
ร่าง พ.ร.บ.คอมฯ กับปัญหาการใช้ผิดวัตถุประสงค์
ตั้งวงถก ร่าง พ.ร.บ.คอมฯ เหมาะสมหรือไม่ "ผู้รับผลกระทบ - เอกชน - นักกฎหมาย" รุมชำแหละ รายงานโดย จักรวาล ส่าเหล่ทู ...สำนักข่าวเนชั่น
ร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. .... หรือที่รู้จักสั้นๆว่า “พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ” ที่เป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยจะเสร็จสิ้นในปลาย ต.ค. นี้แล้ว และก่อนถึงเวลาคลอดร่าง พ.ร.บ. ฉบับแก้ไขสมบูรณ์ ให้เป็นที่ประจักษ์กัน ทางมูลนิธิเพื่ออินเทอร์เน็ตและวัฒนธรรมพลเมือง, แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแน ประเทศไทย, คณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล, และโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ilaw) ได้ร่วมกันจัดงานเสวนา “ชีวิตออนไลน์ ไปทางไหนดี” กับการพูดคุยง่ายๆว่าภายใต้ ร่างพ.ร.บ. ฉบับนี้น่ะ ชีวิตเราจะเป็นยังไงดี
ชวนย้อนอดีต กับการใช้กฎหมายผิดวัตถุประสงค์
นายอานดี้ ฮอล นักวิจัยด้านแรงงานสัญชาติอังกฤษ ที่มีคดีความกับบริษัทผลไม้กระป๋องในไทย จากการที่เขามีส่วนร่วมในงานวิจัยเรื่องการละเมิดสิทธิแรงงานข้ามชาติในโรงงานผลไม้กระป๋อง ที่ใช้แรงงานเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี โดยเขาเล่าว่า แม้ในคดีดังกล่าวเขาจะมีพยาน แต่ก็ยังถูกศาลตัดสินให้มีความผิดตามมาตรา 14 ในความผิดการนำข้อมูลเข้าสู่ระบบอันเป็นเท็จ ในพ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ซึ่งเขาไม่เห็นด้วยในหลายประเด็น เนื่องจากมาตราดังกล่าวควรเอาผิดกับคนที่เผยแพร่ข้อมูล ส่วนตนก็ไม่ได้เป็นคนเผยแพร่ข้อมูล หากแต่เป็นเว็บไซต์ของต่างประเทศ เพียงแต่ว่าเขามีชื่อเป็นผู้จัดทำในรายงานดังกล่าวจึงถูกฟ้อง
นายอานดี้ ยังเล่าต่อไปว่าทางโจทย์ระบุว่าเขาไม่สามารถชี้ได้ว่า เอาเอกสารที่เป็นความลับ มาประกอบงานวิจัยได้อย่างไร อีกทั้งกล่าวหาว่าไม่ได้ทำงานวิจัยจริง เพราะไม่สามารถนำบุคคลที่ให้ข้อมูลกับงานวิจัยมาเบิกความที่ศาลด้วย โดยประเด็นหลังนี้ เขาก็ไม่ยอม เพราะเป็นเรื่องของจรรยาบรรณวิชาชีพ ที่จะต้องปกป้องแหล่งข้อมูลให้ได้ ซึ่งทำให้สู้คดียากลำบากพอควร
“ในการตัดสินของศาลไทยครั้งนี้ ทางรัฐสภายุโรปไม่เห็นด้วย ซึ่งเขาเห็นว่า ต้องปรับปรุงข้อกฎหมายนี้ เพราะไม่เช่นนั้นนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน จะไม่สามารถดำเนินการหรือพูดอะไรได้ ซึ่งตอนนี้หลายๆคนมองว่ามีการใช้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ อย่างผิดเจตนารมณ์ เพื่อปิดปากนักสิทธิมนุษยชน ซึ่งการทำเช่นนี้ก็จะกระทบต่อการค้าขายระหว่างประเทศด้วย”
นักกฎหมายพากันชี้ พ.ร.บ.คอมฯ มีปัญหา
ในส่วนมุมมองของนักนิติศาสตร์อย่าง นายคณาธิป ทองรวีวงศ์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น กล่าวว่า พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ฉบับปัจจุบันนั้น ถูกใช้ผิดวัตถุประสงค์ เดิมทีมีเพื่อป้องกันปัญหาโลกออนไลน์ หรือการแฮคข้อมูล แต่กลายเป็นว่า มาตราที่เรามีการแก้ไขมากที่สุด มักจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเนื้อหาของการโพสต์เนื้อหา โดยมาตรา 14 ของพ.ร.บ.นี้ แต่เดิมมีเพื่อป้องกันการโจรกรรมข้อมูลออนไลน์ หรือสร้างเว็บปลอมเพื่อหลอกเอาข้อมูล แต่ทุกวันนี้มาตราดังกล่าวถูกใช่ร่วมกับกรณีหมิ่นประมาทด้วย แต่เดิมทีความผิดนี้สามารถยอมความกันได้ แต่ถ้าถูกใช้ร่วมกับมาตรา 14 ด้วยแล้ว จะยอมความกันไม่ได้เพราะเป็นความผิดทางอาญา ซึ่งตนหวังว่าการพิจารณาของ สนช. จะทำให้มาตรานี้ถูกใช้ตามเจตนารณ์เดิม
นอกจากนี้ยังมีมาตรา 18 - 19 ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ในการเข้าถึงข้อมูลเพื่อการบังคับใช้กฎหมาย โดยส่วนนี้ตาทฤษฎีแล้ว ถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิ แต่เป็นเรื่องที่ทำได้ และต้องมีความชัดเจนในการใช้อำนาจดังกล่าว ซึ่งเท่าที่ตนดูจากร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้แล้ว มีความพยายามตัดคำว่า “ตามพระราชบัญญัตินี้” ที่ต่อท้ายคำว่าความผิดออกไป หมายความว่าสามารถตีความความผิดได้กว้างมากขึ้นและ อาจครอบคลุมเรื่องอื่นๆที่ทำผ่านคอมพิวเตอร์ด้วย
ขณะที่นายอัครวิทย์ จงสวัสดิ์วรกุล ผู้อำนวยการฝ่ายงานกฎหมายบริษัท โทเทิ่ลแอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค พูดนอกเหนือประเด็นเรื่องการหมิ่นประมาทว่า ในมาตรา 15 ที่ระบุว่าผู้ให้บริการ รู้เห็นเป็นใจ หรือยินยอมให้มีการทำความผิดตามมาตรา 14 จะต้องได้รับโทษเช่นเดียวกับผู้ทำผิดด้วย ในส่วนนี้ถือว่ามีปัญหาเรื่องการตีความ กลายเป็นว่าเราซึ่งเป็นผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตนั้น อาจถูกเหมารวมว่าเป็นผู้รู้เห็นร่วมกันกระทำความผิดไปด้วย ซึ่งเรื่องดังกล่าวควรจะแยกประเภทของผู้ให้บริการด้วย หากเป็นเช่นนี้ทางค่ายมือถือต่างๆ ก็ต้องทุ่มงบตั้งทีมงานตรวจสอบเนื้อหาต่างๆบนโลกออนไลน์ ซึ่งเป็นการสิ้นเปลืองงบ แทนที่จะนำเงินส่วนนั้นไปพัฒนาระบบ อันเป็นผลพวงของความไม่ชัดเจนของกฎหมาย
สำหรับนักนิติศาสตร์ชาวต่างชาติเอง อย่างนายแซม ซารีฟี คณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล ก็มองไม่ต่างจากคนไทย โดยเขาระบุว่า พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ของไทยนั้นไม่สอดคล้องกับกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ที่คุ้มครองเรื่องเสรีภาพการแสดงออก ซึ่งตนก็ได้แนะนำบริษัทต่างชาติที่ตั้งอยู่นประเทศไทยว่า ไม่ควรตั้งเซิร์ฟเวอร์ในประเทศไทย เพราะพ.ร.บ.ฉบับนี้จะเป็นปัญหาของการเจริญเติบโตเศรษฐกิจดิจิทัล โดยผู้ให้บริการอย่างกูเกิ้ล ก็ไม่นิยมการบังคับใช้กฎหมายที่ละเมิดความเป็นส่วนตัวในการใช้อินเตอร์เน็ต ซึ่งตนก็หวังว่า สนช. จะไม่เห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ. นี้
จะเห็นได้ว่าตลอดช่วงระยะที่ผ่านมา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มักจะถูกวิจารณ์เรื่องความล้าหลัง รวมการเปิดให้ตีความอย่างกว้างได้ จนนำไปใช้อย่างผิดวัตถุประสงค์ ลึกๆแล้วเราต่างก็หวังว่า สนช. ที่เพิ่งมีการเพิ่มจำนวนอีก 33 คน จะช่วยการพิจารณากฎหมายนี้อย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้ใช้ผิดวัตถุประสงค์อย่างการปิดปากนักสิทธิมนุษยชน เป็นต้น
------



