
ราคาข้าว ทำการเมืองร้อนฉ่า เมื่อ“ยิ่งลักษณ์” เปิดหน้าชน
การเมืองเริ่มร้อนแรง เมื่อ "ยิ่งลักษณ์" ลงพื้นที่อิสาน ซื้อข้าวช่วยชาวนา หลายคนสงสัยเป็นเกมเปิดหน้าชนหรือไม่ เมื่อวันนี้ถูกรุกไล่ ในคดี "จำนำข้าว"
ราคาข้าว ที่ร่วงต่ำลง ทำให้หลายฝ่ายต่างก็ระดมกันช่วยชาวนา ในส่วนของรัฐก็ออกมาตรการช่วยเหลือ อย่างการจำนำยุ้งฉาง ขณะที่ภาคเอกชน หรือ ในระดับบุคคลต่างก็ส่งเสริมให้ชาวนาขายข้าวด้วยตัวเอง หรือการเปิดพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่จริง หรือพื้นที่ออนไลน์ ให้ชาวนานำข้าวมาขาย
ไม่เว้นแม้แต่นักการเมือง ที่ตอนนี้กำลังอยู่ในภาวะตกงาน และ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ก็เป็นหนึ่งในนั้น ที่เริ่มขยับ โดยวันนี้ (3 พ.ย.)เธอลงพื้นที่ จ. อุบลราชธานี และ จ.สุรินทร์ เพื่อรับซื้อข้าวจากชาวนาที่นำมาขาย
มีการระบุว่า การกระทำครั้งนี้ “ยิ่งลักษณ์” ควักกระเป๋าของตัวเอง เพื่อรับซื้อข้าวจากชาวนา โดยตั้งเป้าจะซื้อให้ได้ 2- 3 ตัน และนำข้าวนี้ไปสีที่โรงสีที่ จ.สุรินทร์ ก่อนที่จะนำมาขายที่ กทม. ในลักษณะเปิดท้ายขายของ
ยังมีการระบุต่อด้วยว่า หากโครงการนี้ประสบความสำเร็จ ก็จะทำต่อไปเรื่อยๆ
เรียกได้ว่างานนี้ได้ใจไปเต็มๆ ว่าอดีตนายกฯต้องการช่วยชาวนา
แต่ในอีกมุมก็มองได้ว่า เรื่องนี้น่าที่จะหวังผลทางการเมืองอยู่บ้างไม่มากก็น้อย เพราะแม้ยากปฏิเสธ แต่ก็ต้องยอมรับว่าการเมืองบ้านเราขับเคลื่อนเวียนวนอยู่กับปัญหาราคาข้าวมาโดยตลอด และโดยเฉพาะสองปีใหลัง ที่โครงการรับจำนำข้าวเป็นประเด็นหลักที่รัฐบาลทหาร ใช้ไล่บี้อดีตรัฐบาลพลเรือน
จุดเด่นของ รัฐบาล “ยิ่งลักษณ์” คือโครงการรับจำนำข้าวที่ครองใจคนชนบทและเกษตรกร แต่กลับเป็นเหมือนหนามแหลมคมที่คอยทิ่มแทงฝั่งที่เห็นตรงข้าม และมองว่าโครงการดังกล่าวก่อความเสียหายอย่างสูง
และก่อนหน้านี้ก็เพิ่งมีการเซ็นคำสั่งทางปกครองเพื่อให้ยึดทรัพย์ 3.5 หมื่นล้าน จาก “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” แน่นอนว่าเธอไม่เห็นด้วย และทำจดหมายถึงปลัดกระทรวงคลัง ชี้ให้เห็นว่าคำสั่งดังกล่าวไม่มีความเป็นธรรม และเรียกร้องให้มีการถอนคำสั่งดังกล่าว และคาดว่าจะมีการต่อสู้ในทางกฎหมายอื่นตามมา
และจะห้ามเรื่องนี้ไม่ให้เป็นเรื่องทางการเมืองก็คงลำบาก เพราะคนที่จุดประเด็นนี้ให้เป็นประเด็นทางการเมืองไม่ใช่ใครที่ไหน หากแต่เป็น “ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ผู้กุมอำนาจรัฐในปัจจุบัน ที่พูดในขณะประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าว ว่าที่ราคาข้าวตกลงขนาดนี้เพระมีการนักการเมืองจับมือกับโรงสีกดราคา
การ “ซื้อข้าว” ของ “ยิ่งลักษณ์” ในครั้งนี้จากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น เห็นได้ว่ามีการเตรียมการเป็นอย่างดี เพราะเป็นการลงพื้นที่ที่ไปพบผู้ขายได้ทันที และมีการมอบเงินช่วยค่าเสียหายจำนำข้าวที่เธอกำลังโดนคำสั่งทางปกครองเรียกร้องด้วย
นอกจากนี้ภารกิจครั้งนี้ยังเป็นแบบ เร่งด่วน มาเร็ว ไปไว ชนิดที่นักข่าวในพื้นที่ยังไปแทบไม่ทัน ยากที่จะทำได้หากปราศจากการจัดการของคนในพื้นที่
ที่เป็นเช่นนั้นก็น่าคิดว่า หากเนิ่่นช้าไป หูตาทหารที่ดุจดั่งสับปะรดอาจเข้าไป และทำให้ภารกิจไม่สำเร็จลุล่วงได้
น่าสนใจว่า ขณะนี้ “ยิ่งลักษณ์” และ ทีมเพื่อไทย กำลังโดนเล่นงานจากโครงการรับจำนำข้าว ทั้งคำสั่งยึดทรัพย์ และการสู้คดีในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่งวดเข้ามาทุกขณะ
ดังนั้นการต่อสู้ทุกวิถีทางจึงต้องดำนเนินขึ้น ทั้งเรื่องของข้อกฎหมาย และกระแสสนับสนุนจากประชาชน ซึ่งแน่นอนว่าโอกาสเช่นนี้ จึงไม่ควรปล่อยให้เลยผ่านไป
ยิ่งภาพที่เธอหลั่งน้ำตาพร้อมกล่าวว่า "ก็ไม่รู้จะชดใช้ยังไงหมด เพราะเป็นจำนวนเงินที่เยอะมาก" เมื่อถูกถามถึงค่าเสียหายที่ถูกเรียก ถือว่าเป็นช้อตเรียกความเห็นใจได้อย่างดียิ่ง
เรื่องนี้เชื่อว่า รัฐบาลไม่น่าที่จะชอบใจนัก แต่การจะเข้าไปขัดขวางก็ไม่ใช่ทางที่น่าเลือก และที่สำคัญรู้ทั้งรู้ว่ารัฐบาลไม่น่าพึงใจ แต่เธอก็เปิดหน้าเล่น แบบต้องการให้รับรู้เป็นวงกว้าง เพราะนาทีนี้ก็เหมือนหลังชนฝาแล้ว
ต้องจับตาว่ารัฐบาลจะแก้ทางอย่างไร
จากนี้การต่อสู้จะเข้มข้นยิ่งขึ้น และสู้กันแบบทุกแง่ทุกมุม



