คอลัมนิสต์

 ประเทศชาติมิใช่บุคคล

 ประเทศชาติมิใช่บุคคล

12 ก.ย. 2559

 ประเทศชาติมิใช่บุคคล : มองมุมยุทธศาสตร์ โดยเรือรบ เมืองมั่น

           ตามทฤษฎีตะวันตกแล้ว ความเป็นชาติสมัยใหม่นี้ก็คือการที่เริ่มรวมตัวเป็นรัฐชาติอันมีจุดกำเนิดที่สนธิสัญญาเวสต์ฟาเลียเมื่อ ค.ศ. 1648 ต่อมาได้ขยายจากการลงหลักในยุโรปตะวันตกไปทั่วโลก ก่อนหน้านั้นอยู่ในรูปของการรักอาณาจักร รักเจ้านาย รักเชื้อสายหมู่เดียวกัน ทุกวันนี้ที่เส้นขีดความเป็นรัฐชาติยังคงอยู่ คนจำนวนมากก็รักรัฐชาติของตนเหนือกว่าสีผิว สายเลือด ชาติพันธุ์ ถ้าไม่เป็นเช่นนั้นรัฐชาติคงสลายเสียนานแล้วและโลกจะเปลี่ยนโฉมมากไปกว่านี้ และด้วยความจริงที่ยังเป็นเช่นนี้ เราจึงเห็นชาวไทยเชื้อสายที่แตกต่างกันรักประเทศไทยมากกว่าประเทศใด แต่ขณะเดียวกันความรักในคนเชื้อสายเดียวกัน ศาสนาเดียวกันที่อยู่ในประเทศอื่นนั้นก็ยังมีอยู่ด้วย ตรงนี้เองที่อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดบางประการได้

           คนไทยจำนวนมากเป็นคนที่มีความคิดแบบเหมารวม คือ เห็นในสิ่งปัจเจกแล้วเหมาเอาว่าปัจเจกนั้นเป็นตัวแทนของภาพใหญ่ทั้งหมดทุกมิติ เช่น รู้จักนักท่องเที่ยวเชื้อชาติหลายคนเข้าก็เชื่อว่าพฤติกรรมของคนในชาตินั้นก็คงเป็นเหมือนกันหมดหรือเป็นส่วนใหญ่ หรือประเทศนั้นดีกับเราในด้านนี้ก็คิดว่าต้องดีกับเราในทุกด้านไปด้วยเพราะเป็นมิตรกัน แต่แท้ที่จริงแล้ว ปัจเจกชนกับประเทศชาติคนละเรื่องกัน ถ้าเหมารวมแบบนี้อาจทำให้การตัดสินใจดำเนินการใดๆ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของชาติเราอยู่ในความเสี่ยง

           ในฐานะปัจเจกชน คนต่างชาติเชื้อสาย ก. อาศัยอยู่ในประเทศ ก. คนหนึ่งอาจดีต่อเรามาก ถึงขั้นอาจพร้อมที่จะตายแทนเราได้ ไว้ใจบอกเรื่องส่วนตัวให้เราทราบ เราจึงมีมโนทัศน์ที่ดี เอื้อต่อการทำดีต่อคนเชื้อสาย ก. คนอื่นๆ แต่กับประเทศ ก.นั้นควรเป็นคนละเรื่องกัน เพราะประเทศนั้นย่อมคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศตนมากกว่าประเทศอื่นหรือคนชาติอื่น บุคคลที่ทำงานให้ประเทศนั้นก็มักรักประเทศชาติของตัวมากกว่ารักคนไทยหรือประเทศไทย เราจึงไม่ควรมีมายาคติว่าในเมื่อเราใกล้ชิดกับประเทศ ก. ด้วยเหตุผลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรม สายเลือด ศาสนา หรืออะไร แล้วประเทศ ก.ดำเนินนโยบายอะไรต่อไทยแล้วจะต้องเป็นคุณกับประเทศไทยเสมอไป เพราะนี่คือหลุมพรางของตรรกแบบหนึ่ง

           การระมัดระวังในการดำเนินการกับต่างประเทศนั้น พึงเริ่มจากการเข้าใจธรรมชาติว่าไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวรในเวทีโลก ผลประโยชน์ของชาติเป็นเรื่องๆ ไปนั้นแหละคือความแน่นอนที่เราต้องปกป้อง การเจรจาตกลงกันในบางเรื่องอาจต้องยอมถอยร่นเป็นรอง แต่นั่นมิใช่เพราะด้วยอารมณ์รักแต่เพราะเราแพ้เปรียบเขาในเรื่องนั้นหรือยอมเสียน้อยเพื่อรักษาส่วนที่สำคัญกว่า เมื่อได้จังหวะ เราก็ต้องเรียกร้องประโยชน์สูงสุดเพื่อประเทศของเรา ผลประโยชน์โดยรวมของทวิภาคีหรือพหุภาคีนั้น ไม่มีค่าถ้าไทยไม่ได้ประโยชน์ไปด้วย และการเจรจาตกลงความใดๆ พึงระลึกว่าทำเพื่อประเทศชาติของเราสูงสุด มิใช่เชื้อสาย ศาสนา หรือชนกลุ่มใด