
วาดภาพ “ในหลวง” ด้วยหัวใจ “ผู้ป่วยลูคีเมีย”
ตลอด 2 เดือน ที่นอนรักษาตัวอยู่รพ. “เอกภพ”เฝ้าติดตามพระอาการ“ในหลวง”ตลอด การลุกมานั่งวาดภาพพระองค์ท่านคือทางช่วยบรรเทาความโศกสลด หลังท่านสวรรคต (จากใจลูกถึงพ่อ)
ผมเป็นผู้ป่วยโรคลูคีเมีย ชนิดเฉียบพลัน (AML) นอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมา 2 เดือนแล้ว และได้เฝ้าติดตามพระอาการประชวรของในหลวงมาโดยตลอด
จนเมื่อวันที่ 13 ตุลาคมนี้ หลังจากได้อ่านประกาศจากสำนักพระราชวังแจ้งว่าในหลวงสวรรคตแล้ว ผมไม่สามารถกลั้นน้ำตาได้อีกต่อไป ทั้งที่ตอนแรกเตรียมใจไว้ว่าจะไม่ร้องไห้แต่เหมือนร่างกายมันไม่ยอมรับฟัง ในใจคิดแต่เพียงว่า "เราไม่มีในหลวงแล้ว" พร้อมกับหันไปหาภรรยาและกอดกันร้องไห้อยู่นานสองนาน
หลังจากที่ปล่อยให้น้ำตาไหลไปกับความเศร้าโศกเสียใจในค่ำคืนที่รู้สึกอ้างว้างหัวใจอย่างบอกไม่ถูก แม้จะนอนก็มิอาจข่มตาหลับลงได้ จนเวลาล่วงเลยไปเกือบ 01.30 น. จึงตัดสินใจหยิบกระดานวาดรูปขึ้นมา ความรู้สึกในใจขณะนั้นคือ "คิดถึงในหลวง" แต่พอถามภรรยาว่ามีกระดาษไหม คำตอบที่ได้คือ "ไม่มี" จะทำอย่างไรดีมันต้องวาด ต้องวาดตอนนี้เลย
หันไปเห็นสมุดโน้ตที่เป็นสมุดฉีกเล่มเล็กๆพร้อมกับคิดได้ว่าเรามีเทปปิดแผล จึงบอกภรรยาว่า "ช่วยต่อกระดาษให้ที" กระดาษจากสมุดฉีก 6 แผ่นได้ถูกต่อเข้าด้วยกันด้วยความปราณีต ทำให้มีขนาดใหญ่พอที่จะวาดรูปได้ ดินสอที่หาได้ก็มีแต่ดินสอ HB กับ 2B แต่ ณ ตอนนั้นอยากวาดด้วยดินสอ เอาก็เอาลองดูสักที
ผมได้เปิดหารูปในหลวงจากอินเตอร์เนตด้วยโทรศัพท์มือถือแล้วเลือกรูปที่จะวาดด้วยความรู้สึกคิดถึงในหลวงอย่างจับใจ ทั้งที่ในหัวมีแต่คำว่า "หลังจากวันนี้เราไม่มีในหลวงแล้ว" เริ่มวาดไปได้ชั่วโมงกว่าๆ ร่างกายเริ่มไม่ไหวเพราะเป็นเวลาเกือบตี 3 แล้ว จึงได้วางกระดานกับดินสอและหลับไปพร้อมน้ำตาที่ยังไหลรื้นอยู่ในอก รู้สึกตัวตื่นมาฟ้ายังไม่สว่างดีนัก ผมก็เปิดไฟหัวเตียงเพื่อวาดรูปในหลวงต่อ
วาดด้วยความคิดถึงแม้จะเศร้าโศกเสียใจเพียงใด แต่ในใจก็ยังคิดว่าโชคดีที่ได้เกิดมาในช่วงเวลาที่มีในหลวงเป็นผู้นำทางชีวิต
จากนี้ไป ถ้าผมมีลูก ผมจะเล่าให้ลูกฟังถึงสิ่งที่ในหลวงท่านได้ทำและสอนไว้เป็นมรดกสืบไปตราบนานเท่านาน
ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้
ข้าพระพุทธเจ้า เอกภพ ปรีชาศิลป์
อายุ 38 ปี
กราฟฟิกดีไซน์เนอร์
14 ต.ค. 59



