คอลัมนิสต์

คุณูปการของ “น็อต กราบรถ”

คุณูปการของ “น็อต กราบรถ”

09 พ.ย. 2559

คอลัมน์ขยายปมร้อน โดย อรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ

          นาทีนี้คงไม่มีไม่รู้จัก “น็อต กราบรถ” หรือ “อัครณัฐ อริยฤทธิ์วิกุล” เนื่องจากวีรกรรมของเขานั้น เรียกได้ว่าเข้าตาคนส่วนมาก และความเห็นของทุกคนก็แทบจะเป็นไปในทางเดียวกันว่าไม่เห็นด้วยกับการกระทำของเขาที่ใช้ความรุนแรง และควรจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกระบวนการกฎหมายบ้านเมืองหากคู่กรณีทำผิดจริง

          หลายแรงร่วมด้วยช่วยกันใช้มาตรการทางสังคมกดดันผ่านโลกโซเชียล หลายคนออกความเห็นแบบเป็นวิชาการ หลายคนออกความเห็นเชิงอารมณ์ หลายคนออกความเห็นเชิงแซว หลายคนออกความเห็นเชิงสอน เรียกได้ว่าใครถนัดแบบไหนก็ทำแบบนั้น ขณะที่ต้นสังกัดประกาศยกเลิกสัญญา สถานีโทรทัศน์ระงับการออกอากาศรายการที่เขาเป็นพิธีกร เรียกได้ว่าเกิดมหกรรม “สหบาทา” ชนิดที่คล้ายกับว่าจะตกขบวนกันเลยทีเดียว หากไม่ออกมาตำหนิการกระทำของชายผู้นี้

          แต่ต้องบอกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้สร้างคุณูปการให้กับสังคมไทยไม่น้อย อย่างแรกคือเราได้รู้กันชัดๆเลยว่า การใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหาเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และสมควรได้รับการประณาม ยิ่งหากเป็นการใช้ความรุนแรงที่เกินกว่าเหตุก็ยิ่งต้องทั้งถูกประณามและดำเนินการตามกฎหมาย

                              คุณูปการของ “น็อต กราบรถ”

          นอกจากนี้เราก็ได้รู้จักกับศาสตร์ที่เรีกยว่า การควบคุมความโกรธ หรือ (Anger management) เพราะหลายคนก็ประสบกับภาวะที่ไม่สามารถควบคุมอารมณ์โกรธได้ ยามต้องเจอสิ่งที่กระทบจิตใจอย่างรุนแรง เพราะคนหลายคนต้องประสบกับภาวะวิกฤต เพราะจัดการกับความโกรธของตัวเองไม่เป็นจนชีวิตต้องดิ่งเหว เช่นที่ “น็อต” กำลังเจอ  รวมไปถึงการจัดการกับภาวะวิกฤตที่ดีไม่พอ

           นอกจากนี้เราได้เห็นคนที่กล้าตะโกนเตือน ว่าทำไมไม่ให้กฎหมายจัดการ เพราะคนแบบนี้ก็ถือว่าเป็นคนที่สังคมต้องการเช่นเดียวกัน การเออออห่อหมก หรือธุระไม่ใช่กับการกระทำที่ไม่ถูกต้องไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก อย่างน้อยก็เป็นการเรียกสติให้กับหลายๆคน

          อีกหน่อยเราจะเห็นรางวัลบุคคลดีเด่นด้านต่างๆมีความเข้มงวดระมัดระวังมากยิ่งขึ้น

          นอกจากนี้ยังเป็นนิมิตหมายที่ดี เพราะหากความเห็นที่แสดงออกมานั้นมาจากตัวตน ในอนาคตเราก็จะเห็นคนในสังคมแสดงความเคารพกฎหมาย และปฏิเสธการใช้กำลัง เราจะเป็นสังคมที่เคารพกฎหมายเฉกเช่นที่ปรตะเทศอารยะพึงจะเป็น ดังนั้นอีกหน่อย เราจึงน่าจะเห็นการเคารพกฎหมายกันมากขึ้น การขับรถผิดกฎจราจรกันน้อยลง การยอมรับเมื่อตัวเองกระทำผิดก็จะมีมากขึ้น

          เราคงไม่เห็นการนำสัตว์ป่ามาเป็นสัตว์เลี้ยง โดยหาข้ออ้างต่างๆนาๆ เพราะนั่นก็เป็นอีกการกระทำที่ผิดกฎหมาย

          ต่อไปเราคงเห็นดาราที่กระทำตัวเป็นตัวอย่างของสังคมมากยิ่งขึ้น 

                        คุณูปการของ “น็อต กราบรถ”

          การใช้กำลังจะถูกปฏิเสธมากขึ้นเรื่อยๆ ภาพการใช้กำลังเมื่อไม่พอใจกลุ่มตรงข้ามทางการเมืองก็ไม่น่าจะมีอีกแล้ว หากยึดตามความเห็นที่แสดงออกมากันอย่างถล่มทลาย ในอนาคตเราคงไม่เห็นใครไปทำร้ายคนคิดต่างทางการเมือง เราคงจะไม่เห็นภาพการใช้กำลังเข้าไปขัดขวางคนที่กำลังจะไปเลือกตั้ง  ไม่เห็นการใช้กำลังเข้าไปปิดล้อมสถานที่ราชการ เพื่อไม่ให้กระทำการที่ฝ่งตัวเองไม่ชอบ เราคงไม่เห็นภาพการตั้งกองกำลังขึ้นในสถานที่ชุมนุมทางการเมือง เราคงไม่เห็นการใช้อาวุธของเจ้าหน้าที่รัฐต่อการชุมนุมทางการเมือง เพราะนั่นก็เป็นสิ่งผิดกฎหมายที่ทุกคนรังเกียจ

          เราคงจะเห็นการจัดการกับเจ้าหน้าที่ตำรจที่ใช้กำลังกับผู้ต้องหา  เช่นกรณีการรุมทำร้ายผู้ต้องหาเล่นการพนันไฮโลโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ เราคงเห็นการจัดการที่จริงจัง เพราะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถึงกับออกมาระบุว่า ท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รับไม่ได้กับเรื่องที่เกิดขึ้น ที่มีการกระทำเกินกว่าเหตุ ซึ่งการใช้กำลังเกินกว่าเหตุโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงน่าจะเป็นสิ่งที่ท่านรับไม่ได้เช่นเดียวกัน

          ขณะที่ ท่านผู้บัญชาการทหารบก ก็ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับการใช้กำลังในการแก้ปัญหา ก็เป็นนิมิตหมายที่ดีว่า ในอนาคตกองทัพก็จะไม่ใช้กำลังออกมาแก้ปัญหาทางการเมืองเหมือนที่ผ่านๆมาเพราะการทำรัฐประหารก็คือการใช้กำลังในการแก้ปัญหาเช่นเดียวกัน

          จากความเห็นที่แต่ละคนแสดงออกมา ทำให้เรายังมีความหวังที่จะเห็นบ้านเมืองเจริญก้าวหน้า  เพราะครั้งนี้หลายคนแสดงตัวเองว่าเคารพกฎหมาย และอยากให้คนอื่นเคารพกฎหมายด้วยเช่นกัน   

          แค่คิดก็มีความสุขแล้ว.