คอลัมนิสต์

ข้ามผ่านอาถรรพณ์‘พิษสวาท’ลุงตู่‘ดูละครแล้วย้อนดูคน’

ข้ามผ่านอาถรรพณ์‘พิษสวาท’ลุงตู่‘ดูละครแล้วย้อนดูคน’

14 ก.ย. 2559

ข้ามผ่านอาถรรพณ์‘พิษสวาท’ลุงตู่‘ดูละครแล้วย้อนดูคน’ : โต๊ะข่าวบันเทิง

            “ใครทำดี ต้องชื่นชม” คงไม่ใช่การกล่าวเกินจริง เหมือนที่ พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ปรารภถึงการผลิตละครโทรทัศน์ของไทย ว่าอยากให้มีละครที่เกี่ยวกับความปรองดองสมานฉันท์ สอดแทรกประวัติศาสตร์ ความรักชาติรักแผ่นดิน หรือสร้างสรรค์สังคมในรูปแบบอื่นๆ ให้มากขึ้น เพราะที่ผ่านมาคนไทยมักบริโภคแต่ละครที่มีความรุนแรง อิจฉาริษยา และสร้างความแตกแยก

ข้ามผ่านอาถรรพณ์‘พิษสวาท’ลุงตู่‘ดูละครแล้วย้อนดูคน’

            “ท่านนายกฯ ได้รับชมละครทางโทรทัศน์บ้างเมื่อมีโอกาส โดยย้ำว่า ช่วงเวลาที่ละครออกอากาศนั้น เป็นช่วงที่ประชาชนได้พักผ่อนจากการทำงานที่เหน็ดเหนื่อย และอยู่กันพร้อมหน้าครอบครัว จึงควรเปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้ซึมซับสิ่งดีงามเข้าไปมากๆ พ่อแม่ได้อบรมสั่งสอนลูกหลาน โดยได้ยกตัวอย่างละครพิษสวาท ที่กำลังฉายอยู่ทางดิจิทัลทีวีอยู่ในขณะนี้ ว่าเป็นบทประพันธ์เก่าแก่ ที่ให้ข้อคิดสอนใจผู้ชมได้ดี

            "ละครพิษสวาทเป็นบทประพันธ์ของ ทมยันตี หรือคุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์ มีเนื้อหาที่เตือนสติสังคมถึงการรักษาสัจจะ สอนให้คนรู้จักตั้งมั่นในสิ่งที่พูด โดยเฉพาะข้าราชการที่ปวารณาตัวเป็นข้าแผ่นดิน จะทำการด้วยความสุจริตทุกเมื่อ รวมถึงการรักษาสมบัติของชาติ ไม่นำไปเป็นของส่วนตัว เพราะวันหนึ่งจะถูกทวงคืนให้แผ่นดิน ผู้ที่มีความโลภจะไม่ได้อยู่เย็นเป็นสุขอย่างแน่นอน” พล.ต. สรรเสริญ ถ่ายทอดคำพูดส่วนหนึ่งของนายกฯ

            เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แสดงอารมณ์สุนทรีย์กับละครที่ถ่ายทอดความรักชาติอิงประวัติศาสตร์ แบบฉบับของชายชาติทหารที่สอดแทรกอยู่ในสายเลือด

            ย้อนไปเมื่อต้นปี พล.อ.ประยุทธ์ ได้ทำหน้าที่ทีวีไกด์แนะคนไทยให้ดูหนังดังของเกาหลีเรื่อง Descendants of the Sun ที่ฉายทางช่อง 232 ช่วงเวลาประมาณ 2 ทุ่ม คนดูกันมากมาย

            “ไม่ใช่ผมเชียร์เขานะ ผมไม่ได้ดูเนื้อหาเท่าไร อันที่ 1 เขาเอามาคือ พระเอกหล่อ นางเอกสวย เบอร์ 1 ของเกาหลี คนดูกันครึ่ก เขาประเมินมาแล้ว เป็นซีรีส์ที่คนดูมากที่สุด เพราะคนที่เป็นแรงดึงดูด เขามาเป็นพระเอกนางเอก พระเอกเป็นทหารยศร้อยเอก ไม่ใช่ว่าผมชอบที่เขาเป็นทหารนะ หน้ามันหล่อ แต่หน้ามันอ่อนเกินไป ต้องแบกภาระเยอะไง ชีวิตลูกน้องตั้งเท่าไรล่ะ ร้อยกว่าคนน่ะ ตายไม่ได้ ไอ้พวกนี้ร้อยเอกหน้าใสปิ๊งเลย นางเอกเป็นหมอ เจอกันในโรงพยาบาล รักกัน แล้วเสร็จแล้วไปพ่อแง่แม่งอนกันไป”

            วันนั้น พล.อ.ประยุทธ์สวมบทวิพากษ์ละครได้อย่างออกรส ด้วยบทของหนังที่ได้สอดแทรกเรื่องความรักชาติ เรื่องความเสียสละ การเชื่อฟังคำสั่ง หน้าที่ต่อประชาชนในการรักษาพยาบาล ทะเลาะกัน ถึงจะรักกันก็ขัดแย้งกันได้ แต่ท้ายสุดก็จบลงด้วยความเข้าใจ

            พร้อมตั้งคำถามมายังผู้สร้างละครไทย ถึงมุมมองของผู้อำนวยการสร้างและผู้เกี่ยวข้องของเกาหลีว่า “ทำไมเขาคิดแบบนี้ เขียนละครแบบนี้ออกมา แล้วของเรามีอะไร ดูเสร็จแล้วได้อะไร น้ำตาเป็นเผาเต่า ใครตายสักคนเสียใจยิ่งกว่าแม่ตายอีก บ้าหรือเปล่าก็ไม่รู้ อินไง”....???

            คล้อยหลังเพียง 5 เดือน พล.อ.ประยุทธ์ ก็เอ่ยปากผ่านโฆษกรัฐบาล ชื่นชมละครอีกหลายเรื่องที่ออกอากาศด้วยเนื้อหาจรรโลงสังคม อาทิ ข้าบดินทร์ เจ้าเวหา วัยแสบสาแหรกขาด เป็นต้น และเสนอแนะผู้ผลิตเพิ่มปริมาณละครที่ช่วยสร้างสรรค์สังคมให้ดีงาม และยกระดับจิตใจของคนไทย รู้จักบาปบุญคุณโทษ

            “แม้ว่าในบางครั้ง อาจสวนกระแสความนิยมของผู้ชมบ้าง แต่ก็เชื่อว่าด้วยความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถของผู้จัดและทีมงานผู้ผลิตทุกคน จะทำให้คนไทยหันมาชมละครประเภทนี้มากขึ้น”...!!!

            “พิษสวาท” ออกอากาศทาง “ช่องวัน” นำแสดงโดย “นุ่น” วรนุช ภิรมย์ภักดีย์ รับบท “อุบล-สโรชินี” และ “ป้อง” ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ “พระอรรค-อัคนี” ร่วมด้วย “เจษ” เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์ รับบท “เชษฐา” และ “เบน” เรวิญานันท์ ทาเกิด รับบท “ทิพย์อาภา” พิษสวาท เป็นละครที่เริ่มต้นด้วยเรื่องราวของ “อาถรรพณ์” ที่ถูกพูดถึงเป็นการใหญ่ว่า “อุบล” หรือนางรำหลวงที่ถูกสามีฆ่าตัดคอ ให้เฝ้าทรัพย์สมบัติแผ่นดินในสมัยอยุธยา มีจริงหรือไม่ ซึ่งคุณหญิงวิมล หรือ ทมยันตี นักเขียนนวนิยายชั้นครู ได้ออกมาเปิดเผยแล้วว่า นวนิยายเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นมาตามจินตนาการ และความเชื่อเรื่อง “ปู่โสมเฝ้าทรัพย์” สมัยโบราณของตัวผู้เขียนเอง เพียงแต่ขณะประพันธ์กลับมีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้น ทั้งได้กลิ่นดอกบัว เห็นชายผ้านุ่งของสตรีโบราณ หรือแม้แต่เพื่อนสนิทของคุณหญิงวิมล ที่อยากรู้ว่า สมบัติแผ่นดินมีจริงหรือ จึงไปนั่งวิปัสสนากรรมฐานแล้วพบเหตุประหลาด เห็นผู้หญิงใส่ชุดไทย บอกให้ไปถามเรื่องราวของตัวเธอผ่านนักเขียนนวนิยายที่กำลังเล่าเรื่องของเธออยู่ ซึ่งก็คือตัวคุณหญิงวิมลนั่นเอง !!

            การที่ละครเรื่อง พิษสวาท ได้รับกระแสนิยมตั้งแต่วันแรกที่ออกอากาศ อาจเพราะเป็นละครฟอร์มยักษ์ที่ทุกคนรอคอย รวมถึงเรื่องอาถรรพณ์ต่างๆ กลายเป็นแรงดึงดูดให้คนดูอยากรู้อยากเห็นว่าอะไรคือความเร้นลับของบทประพันธ์ ซึ่งถูกถ่ายทอดมาเป็นละคร เมื่อ พิษสวาท ออกอากาศ เสน่ห์อย่างหนึ่งที่ทำให้คนดู ยิ่งดู ยิ่งลุ้น ไปพร้อมๆ กับความลึกลับของบทสโรชินี หรือ อุบล ที่นุ่นตีความออกมาได้ลึกซึ้ง ทั้งความรัก ความแค้น ความเจ็บปวด ถูกแสดงผ่านสายตาออกมาได้น่าขนลุก และรู้สึกได้ทุกตอนที่อุบลพูด ป้องทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี บทพระอรรค ผู้ชายไทยโบราณที่ใบหน้าราวกับรูปปั้นตามที่ผู้ประพันธ์บรรยาย คงไม่อาจสมบูรณ์ได้ ถ้าไม่ใช่พระเอกคนดังเป็นผู้แสดง แม้บางครั้งน้ำเสียงที่พูด อาจจะแปร่ง ขัดหูไปบ้างก็ตาม

            ตัวละครเชษฐา (เจษ) และ ทิพย์อาภา (เบน) ถูกเพิ่มให้มีบทบาทมากขึ้นกว่าในบทประพันธ์ เหมือนเป็นตัวขัดขวางและเป็นอุปสรรคสำคัญในความสัมพันธ์ของ อัคนี และ สโรชินี จนเชษฐา ได้ฉายาจากคนดูว่าเป็น “จอมเผือก” ไปเต็มๆ เพราะมาขัดจังหวะได้ทุกตอน เรียกว่าคงเป็นความตั้งใจของทีมเขียนบท ที่ตั้งใจเอาเชษฐามาเป็นก้างชิ้นใหญ่ คนดูอินกันหนักมากจนเชษฐาโดนด่าทั้งเมือง

            ส่วนขยายที่ถูกเติมเข้ามาคือเรื่องของนักการเมืองละโมบโลภมาก คดโกงอย่าง “ท่านดนัย” (อธิวัฒน์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา) การกล่าว “สัจจะวาจา” ต่อแผ่นดิน แล้วไม่ทำตาม ฉากการตายของท่านดนัย ภาพในละครทำให้รู้สึกถึงพลังแห่ง “คำสาบาน” ต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ต่อบ้านเมือง ต่อแผ่นดิน ของนักการเมือง แล้วคดโกงเอาทรัพย์แผ่นดินไปเป็นของตัว เมื่อในโลกแห่งความเป็นจริง บางครั้งคนทำอาจไม่รู้สึกว่าการทำดี ทำชั่ว ต่างกันอย่างไร เหมือนมีเส้นบางๆ คั่นกลาง ที่ไม่ใช่แค่นักการเมือง แต่คนธรรมดาก็สามารถวิ่งข้ามเส้นเหล่านั้นได้ตลอดชีวิต หากไม่มีสติ ละครจึงนำเสนอให้เห็นว่า บาปที่ก่อ สัจจะที่เคยให้ แล้วไม่รักษา จะได้รับ “ผลกรรม” เยี่ยงไร ดั่งเช่นในฉาก นรกภูมิ

            การเดินทางของ พิษสวาท เวอร์ชั่นนี้กลมกล่อมและครบรส สันต์ ศรีแก้วหล่อ ผู้กำกับ เคยกล่าวเอาไว้ว่า เขาและทีมงานทำละครเรื่องนี้ ด้วยความตั้งใจและเจตนาที่ดี เพราะฉะนั้นเขาเชื่อว่า ความตั้งใจดีนั้น จะส่งผลให้การทำงาน ที่อาจจะมีอุปสรรคบ้าง ผ่านพ้นไปได้ กระแสตอบรับในวันนี้ คงเป็นบทพิสูจน์ให้คนดูเห็นแล้วว่า ความตั้งใจและเจตนาเหล่านั้นเป็นอย่างไร

            ทว่า “แก่น” ของ พิษสวาท ยังคงเป็นเรื่องราว “ความรักแท้” โดยเฉพาะความรักต่อชาติบ้านเมือง ที่ฉายภาพออกมาได้อย่างแจ่มชัด