
ชัดๆ!! “เซ็ตซีโร่” องค์กรอิสระ
ถอดรหัสจากคำพูด"มีชัย" ที่ว่า กรรมการองค์กรอิสระจะอยู่ต่อไปได้หรือไม่ ต้องคำนึงถึงร่าง รธน.ด้วย โอกาสที่องค์กรอิสระจะถูก "เซ็ตซีโร่" ก็มีสูง
เรื่องของ“องค์กรอิสระ” มีการกล่าวถึงกันมากว่า จะมีการ “เซ็ตซีโร่” โล๊ะกันใหม่หมด หรือว่า จะมีกรรมการคนใดในองค์กรอิสระ ต้องหลุดจากตำแหน่งเพราะขาดคุณสมบัติ เมื่อรัฐธรรรมนูญฉบับใหม่และ พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ ประกาศใช้
ทั้งนี้...ร่างรัฐธรรมนูญ ใน“บทเฉพาะกาล” มาตรา 272 บัญญัติ ให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ และผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน จะอยู่ในตำแหน่งได้ต่อไปเพียงใด ขึ้นอยู่กับ “ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ”
สอดคล้องกับคำพูดของ “วิษณุ เครืองาม” มือกฎหมายของรัฐบาล ที่ตอบคำถามของนักข่าวกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง( กกต.)ที่ถามว่า หากให้ยึดของใหม่ กกต.ชุดเดิมจะต้องพ้นไปหรือไม่ ซึ่ง“วิษณุ”บอกว่า รัฐธรรมนูญไม่ได้มีบทเฉพาะกาลเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ บอกเพียงว่าผู้ที่อยู่ในหน่วยงานองค์กรอิสระให้ดำรงตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะมีกฎหมายลูกออกมา ซึ่งกฎหมายลูกมี 2 ส่วน คือ การยึดตามรัฐธรรมนูญโดยเคร่งครัด หากคุณสมบัติไม่ครบจะต้องพ้น กับยกเว้นไว้ให้ หากมาโดยถูกต้องตามของเก่าก็อยู่ไปจนครบเทอม
แต่จากคำพูดต่อไปนี้ของ “ มีชัย ฤชุพันธุ์” ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ต่างหากที่น่าสนใจและตื่นตระหนก !!มากกว่า
..." แม้ว่า ใน(บทเฉพาะกาล)ร่างรัฐธรรมนูญจะบอกว่า การอยู่ต่อไปของกรรมการองค์กรอิสระให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ แต่การจะกำหนดอะไรในพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญก็ต้องคำนึงถึง “ร่างรัฐธรรมนูญ” ด้วย ในเมื่อ “ร่างรัฐธรรมนูญ” ระบุว่า จะพ้นก็ต่อเมื่อขัดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้าม อย่างคนที่เคยเป็นกรรมการในองค์กรอิสระใดมาแล้ว จะเป็นซ้ำอีกไม่ได้ เพราะเราหวังว่าจะมีคนอื่นมาบ้าง ไม่ได้ผูกขาดอยู่กับคนเดิมๆ ดังนั้น คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ จึงไม่อยู่ในฐานะที่จะไปยกเว้นอะไรได้ เพราะมิเช่นนั้นความเสี่ยงที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญจะทำขัดต่อรัฐธรรมนูญ ก็จะเกิดขึ้นคนจะว่า คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญอีก ที่ผ่านมาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญก็พยายามหาช่องทาง แต่ไม่มีช่องเปิดไว้ "
จากคำพูดของปรมาจารย์ระดับ“อาจารย์มีชัย” เมื่อพลิกดูร่างรัฐธรรมนูญ ก็จะเห็นความชัดเจนมากขึ้น
ทั้งนี้ ในหมวด 12 องค์กรอิสระ ส่วนที่1 บททั่วไป มาตรา 216 บัญญัติว่า นอกจากคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามที่บัญญัติิไว้เป็นการเฉพาะในส่วนที่ว่าด้วยองค์กรอิสระแต่ละองค์กรแล้ว ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามทั่วไป ดังต่อไปนี้ด้วย
... (3) ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 202
ดังนั้นจึงต้องพลิกดูมาตรา 202 ว่าเขียนไว้อย่างไร
และเมื่อไปดูที่มาตรา 202 ก็จะพบว่า เป็นการเขียนเกี่ยวกับคุณสมบัติต้องห้ามของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ โดยใน... (1) เขียนว่า “เป็นหรือเคยเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหรือผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระใด”
หมายความว่า เมื่อมาตรา 216 ที่อยู่ในบททั่วไปของหมวดองค์กรอิสระ ได้กำหนดลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระทุกองค์กร ว่า ต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา202 คือ นำคุณสมบัติต้องห้ามของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มาใช้กับองค์กรอิสระทุกองค์กรด้วย และเมื่อมาตรา 202(1) ได้ห้าม คนที่เป็นหรือเคยเป็นผู้ดำรงตำแหน่งในองค์อิสระ ดังนั้น กรรมการองค์กรอิสระทุกองค์กรที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในปัจจุบัน ก็น่าจะไม่สามารถเป็นต่อได้อีกและหากเป็นอยู่ก็ต้องพ้นจากตำแหน่งไป
และยิ่งพลิกไปดูที่มาตรา 218 ที่ว่าด้วยการ“พ้นตำแหน่ง” ซึ่งอยู่ในบททั่วไป ที่ใช้บังคับกับ“องค์กรอิสระ” ก็จะเห็นความชัดเจนยิ่งขึ้นไปอีก
ทั้งนี้ มาตรา 218 บัญญัติว่า นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ พ้นจากตำแหน่งเมื่อ ... ( 3) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามทั่วไปตามมาตรา 216
ลักษณะต้องห้ามทั่วไปตามมาตรา 216 ก็คือ การเป็นหรือเคยเป็นผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ นั่นเอง
หากตีความเคร่งครัดตามลายลักษณ์อักษรของร่างรัฐธรรมนูญและถอดรหัสตามคำสัมภาษณ์ของ “อาจารย์มีชัย ” แล้ว... มาถึงนาทีนี้ เรื่องที่ว่ามีกรรมการคนไหนบ้างในองค์กรอิสระใด ที่มีคุณสมบัติขัดกับร่างรัฐธรรมนูญใหม่ หรือมีคุณสมบัติไม่ถึง และต้องพ้นจากตำแหน่ง คงเป็นเรื่องเล็กๆไปเสียแล้ว



