีวันหยุด พ่อที่ห่วงประชาชนของพระองค์ตลอดเวลา ภาพที่เห็นทุกครั้งว่าทำไมพระองค์ทรงทุ่มเทมากมายได้ขนาดนี้ ไม่เคยบ่น ไม่เคยย่อท้อ แม้หนทางจะลำบากแค่ไหน

            ดิฉันเชื่อว่าพวกเราหลาย ๆ คนไม่เคยรู้เลยด้วยซ้ำว่าท่านทรงทำอะไร เพื่ออะไร และเพื่อใคร เมื่อได้เห็นพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่าน ทำให้หัวใจของคนไทยยิ่งรักและเทิดทูน “พ่อของแผ่นดินผู้เสียสละอันยิ่งใหญ่” อย่างที่ชาวไทยทุกคนพูดได้ว่า "จะเกิดกี่ภพกี่ชาติก็ขอเกิดมาเป็นข้าใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทตลอดไป"

            ขอน้อมส่งเสด็จพระองค์ท่านสู่สวรรคาลัย พระองค์ท่านเป็นพ่อหลวงในดวงใจ ของปวงประชาอย่างแท้จริง

น.ส.สุณีชญาน์ ฉัตรบุรานนทชัย

อายุ 50 ปี

อาชีพรับจ้าง

+++++