
วิถีของพ่อ วิถีธรรมชาติบำบัด
โดย - กัมปนาท ขันตระกูล
นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานพระราชดำริแก่สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) และกรมชลประทาน ให้ร่วมกันศึกษาหาวิธีการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวกับขยะมูลฝอย น้ำเสีย และการรักษาสภาพป่าชายเลนด้วยวิธีทางธรรมชาติ โดยใช้พื้นที่สาธารณประโยชน์ บริเวณ ต.แหลมผักเบี้ย อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี เพื่อแก้ปัญหาขยะและน้ำเสียใน จ.เพชรบุรี
วัตถุประสงค์หลัก คือ การศึกษาวิจัยหาเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหาน้ำเสียและขยะชุมชนที่ประหยัด สะดวก ทำได้ง่าย และสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับพื้นที่อื่นๆ ในประเทศได้อย่างกว้างขวาง โดยมี ศ.ดร.เกษม จันทร์แก้ว ผู้อำนวยการโครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย และคณาจารย์วิทยาลัยสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นคณะวิจัย การดำเนินการได้ทำเป็น 4 ระยะ ประกอบด้วย ระยะที่ 1 ปี พ.ศ.2533-2536 ทำการทดลองศึกษาความเป็นไปได้ในการกำจัดขยะ ระยะที่ 2 ปี พ.ศ.2537-2539 ทำการหารูปแบบการทดลองภาคปฏิบัติ ทดลองในภาคปฏิบัติ ระยะที่ 3 ปี พ.ศ.2540-2542 หาประสิทธิภาพและสร้างแบบจำลองระบบบำบัดน้ำเสียและการกำจัดขยะ และระยะที่ 4 ปี พ.ศ.2543 ถึงปัจจุบัน ทำการส่งเสริมเผยแพร่เทคโนโลยีของโครงการ
คณะทำงานได้ศึกษาค้นคว้าวิจัย รูปแบบของเทคโนโลยีในการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมด้านการกำจัดขยะ และการบำบัดน้ำเสีย โดยอาศัยวิธีธรรมชาติช่วยเหลือธรรมชาติ คือเทคโนโลยีการทำปุ๋ยหมักจากขยะ โดยการฝังกลบในกล่องคอนกรีต เทคโนโลยีการบำบัดน้ำเสียด้วยระบบบ่อบำบัดน้ำเสีย เทคโนโลยีการบำบัดน้ำเสียด้วยระบบพืชบำบัดและศึกษาค้นคว้าวิจัย เกี่ยวกับกลไกการเกิดแผ่นดินงอกจากตะกอนน้ำพัด เนื้อที่ประมาณ 356 ไร่ พร้อมทั้งได้ดำเนินการก่อสร้างศาลาและลานที่พัก เพื่อใช้สำหรับเป็นที่พักในการเก็บข้อมูลในพื้นที่ รวมทั้งใช้สำหรับการเข้าทัศนศึกษาภายในบริเวณป่าชายเลน
สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา ร่วมกับสำนักงาน กปร. ได้ดำเนินการก่อสร้างสะพานคนเดินและศาลาที่พักริมทางเพิ่มเติมระยะทาง 1,100 เมตร เพื่อใช้เป็นทางเดินเข้าศึกษาการเจริญเติบโตของป่าโกงกาง และใช้เป็นเส้นทางการเก็บตัวอย่างน้ำเพื่อการวิจัยและเก็บข้อมูล
สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนาได้ซื้อที่ดินจากกรมที่ดินในราคาที่เหมาะสม และดำเนินการออกโฉนดที่ดินในนามของสำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา บนที่ดินเนื้อที่ประมาณ 551 ไร่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการในปัจจุบัน
ปัจจุบัน งานศึกษาวิจัยตามแผนที่กำหนดไว้ได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้วและสามารถสร้างคู่มือสำหรับประยุกต์ใช้เพื่อเผยแพร่ การศึกษาวิจัยคือการบำบัดน้ำเสียด้วยระบบพื้นที่ชุ่มน้ำเทียม เป็นการบำบัดน้ำเสียโดยการทำแปลงหรือทำบ่อเพื่อกักเก็บน้ำเสียที่รวบรวมได้จากชุมชน และปลูกพืชน้ำที่ผ่านการคัดเลือกแล้วว่าเหมาะสมที่สุด 2 ชนิด คือ กกกลม (กกจันทบูรณ์) (Cyperus Corymbosus Rottb.) และธูปฤาษี (Typha angustifolia Linn.) ช่วยในการบำบัดน้ำเสียโดยมีลักษณะการให้น้ำเสีย 2 ระบบ คือระบบปิดเป็นระบบที่ให้น้ำเสียขังได้ในระดับหนึ่งและมีการระบายน้ำเสียเติมลงในระบบทุกวัน และระบบเปิดเป็นระบบที่ให้น้ำเสียลงสู่ระบบบำบัดอย่างต่อเนื่อง น้ำเสียใหม่เข้าไปดันน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดออกจากระบบให้ไหลล้นทางระบายน้ำ หรือทางระบบท่อใต้ดินสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งมีระยะเวลาในการพักน้ำเสีย 1 วัน และพืชที่ปลูกสามารถตัดออกเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้
การบำบัดน้ำเสียด้วยระบบพืชกรองน้ำเสียเป็นการบำบัดน้ำเสียโดยการทำแปลงหรือทำบ่อเพื่อกักเก็บน้ำเสียที่รวบรวมได้จากชุมชนและปลูกพืชที่ผ่านการคัดเลือกว่าเหมาะสม 3 ชนิด คือ ธูปฤาษี กกกลม (กกจันทบูรณ์) และหญ้าแฝกอินโดนีเซีย ช่วยในการบำบัดน้ำเสียโดยมีลักษณะการให้น้ำเสียคือระบบที่ให้น้ำเสียขังไว้ 5 วัน และปล่อยทิ้งไว้ให้แห้ง 2 วัน และระบายน้ำที่ผ่านการบำบัดออกจากระบบโดยปล่อยระบายน้ำสู่แหล่งน้ำธรรมชาติและพืชที่ปลูกสามารถตัดออกเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้
การบำบัดน้ำเสียด้วยระบบบำบัดน้ำเสียเป็นระบบบำบัดแบบพึ่งพาธรรมชาติโดยอาศัยจุลินทรีย์ย่อยสลายสารอินทรีย์ในน้ำเสียและการเติมออกซิเจนจากการสังเคราะห์แสงของแพลงตอนในน้ำเสีย ซึ่งในการออกแบบสามารถรองรับน้ำเสียได้ 4,500-10,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน โดยมีบ่อบำบัดน้ำเสีย 5 บ่อ ประกอบด้วย บ่อตกตะกอน 1 บ่อ บ่อผึ่ง 3 บ่อ และบ่อปรับสภาพ 1 บ่อ ซึ่งคุณภาพน้ำที่ผ่านการบำบัดอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานน้ำทิ้งชุมชน
การบำบัดน้ำเสียด้วยระบบหญ้ากรองน้ำเสียเป็นการบำบัดโดยการทำแปลงหรือทำบ่อเพื่อกักเก็บน้ำเสียที่รวบรวมได้จากชุมชนและปลูกหญ้าอาหารสัตว์ที่ผ่านการคัดเลือกว่าเหมาะสม 3 ชนิด ช่วยในการบำบัด คือ หญ้าสตาร์ (Cynodon plectostachyus) หญ้าคาลลา (Letpochloa fusca) และหญ้าโคสครอส (Sporobolus virginicus) มีลักษณะการให้น้ำเสีย คือระบบที่ให้น้ำเสียขังไว้ 5 วัน และปล่อยทิ้งไว้ให้แห้ง 2 วัน และระบายน้ำที่ผ่านการบำบัดออกจากระบบโดยปล่อยระบายน้ำสู่แหล่งน้ำธรรมชาติและหญ้าเหล่านี้ สามารถตัดออกนำไปใช้เลี้ยงสัตว์ได้
การบำบัดน้ำเสียด้วยระบบแปลงพืชป่าชายเลนเป็นการบำบัดโดยการทำแปลงเพื่อกักเก็บน้ำทะเลและน้ำเสียที่รวบรวมได้จากชุมชนและปลูกป่าชายเลนด้วยพันธุ์ไม้ 2 ชนิด คือ ต้นโกงกาง และต้นแสม เพื่อช่วยในการบำบัดอาศัยการเจือจางระหว่างน้ำทะเลกับน้ำเสียสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับชุมชนหรือกิจการเพาะเลี้ยงกุ้งที่มีพื้นที่ติดอยู่กับป่าชายเลนได้โดยไม่จำเป็นต้องมีการก่อสร้างแปลงพืชป่าชายเลน แต่จะต้องมีบ่อพักน้ำเสียไว้ระยะหนึ่งและระบายน้ำเสียเหล่านั้นสู่พื้นที่ป่าชายเลนที่มีอยู่ในขณะที่น้ำทะเลขึ้นสูงสุดซึ่งจะเป็นการบำบัดน้ำเสียได้ในระดับหนึ่ง
การทำปุ๋ยหมักจากขยะโดยการฝังกลบในกล่องคอนกรีต จากการศึกษาวิจัยและพัฒนาในพื้นที่โครงการ ได้เทคโนโลยีการจัดการขยะมูลฝอยชุมชนโดยวิธีการทำปุ๋ยหมักจากขยะ ด้วยการใช้กล่องและบ่อคอนกรีตโดยอาศัยหลักการธรรมชาติช่วยธรรมชาติ และเหมาะสมกับการนำไปประยุกต์ใช้ได้กับชุมชนและตามครัวเรือน
ยุทธ อังกินันทน์ นายกเทศมนตรีเมืองเพชรบุรี กล่าวว่า โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นการบำบัดน้ำเสียแบบธรรมชาติ โดยนำน้ำเสียในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรีทั้งหมดส่งผ่านท่อไปบำบัดที่โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งอยู่ที่ ต.แหลมผักเบี้ย อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ซึ่งนับว่าเป็นประโยชน์ต่อเทศบาลเมืองเพชรบุรีเป็นอย่างมาก เพราะสามารถแก้ปัญหาการปล่อยน้ำเสียลงแม่น้ำเพชรบุรีได้
“ธรรมดาน้ำเสียในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรีจะถูกปล่อยลงแม่น้ำเพชร เนื่องจากบ่อบำบัดน้ำเสียของเทศบาลมีขนาดเล็ก แต่ปริมาณน้ำเสียในเขตเทศบาลเมืองเพชรมีมาก ซึ่งการจะทำบ่อบำบัดน้ำเสียให้เพียงพอต้องใช้งบประมาณมาก ซึ่งเทศบาลเมืองเพชรบุรีมีงบประมาณไม่พอ แต่ทุกวันนี้เทศบาลเมืองเพชรบุรีหมดกังวลเรื่องน้ำเสีย” นายกเทศมนตรีเมืองเพชรบุรี กล่าวว่า
ศรีเพชร นามเดช นายก อบต.แหลมผักเบี้ย กล่าวว่า โครงการนี้มีประโยชน์ต่อคนเมืองเพชรทั้งจังหวัด เพราะทำให้สิ่งแวดล้อมของเมืองเพชรบุรีดีขึ้น ไม่มีปัญหาเรื่องมลภาวะจากน้ำเสีย รวมทั้งยังเป็นประโยชน์สำหรับคนทั้งประเทศ เพราะทุกจังหวัดได้มาศึกษาดูงานที่โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
“โครงการนี้เป็นโครงการมหัศจรรย์ เพราะน้ำเสียมาอยู่กับชุมชนได้ อีกทั้งทำให้ระบบนิเวศชายฝั่งดีขึ้น ทำให้มีสัตว์ทะเลมากขึ้น ชาวบ้านในพื้นที่ได้อาศัยจับสัตว์ทะเลเลี้ยงชีพ คนในพื้นที่ได้ประโยชน์จากการประกอบอาชีพ คนในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรีก็ได้ประโยชน์เรื่องการบำบัดน้ำเสีย ส่วนคนจังหวัดอื่นๆ ได้ประโยชน์จากการมาศึกษาดูงาน หากไม่มีโครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ยฯ ปัจจุบันแม่น้ำเพชรคงเน่าหมดทั้งสายแล้ว”
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จฯ มาทรงติดตามผลดำเนินงานโครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เมื่อปี พ.ศ.2547 และทรงพาเด็กนักเรียนจากโรงเรียนวังไกลกังวลมาศึกษาด้วย
อาคเนย์ กายสอน นักวิชาการสิ่งแวดล้อม จังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า การสร้างโรงบำบัดน้ำเสียมีค่าใช้จ่ายมาก น้ำเสีย 1 ลูกบาศก์เมตร อาจต้องใช้เงินมากถึง 10 บาท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึงพระราชทานแนวพระราชดำริว่า ธรรมชาติสามารถบำบัดของเสียได้
“โครงการนี้ทำให้ชาวจังหวัดเพชรบุรีไม่ต้องจ่ายค่าบำบัดน้ำเสีย ส่วนประโยชน์ส่วนรวมคือเป็นสถานที่ศึกษาเรื่องการบำบัดน้ำเสีย และการกำจัดขยะแบบธรรมชาติ และเป็นต้นแบบของบ่อบำบัดน้ำเสียทั่วประเทศไทย นอกจากนี้ชาว ต.แหลมผักเบี้ย ยังได้ป่าชายเลนเพิ่มขึ้นอีกด้วย” อาคเนย์ กล่าว
สุมล สุตะวิริยะวัฒน์ ประธานชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพชรบุรี อดีต ส.ว.เพชรบุรี กล่าวว่า โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงใช้วิธีง่ายๆ นำธรรมชาติมาบำบัด เดิมทีน้ำเสียในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรีถูกปล่อยลงแม่น้ำเพชร ทำให้ตัวเมืองเพชรบุรีมีปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมระบบนิเวศ มีปัญหาน้ำในแม่น้ำเพชรเสื่อมคุณภาพ หากปล่อยไปอนาคตแม่น้ำเพชรคงเน่าเสียทั้งสาย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเห็นว่า แม่น้ำเพชรเป็นแม่น้ำสำคัญ แต่มีขนาดเล็ก หากน้ำเสียลงไปมากแม่น้ำคงเน่าแล้วคนเมืองเพชรจะเอาน้ำที่ไหนใช้
“ในขณะนั้นน้ำเสียในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรีไม่รู้จะนำไปไว้ที่ไหน จึงถูกปล่อยลงแม่น้ำเพชร โครงการนี้มีประโยชน์กับเมืองเพชรมาก เพราะเป็นการบำบัดน้ำเสียให้เป็นน้ำดีก่อนปล่อยสู่ธรรมชาติ ทำให้ระบบนิเวศส่วนรวมดีขึ้น อีกทั้งยังเป็นโครงการต้นแบบในการบำบัดน้ำเสีย” สุมล กล่าว
ปัจจุบันโครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นโครงการต้นแบบเรื่องการบำบัดน้ำเสียทั่วประเทศ นับเป็นโครงการของประชาชนไทยทั้งประเทศ เพราะไม่ใช่เกิดประโยชน์กับคนจังหวัดเพชรบุรีจังหวัดเดียวเท่านั้น แต่ด้วยพระอัจฉริยภาพทำให้ทั่วประเทศน้อมนำไปเป็นแนวทางในการบำบัดน้ำเสียด้วยวิธีธรรมชาติๆ พร้อมๆ กับการอนุรักษ์พื้นที่ป่าชายเลนอีกมากมายหลายแห่งด้วย
****************************



