
คดี “ป.ป.ช.” มีแต่ของ “ยิ่งลักษณ์”?
: ณัฐภัทร พรหมแก้ว สำนักข่าวเนชั่น
โดนวิจารณ์ไปดอกใหญ่ สำหรับ ป.ป.ช. ว่าจ้องเล่นงาน “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกฯ แบบไม่สนคดีฝั่งประชาธิปัตย์ ร้อนถึง ป.ป.ช.ต้องร่อนเอกสารข่าวชี้แจงเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า การทำของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ยึดพยานหลักฐาน ไม่กลั่นแกล้งและไม่ช่วยเหลือใคร
ถ้าส่องแฟ้มคดีในมือ ป.ป.ช.จะพบว่า มีบุคคลในแวดวงการเมือง ไม่เฉพาะคนในฝั่งเพื่อไทย อยู่ระหว่างการดำเนินการของ ป.ป.ช.อยู่ อาทิ
“อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ครั้งเป็นนายกฯ ถูกไต่สวนว่าผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการหรือทุจริตต่อหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญาและกฎหมายอื่น กรณีแทรกแซงตลาดข้าว โดยวิธีการ “ประกันราคาข้าวเปลือก” ปี 52/53 ทำให้เกิดความเสียหายต่องบประมาณแผ่นดิน
“อภิสิทธิ์” ยังถูกไต่สวนกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการในการบริหารจัดการน้ำเป็นเหตุให้เกิด “มหาอุทกภัย” ในปี 2554 และป.ป.ช.ยังให้นำข้อกล่าวหานายอภิสิทธิ์กรณีปฏิบัติหน้าที่มิชอบในการกักเก็บน้ำในเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ มาไต่สวนร่วมด้วย
ด้าน “สุเทพ เทือกสุบรรณ” ครั้งนั่งรองนายกฯ ก็ถูกไต่สวนให้ถอดถอน พฤติการณ์ “จงใจปกปิดและแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน” ในวันเข้ารับและออกจากตำแหน่งสมัยเป็น รมว.คมนาคม เป็นเท็จ โดยปกปิดที่ดินบนเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี และการออกเอกสารสิทธิที่ดินโดยมิชอบ
นอกจากนี้ “สุเทพ” ยังถูกไต่สวนว่าส่อทุจริตต่อหน้าที่ราชการปล่อยให้สต็อกน้ำมันปาล์มขาดแคลนเพื่อปั่นให้ราคาน้ำมันปาล์มในท้องตลาดสูงขึ้นอย่างผิดปกติเพื่อประโยชน์แก่พวกพ้องของตน และลุงกำนันคนเดิม ยังถูกไต่สวนกรณีทุจริตจัดซื้อยานเกราะล้อยางจากยูเครน รวมถึงโครงการทุจริตก่อสร้างโรงพักทดแทนสมัยเป็นรองนายกฯ อีกด้วย
หรือ “องอาจ คล้ามไพบูลย์” ครั้งนั่ง รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็ถูกไต่สวนหลังส่อทุจริตโครงการเช่าระบบ Tele Presence (ระบบถ่ายทอดสด) รวมทั้งปล่อยให้บริษัทเอกชนคู่สัญญาทำการโฆษณาแฝงในช่องทรูวิชั่นส์ ทำให้ บมจ.อสมท สูญเสียประโยชน์
ขณะที่ “ชวรัตน์ ชาญวีรกูล” ครั้งนั่ง รมว.มหาดไทย จากฝั่งภูมิใจไทย ถูกไต่สวนกรณีทุจริตโครงการเช่าระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ประกอบของกรมการปกครอง ตามโครงการจัดระบบให้บริการประชาชนด้านการทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน ในวงเงินกว่า 3,400 ล้านบาท
“โสภณ ซารัมย์” ครั้งนั่ง รมว.คมนาคม ถูกไต่สวนกรณีทุจริตโครงการรถไฟฟ้าชานเมือง (สายสีแดงบางซื่อ-ตลิ่งชัน) ของ รฟท. โดยแก้ไขสัญญาและเพิ่มวงเงินโดยมิชอบ และกรณีแสวงหาประโยชน์จากการสั่งซื้อรถตู้ 2 หมื่นคัน
“พรทิวา นาคาศัย” ครั้งนั่ง รมว.พาณิชย์ ถูกไต่สวนว่าผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญาหรือทุจริตต่อหน้าที่ตามกฎหมายอื่นในเรื่องการประมูลผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังตามโครงการแทรกแซงตลาดมันสำปะหลังปี 51/52 ครั้งที่ 9 ให้แก่ผู้ประกอบการโดยมิชอบ
“อนงค์วรรณ เทพสุทิน” จากฟากมัชฌิมาธิปไตย ครั้งนั่ง รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถูกไต่สวนกรณีทุจริตงบประมาณการก่อสร้างฝายต้นน้ำ (ฝายแม้ว) ในโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรดินและป่าไม้ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ งบปี 51 จำนวน 770 ล้านบาท โดยหักเงินโครงการดังกล่าวเพื่อประโยชน์ตนเองและผู้อื่นโดยมิชอบ
ซึ่งแน่นอนคดีที่เกี่ยวข้องกับคนในเพื่อไทย นอกจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็ยังมีคดีของอีกหลายคนในแฟ้มของ ป.ป.ช.ด้วย อาทิ
“พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก” ครั้งนั่ง รมว.ยุติธรรม ในฐานะผอ.ศปภ.ส่อทุจริตต่อหน้าที่กรณีตั้งอดีต ส.ส.เพื่อไทยเป็นกรรมการบริหารจัดการถุงยังชีพช่วงน้ำท่วมใหญ่ โดยปรากฏชื่ออดีต ส.ส.บางราย ชื่อนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และโลโก้พรรค บนสิ่งของบริจาค เป็นการยินยอมให้นำทรัพย์สินทางราชการไปแสวงหาผลประโยชน์อันมิควรได้
“พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก” ครั้งนั่ง รมช.คมนาคม ถูกไต่สวนกรณีทุจริตต่อหน้าที่จัดจ้างขุดลอกร่องน้ำโดยวิธีพิเศษ 26 สัญญา ใน 7 ลำน้ำโดยเอื้อประโยชน์ให้พวกของตน ในงบกลางกว่า 1,200 ล้านบาท ที่ ครม.ได้มีมติอนุมัติ
หรือคดี “วัฒนา เมืองสุข” ครั้งนั่ง รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ถูกไต่สวนว่าทุจริต จัดซื้อจัดจ้างเอกชนโครงการบ้านเอื้ออาทร
และล่าสุด “จักรมณฑ์ ผาสุกวนิช” ครั้งนั่ง รมว.อุตสาหกรรม ในรัฐบาล “บิ๊กตู่” ก็ถูกไต่สวนว่าเอื้อประโยชน์ให้แก่บริษัทที่ตัวเองถือหุ้นให้ได้สัมปทานทำเหมืองแร่ทองคำ
เรียกว่า นักการเมืองแทบจะทุกพรรค ล้วนมีลิสต์ใน ป.ป.ช. แต่นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น!
———————-



