
“ผู้พันทิพย์” บนทางสายรุ้ง
ชั่วโมงนี้ คนไทยทั้งประเทศ ต้องคุ้นกับพิธีกรรายการทีวีคนนี้ “พิธีกร คสช.” เพราะเธอจะมาพบกับทุกคนตอนหกโมงเย็น
ชั่วโมงนี้ คนไทยทั้งประเทศ ต้องคุ้นกับพิธีกรรายการทีวีคนนี้ เพราะเธอจะมาพบกับทุกคนตอนหกโมงเย็น
นั่นคือ พ.ต.หญิง ชลรัศมี งาทวีสุข พิธีกรรายการเดินหน้าประเทศไทย หรือฉายา “พิธีกร คสช.”
สาวยิ้มหวานจับใจอย่าง "ทิพย์" ชลรัศมี งาทวีสุข เฉิดฉายรายงานข่าวทางวิกสนามเป้า หรือ ททบ.5 มานานหลายสิบปี
"ทิพย์ ชลรัศมี" เกิดเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2524 เป็นบุตรสาวของชาญชัย งาทวีสุข และ มณฑารักษ์ งาทวีสุข
เธอเรียนจบจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขาการสื่อสารมวลชน (วิทยุและโทรทัศน์) ระหว่างที่ศึกษาอยู่ที่คณะนิเทศศาสตร์นั้น ชลรัศมี ก็จัดเป็นนักกิจกรรมตัวยงคนหนึ่ง เพราะความช่างพูด ช่างถามของเธอ จึงทำให้เธอได้รับหน้าที่เป็นพิธีกรงานฟุตบอลประเพณี , เล่นละครเวทีประจำปีของคณะ หรือแม้กระทั่งการประกวดกุลธิดากาชาด ประจำปี 2543 อีกด้วย
ตอนที่ทิพย์ เรียนอยู่ปี 4 ได้ไปฝึกงานที่สถานีโทรทัศน์ไอทีวี และเมื่อโอกาสมาถึง เมื่อทางช่อง 5 เปิดรับสมัครผู้ประกาศ ทิพย์จึงไม่รีรอที่จะยื่นใบสมัครแม้จะยังเรียนอยู่ก็ตาม
"ทิพย์" ได้รับการคัดเลือก เธอก็เริ่มต้นสายงานนี้ ด้วยการเป็นผู้สื่อข่าวประจำสายราชสำนักของรั้วสนามเป้าอยู่ประมาณ 1 ปี ก่อนที่จะย้ายไปทำหน้าที่เป็นผู้สื่อข่าวสายเศรษฐกิจในรายการ "เข็มทิศเศรษฐกิจ"
“ทิพย์” ขยันเรียนรู้ ทำเองทุกอย่างทั้งเขียนบท คิดประเด็น เชิญผู้ร่วมรายงาน สุดท้ายผู้ชมต่างก็ยอมรับในความสามารถของเธอว่าเป็นคนที่มีลีลาอ่านข่าวน่าติดตาม
บังเอิญว่า ช่วงที่ทิพย์ ได้ทำงานที่ ททบ.5 ในยุคที่มีผู้บัญชาการทหารบก ชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
จากนั้น ทิพย์หายไปจากจอทีวี 2 ปี บินลัดฟ้าไปเรียนต่อปริญญาโท ก่อนจะกลับมาพร้อมกับการคว้าเกียรตินิยม สาขา International Journalism จากมหาวิทยาลัยลีดส์ ประเทศอังกฤษ
ปี 2553 ชื่อเสียงเรียงนามของ "ทิพย์" ดังกระฉ่อนเมือง ในฐานะผู้ประกาศข่าวสาวประจำรายการ "สนามเป้าเล่าข่าว" และ "เจาะประเด็นข่าวร้อน"
ขาเม้าท์สายการเมือง แอบซุบซิบว่าเธอเป็น "เจ๊ใหญ่ สนามเป้า" บ้างก็เห็นเธอในรถโฟล์กเต่าสีเหลืองสด ยามไปไหนมาไหนก็มีคนดูแลอย่างใกล้ชิด
ที่แรงหน่อยก็เป็นข่าวกอสสิป เรื่อง "ผู้ใหญ่ใจดี" มีเมตตา ซื้อบ้านหลังละ 30 ล้าน ให้เป็นของกำนัล "ทิพย์" จึงออกมาใช้สิทธิที่ถูกพาดพิงกับนิตยสาร Who? (ฉบับวันที่ 16 ก.พ. 2553) ผ่านคอลัมน์ Hot News เพียงสั้นๆ ว่า
"หนูไม่อยากพูดอะไรตอนนี้ จริงๆ หนูเกิดในครอบครัวที่อบอุ่น และหนูก็ไม่ใช่ลูกไฮโซ เป็นผู้ประกาศข่าวธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น ...หนูไม่ได้ท้อแท้อะไรกับข่าวที่เกิดขึ้น เพราะหนูรู้ว่าหนูไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ได้ทำอย่างที่เป็นข่าว หนูเชื่อว่าสักวันความจริงจะปรากฏเอง"
ถัดมา หน้าสตรี นสพ.ไทยรัฐ ได้สัมภาษณ์เปิดใจ "ทิพย์" แบบยาวๆ เป็นครั้งแรก เธอแจงสี่เบี้ยเรื่องคฤหาสน์หรู
"พ่อแม่หนูทำงาน ทุกบาททุกสตางค์ด้วยหยาดเหงื่อตัวเอง แต่วันนี้เกียรติของครอบครัวหนูถูกทำลายไป หนูต้องกู้หน้าครอบครัวกลับมาให้ได้ เราไม่ได้ขอใครกิน ถึงจะไม่ร่ำรวย แต่รายได้จากการทำเอไอเอ มา 20 กว่าปี ก็ทำให้พ่อแม่มีเงินเก็บหลายสิบล้าน สามารถซื้อบ้านดีๆ อยู่ มีรถเบนซ์ใช้ และส่งลูกเรียนเมืองนอกสบายๆ คุณปู่ของพวกเราก็เป็นที่รู้จักในแวดวงธุรกิจค้าเหล็ก ไม่จำเป็นต้องขอใครกิน"
บังเอิญอีกนั่นแหละ ตอนที่ "ทิพย์" เป็นดาวประจำวิกสนามเป้า ในยุคที่รัฐมนตรีกลาโหม ชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
ตอนที่ "ทิพย์" ให้สัมภาษณ์ทีมหน้าสตรีไทยรัฐ ได้ย้อนไปถึงสมัยที่กลับมาจากเรียนปริญญาโท จากอังกฤษ ก็ได้เจอ "ท่าน" ครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นที่มาของการเลือกอาชีพทหาร และทำงานเพื่อกองทัพ มายาวนาน
"ท่านเห็นหนูจากการทำหน้าที่ตรงนี้ เห็นจากการสัมภาษณ์ตั้งแต่ก่อนไปเรียนต่อเมืองนอก เคยถามมาครั้งหนึ่งแล้วว่าอยากเป็นทหารไหม แต่ตอนนั้นยังไม่สนใจ เพราะเตรียมเรื่องเรียนทุกอย่างไว้แล้ว หลังจากนั้น พอท่านทราบว่าหนูกลับจากอังกฤษ ก็ได้บอกมาทาง ผอ.ช่อง 5 สมัยนั้นว่าคนนี้น่าจะเป็นประโยชน์กับกองทัพ ลองไปเช็กประวัติดูว่าเด็กคนนี้เป็นยังไง ฉันเห็นเขาจากทีวี เขาน่าจะมีความรู้ความสามารถที่เป็นประโยชน์กับกองทัพ โดยที่ท่านไม่เคยติดต่อหนูโดยตรง"
"ทิพย์" เริ่มต้นชีวิตทหารยศร้อยตรี เมื่อปี 2551 เธอทำงานด้านวิทยุและโทรทัศน์ให้กองทัพอย่างมุ่งมั่น จนกระทั่งปี 2558 จึงได้ประดับยศพันตรี
ปัจจุบัน "ทิพย์" มีธุรกิจส่วนตัวคือ บริษัท งาทวีสุข จำกัด จ้างโฆษณาประชาสัมพันธ์ และบริษัท สื่อสายรุ้ง จำกัด จ้างวางสื่อโฆษณาธุรกิจและภาพลักษณ์ธนาคาร
จากนักข่าวสายเศรษฐกิจ ขยับมาเป็นพิธีกร ผู้ประกาศข่าว เส้นทางสายนี้ของทิพย์ อยู่กับวิกสนามเป้าล้วนๆ เพราะเธอเป็นข้าราชการกลาโหม สังกัดกองทัพบก
วันนี้ ทิพย์ติดยศพันตรี เธอจึงเป็นพิธีกรทีวี ที่สวยเลิศเฉิดไฉไลที่สุดในกองทัพ



