
เสียงตอบรับพอใจ จัดระเบียบค้าขายรอบสนามหลวง
เมื่อทางการ ตัดสินใจเข้ามาจัดระเบียบการค้าขายรอบสนามหลวงในช่วงพิธีสำคัย เสียงตอบรับจะเป็นอย่างไร
ในช่วงสัปดาห์แรกของการเสด็จสวรรคตของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ภาพของประชาชนจำนวนมากที่หลั่งไหลเข้ามาถวายอาลัย ต่อพระบรมศพ ปรากฏให้เห็นอยู่ตลอด รวมถึงภาพของพ่อค้าแม่ค้า ที่ขายของในบริเวณสนามหลวง และรอบพระบรมมหาราชวัง มีทั้งเสื่อรองพื้นพลาสติก ของที่ระลึกพระบรมฉายาลักษณ์ รวมถึงดอกไม้เพื่อนำไปแสดงความอาลัยด้วย
แต่เมื่อผ่านไปช่วงเวลาหนึ่ง ทาง กทม. ก็ได้มีนโยบายห้ามขายของ ในพื้นที่อย่างชัดเจน โดยระบุว่าปกติแล้วในพระราชพิธีจะไม่อนุญาตให้จำหน่ายสินค้าอยู่แล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุชัดเจนผ่านเครื่องขยายเสียงว่า หากพบว่าใครทำการค้าขายในบริเวณสนามหลวง หรือรอบพระบรมมหาราชวัง จะเข้าจับกุม และปรับโทษอัตราสูงสุดทันทีคือ 2,000 บาท โดยภาพที่ปรากฏหลังจากมีนโยบายดังกล่าว เราก็จะได้เห็นประชาชนนั่งบนบริเวณสนามหลวงโดยไม่มีเสื่อ หรือมีดอกไม้ไปวางแสดงความอาลัยเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์น้อยลงอย่างชัดเจน
“การที่ไม่มีคนมาขายเสื่อ เราก็ไม่ได้ลำบากหรอก เพราะเราก็นำมาเองได้ ถึงไม่มีเสื่อก็ไม่นั่ง” นางอุทัยวรรณ สังเมฆ ครูเกษียณวัย 68 เริ่มเปิดประเด็น ขณะที่เธอนั่งพักอยู่กลางสนามหลวง บนเสื่อที่เธอนำมาเอง พร้อมระบุต่อไปว่า ก็ต้องยอมรับว่า การที่ กทม. ห้ามขายของ ทำให้สนามหลวงมีความเป็นระเบียบมากขึ้น อีกทั้งยังสะอาดมากขึ้น เพราะปัญหาขยะจากเสื่อพลาสติกน้อยลง รวมถึงยังช่วยเสริมมากในเรื่องความปลอดภัย เพราะบางครั้งตนก็พบว่าคนขายเสื่อบางคนแสดงมีกริยาที่ไม่น่าไว้วางใจ แต่ตนก็มีความเห็นใจคนกลุ่มนี้ที่ต้องหาเงิน แต่ตนทราบมาว่า ทางกทม. ก็เคยมีนโยบายส่งเสริมอาชีพอื่นๆ แต่เขาก็ไม่สนใจกัน
ขณะที่ น.ส.ดรุณี อามีน แคดดี้ อายุ 44ปี เล่าว่า การที่ไม่มีพ่อค้าแม่ค้ามาขายของ ตนก็ไม่ได้รู้สึกลำบากอะไรเพราะถ้าจะมานั่งที่สนามหลวง ก็ต้องเตรียมเสื่อมาเอง รวมถึงร่วมที่ใช้กันแดดเวลายืนรอด้วย ซึ่งก็เข้าใจว่าเขาต้องการหารายได้ แต่ในช่วงที่มีพระราชพิธีเช่นนี้ก็ควรจะระงับเอาไว้ก่อน อีกทั้งยังมีผู้มีจิตอาสาจากหลายภาคส่วนมาร่วมแจกอาหาร เครื่องดื่ม ของอำนวยความสะดวกต่างๆด้วย รวมถึงบรรยากาศของการแสดงความอาลัยด้วยสภาพแวดล้อมเหล่านี้ การค้าขายจึงไม่น่าเหมาะสม
“ความจริงก็เห็นใจคนต่างจังหวัด ที่ไม่ได้เตรียมร่มหรือเสื่อมาด้วย แต่ถ้าจะมาสนามหลวงแล้วรู้ว่าต้องรอนาน ก็น่าจะเตรียมของมาบ้าง โดยเรื่องของเสื่อพลาสติกที่ขายๆกัน ก็เป็นปัญหาเรื่องของขยะเหมือนกัน” ดรุณี ให้ความเห็นเรื่องของปัญหาการขายของในสนามหลวง รวมถึงเธอยังบอกด้วยว่าไม่เห็นด้วยกับขายสินค้าที่แอบอ้างในช่วงนี้ เช่นพระบรมฉายาลักษณ์ เนื่องจากสิ่งเหล่านี้สามารถหาได้ง่ายอยู่แล้วจากตามหน้าหนังสือพิมพ์ช่วงนี้ และยังมีตามปฏิทินเก่าๆที่เป็นพระบรมฉายาลักษณ์ของท่าน ถือว่าเป็นรูปที่มีทุกบ้าน ไม่น่าหายาก
แคดดี้สาว กล่าวอีกว่า การห้ามคนเข้ามาค้าขายในบริเวณสนามหลวง สามารถช่วยในเรื่องของความสะอาด เป็นระเบียบ และความเหมาะสมได้ ถ้าเราเตรียมใจที่จะมาถวายอาลัย เราก็ต้องเตรียมพร้อม อย่างน้อยๆร่วมและหมวก ที่ใช้กันฝนกันแดด ต้องมี
ด้าน นายสายันห์ มัธยมจันทร์ พนักงานบริษัทเอกชนเกษียณวัย 65 ปี ระบุว่า ด้วยขนาดงานพระราชพิธีครั้งนี้มีความกว้างใหญ่มาก ทำให้มีประชาชนเดินทางมาเยอะ อีกทั้งยังมีหน่วยงานจากหลายภาคส่วนมาทำงานจิตอาสาเป็นจำนวนมาก หากอนุญาตให้มีการขายของอย่างเสรี ก็จะทำให้ควบคุมลำบาก ซึ่งจะส่งผลกระทบในเรื่องความเรียบร้อย และความสะอาดอย่างแน่นอน
“ตอนนี้ผมมีความพอใจเรื่องของการจัดระเบียบพ่อค้าแม่ค้าของ กทม. มาก แต่ทางเจ้าหน้าที่ก็น่าจะมีของอำนวยความสะดวกบริการให้บ้างเล็กน้อย อย่าง เสื่อ บ้างก็ดี เพราะเวลาพื้นแฉะๆประชาชนจะนั่งได้ โดยไม่ต้องมองหาคนขายเสื่อ ในส่วนของการขายของที่ระลึกหรือพระบรมฉายาลักษณ์นั้น ตนมองว่าเป็นเรื่องของความพอใจของผู้ซื้อผู้ขาย แต่ถ้า กทม. ห้ามขายบริเวณนี้แล้ว ก็ไม่ควรขาย หรือถ้าอยากจะขายจริงๆ ก็ไปขายยังพื้นที่ที่ไกลกว่านี้หน่อย เช่นแถวๆท่าพระจันทร์เลยก็ได้” ชายวัยเกษียณระบุทิ้งท้าย
จากการไปพูดคุยกับประชาชนหลายๆคนส่วนใหญ่จะบอกทำนองเดียวกันว่า การที่ กทม. ห้ามคนมาขายของอำนวยความสะดวกอย่าง เสื่อ ดอกไม้ ร่ม หรือของที่ระลึก ไม่ได้ส่งผลอะไรต่อพวกเขา ของเหล่านี้สามารถเตรียมมาเองได้ แต่ก็มีไม่น้อยที่แสดงความเห็นใจ อารมณ์ของคนที่ต้องทำมาหากิน ซึ่งสิ่งที่เห็นได้ชัดก็คือ สนามหลวงนั้นมีความเป็นดูโล่งมากขึ้นจริงๆ
-----------



