
"ส่อง กก. ป.ป.ช. “กติกาใหม่” ใคร? ขาดคุณสมบัติ
ภายใต้กติกาตามร่างรัฐธรรมนูญใหม่ องค์กรอิสระหลายแห่งอาจได้รับผลกระทบ เฉกเช่นเดียวกับ ป.ป.ช.
ตามร่างรัฐธรรมนูญใหม่ คุณสมบัติของ" คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุริตแห่งชาติ "( ป.ป.ช.) ได้มีการกำหนดไว้ในมาตรา 232 ว่า ผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นกรรมการ ป.ป.ช. ต้องมีคุณสมบัติ อย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้
(1 ) รับราชการหรือเคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่า อธิบดีผู้พิพากษา มาแล้ว ไม่น้อยกว่า 5 ปี นับแต่ได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการ ป.ป.ช.
( 2 ) รับราชการหรือเคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่ามาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี นับแต่ได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการ ป.ป.ช.
ส่วนคุณสมบัติต้องห้ามนั้นได้บัญญัติไว้ในมาตรา 216 ว่า ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้
(3 ) ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา202
ซึ่งร่างรัฐธรรมนูญใหม่ในมาตรา 202 ได้บัญญัติลักษณะต้องห้ามของกรรมการ ปปช. ไว้ ดังนี้
(1) เป็นหรือเคยเป็นผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระใด
...(4) เป็นหรือเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการการเมือง ในระยะ 10 ปี ก่อนเข้ารับการคัดเลือกหรือสรรหา
และเมื่อนำเอาคุณสมบัติของ กรรมการ ป.ปช.และคุณสมบัติต้องห้ามตามร่างรัฐธรรมนูญใหม่มาส่องดู กรรมการ ป.ป.ช. แต่ละคน พบว่า มีหลายคนอาจเข้าข่ายขาดคุณสมบัติ และต้องพ้นจากตำแหน่ง เว้นแต่ว่า พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับ ป.ป.ช. มีการยกเว้น ไม่ให้นำคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามร่างรัฐธรรมนูญใหม่มาใช้บังคับกับกรรมการ ป.ป.ช. ชุดปัจจุบัน ดังนี้
1. พล.ต.อ วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. น่าจะเข้าข่ายต้องห้ามเป็นกรรมการ ป.ป.ช. เนื่องจาก เคยเป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เมื่อปี 2557 จึงเข้าลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา 202 (4 ) ที่บัญญัติว่า เคยเป็นข้าราชการการเมืองในระยะ 10 ปี ก่อนเข้ารับการคัดเลือกหรือสรรหาเป็นกรรมการ ป.ป.ช.
2. ปรีชา เลิศกมลมาศ เนื่องจากนายปรีชา ได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อปี 2553 ขณะที่ก่อนหน้านั้นในปี 2552 นายปรีชา ได้เป็น เลขาธิการ ป.ป.ช. ซึ่งเทียบเท่าอธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการ จะเห็นได้ว่านายปรีชา เป็นระดับอธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการ ไม่ถึง 5 ปี นับถึงวันที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการ ป.ป.ช. จึงขัดกับคุณสมบัติในการเป็นกรรมการ ป.ป.ช ตามมาตรา 232 (2 ) ที่ระบุว่า รับราชการหรือเคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่ามาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
3 .พล.ต.อ สถาพร หลาวทอง เป็นจเรตำรวจแห่งชาติ เมื่อปี 2553 ซึ่งเทียบเท่าอธิบดี และในปี 2555 ได้รับเลือกเป็น กรรมการ ป.ป.ช. จะเห็นได้ว่า พล.ต.อ. สถาพร เป็นระดับอธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการ ไม่ถึง 5 ปี นับถึงวันที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการ ป.ป.ช. จึงขัดกับคุณสมบัติในการเป็นกรรมการ ป.ป.ช ตามมาตรา 232 (2 ) ที่ระบุว่า รับราชการหรือเคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่ามาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
4. นายณรงค์ รัฐอมฤต เป็น เลขาธิการ ป.ป.ช. ซึ่งเทียบเท่าอธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการเมื่อปี2555 และได้เป็นกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อปี 2556 แต่เมื่อนายณรงค์ เป็นระดับอธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการ ไม่ถึง 5 ปี นับถึงวันที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการ ป.ป.ช. จึงขัดกับคุณสมบัติในการเป็นกรรมการ ป.ป.ช ตามมาตรา 232 (2 ) ที่ระบุว่ารับราชการหรือเคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่ามาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
5.น.ส. สุภา ปิยะจิตติ แม้ว่า น.ส.สุภา จะเคยเป็นผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจเมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2552 ซึ่งเป็นตำแหน่งเทียบเท่าอธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการ แต่เมื่อ น.ส. สุภา ได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการ ป.ป.ช.เมื่อ 9 เมษายน 2557 จึงต้องถือว่า น.ส.สุภา รับราชการในตำแหน่งอธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการ เพียง 4 ปี เศษเท่านั้น จึงขัดกับคุณสมบัติในการเป็นกรรมการ ป.ป.ช ตามมาตรา 232 (2 ) ที่ระบุว่ารับราชการหรือเคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่ามาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี นับถึงวันได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการ ป.ป.ช.
6.นายวิทยา อาคมพิทักษ์ เคยดำรงตำแหน่ง กรรมการตรวจเงินแผ่นดินในปี 2557 จึงเข้าลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช. เพราะร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ห้ามคนที่เคยเป็นผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระมาเป็นกรรมการ ป.ป.ช. ทั้งนี้ตามมาตรา 216 (3 )และมาตรา 202 (1 ) ของร่างรัฐธรรมนูญใหม่
7. นางสุวณา สุวรรณจูฑะ เนื่องจาก น.ส.สุวณา เป็นอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ตั้งแต่ปี 2549 และได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการ ป.ป.ช เมื่อปี 2558 นางสุวณา จึงดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการ ไม่น้อยกว่า 5 ปี นับแต่ได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการ ป.ป.ช. ตามที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กำหนด นางสุวณา จึงดำรงตำแหน่ง กรรมการ ป.ป.ช. ต่อไปได้
8.นายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร เนื่องจากนายสุรศักดิ์ เป็นอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้ ตั้งแต่ปี 2551 และได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อปี 2558 นายสุรศักดิ์ จึงดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีผู้พิพากษา มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี นับแต่ได้รับการเสนอชื่อเป็น กรรมการ ป.ป.ช. จึงมีคุณสมบัติเข้าข่ายที่เป็นกรรมการ ป.ป.ช ต่อไปได้ ตามมาตรา 232 (1)
9. พล.อ บุณยวัจน์ เครือหงส์ เป็น ผอ. สำนักงบประมาณ กระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นตำแหน่งอธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการ เมื่อ ปี 2554 แต่เมื่อ พล.อ.บุณยวัจน์ ได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อปี 2558 จึงดำรงตำแหน่งระดับอธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการไม่ถึง 5 ปี นับแต่ได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการ ปปช. จึงขัดกับคุณสมบัติในการเป็นกรรมการ ป.ป.ช ตามมาตรา 232 (2 ) ที่ระบุว่ารับราชการหรือเคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่ามาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี นับถึงวันได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการ ป.ป.ช.
ทั้งหมดคือ ภาพรวมของ กรรมการ ปปช. ชุดปัจจุบัน ที่ได้รับผลกระทบจากกติกาตามร่างรัฐธรรมนูญใหม่
กลุ่มเสี่ยง
พล.ต.อ วัชรพล ประสารราชกิจ
ปรีชา เลิศกมลมาศ
พล.ต.อ สถาพร หลาวทอง
ณรงค์ รัฐอมฤต
สุภา ปิยะจิตติ
วิทยา อาคมพิทักษ์
พล.อ บุณยวัจน์เครือหงส์
กลุ่มไม่เสี่ยง
สุวณา สุวรรณจูฑะ
สุรศักดิ์ คีรีวิเชียร



