คอลัมนิสต์

ทวงความเป็นธรรมจำนำข้าว

ทวงความเป็นธรรมจำนำข้าว

12 ก.ย. 2559

ทวงความเป็นธรรมจำนำข้าว : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 12 ก.ย.2559 

           การตรวจสอบการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวในสมัยของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ได้เดินหน้าไปตามลำดับ ซึ่งเกี่ยวพันถึงนักการเมืองระดับใหญ่ ข้าราชการระดับสูง รวมไปถึงเอกชนที่ถูกอุปโลกน์ขึ้นมาเพื่อหยิบชิ้นปลามันไปแบ่งปันผลประโยชน์กับผู้มีอำนาจ ทำให้ประเทศชาติเสียหายและสูญเสียเม็ดเงินไปหลายแสนล้านบาท ล่าสุดคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ประกาศยึดและอายัดทรัพย์สินของกลุ่มบริษัท สยามอินดิก้า บริษัท สิราลัย (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัทกีธา) และบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับนายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือเสี่ยเปี๋ยง เป็นเงินฝาก 51 บัญชี มูลค่าประมาณ 921 ล้านบาท และที่ดินในกรุงเทพฯ ลำพูน ภูเก็ต พังงา พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง จำนวน 611 รายการ มูลค่าประมาณ 5,970 ล้านบาท รวมมูลค่าทั้งสิ้นประมาณ 7,000 ล้านบาท

           การทำงานของ ปปง.สอดประสานกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งได้ชี้มูลความผิดนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กับพวก รวม 21 คน ร่วมกันทุจริตในการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ในโครงการรับจำนำ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่กรมการค้าต่างประเทศและประเทศชาติ คิดเป็นมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท โดยมีการรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินดังกล่าว พบว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวมีพฤติการณ์ทุจริตโดยการปลอมสัญญาให้ดูเสมือนมีการซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐจริง รวมถึงการตรวจพบการได้มาซึ่งทรัพย์สินของผู้กระทำความผิดกับการทุจริตตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542

           หน่วยงานตรวจสอบยังคงเดินหน้าทำงานอย่างแข็งขัน รวดเร็ว ในการตรวจสอบตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมอย่างไม่ลดละ โดย ป.ป.ช.ได้ตั้งอนุกรรมการขึ้นมาไต่สวนตรวจสอบรายการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเชิงลึกของรัฐมนตรีที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความไม่ชอบมาพากลของโครงการฉาวนี้ ประกอบด้วย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายนิวัฒน์ธํารง บุญทรงไพศาล อดีตรมว.พาณิชย์ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์ นายยรรยง พวงราช อดีตรมว.พาณิชย์ และนายภูมิ สาระผล อดีตรมช.พาณิชย์ ซึ่งมาจากพรรคเพื่อไทย เสร็จสิ้นไปแล้ว 3 ราย เหลืออีก 2 ราย ที่ล่าช้า เนื่องจากเพิ่งมีการยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินฯ ตอนพ้นจากตำแหน่งครบ 1 ปี

           รัฐบาล    พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ประกาศชัดเจน การปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นวาระแห่งชาติ การดำเนินการทุกอย่างต้องมิใช่เป็นเพียงแนวนโยบาย หรือเป็นแผนในกระดาษ แต่ต้องลงมือปฏิบัติอย่างจริงจังเป็นรูปธรรม ในทุกระดับ และมีประสิทธิภาพ เห็นได้ว่า ที่ผ่านมารัฐบาลได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ ทำให้สถานการณ์การทุจริตลดลงอย่างชัดเจนตามผลสำรวจของหน่วยงานต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศให้การยอมรับ นายกรัฐมนตรีวางเป้าหมายสำคัญ “คนโกงรายเก่าจะต้องหมดไป คนโกงรายใหม่ต้องไม่เกิด และไม่เปิดโอกาสให้มีการโกงในทุกวงการ” เป็นการคืนความสุขให้แก่คนไทยอย่างแท้จริง ที่สำคัญการตรวจสอบต้องอยู่บนความถูกต้องชอบธรรมและบนความเสมอภาคของทุกฝ่ายด้วย