คอลัมนิสต์

ล้าง กทม. สะเทือน ปชป.!

ล้าง กทม. สะเทือน ปชป.!

08 ก.ย. 2559

 “องอาจ คล้ามไพบูลย์” รองหัวหน้า ดูแลพื้นที่ กทม.ที่เลียบๆ เคียงๆ กับบรรดา ส.ก.-ส.ข.ว่าอยากลงมากู้กระแสพรรค งานนี้คงหนักหน่อย

              ความเสียหายของ กทม.จากสารพัดข่าวทุจริตคอร์รัปชั่นที่ถูกตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงความบกพร่องของผู้บริหาร จน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม.ถูกพักงาน ด้วยมาตรา 44 ของหัวหน้า คสช. หลังผลสอบของ สตง.สรุปโครงการไฟประดับ 39.5 ล้านบาท ของ กทม.มีการฮั้ว และชี้มูลความผิดผู้บริหาร กทม. และเอกชนรวม 13 ราย แถมไปอย่างไม่สวย เพราะเพิ่งโดนกระแสเรื่องผลาญงบปรับปรุงห้องทำงานผู้ว่าฯ กระหน่ำ

              ก่อนหน้านี้ ผลจากคดีมหากาพย์รถดับเพลิง เรือดับเพลิงของ กทม. เพิ่งยุติปัญหาคาราคาซัง ด้วยมาตรา 44 ของ “บิ๊กตู่” หัวหน้า คสช. เมื่อ 25 สิงหาคม 2559 ที่ผ่านมา แม้จะถือเป็นการสะสางปัญหาที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ปี 2549 แต่ก็เป็นการปิดตำนาน แบบ “งงๆ” โดย กทม.กำลังทยอยขนซากรถออกมาซ่อม ใช้กันไปตามสภาพ

              เบ็ดเสร็จ ก็ส่อจะบานปลาย เพราะต้องใช้งบซ่อมก้อนใหญ่ เพื่อเอากลับมาใช้ ไม่ให้ “เสียของ” แถมความเสียหายของโครงการนี้ ก็ยังเป็นตราประทับถึงพฤติกรรมนักการเมืองที่เกี่ยวข้องหลายพรรค

              กระนั้น ปัญหาทุจริตใน กทม.ก็ยังถูกตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง และไม่ใช่ปมการเมืองเรื่องไล่ “ผู้ว่าฯ สุขุมพันธ์ุ” ที่ถูกมาตรา 44 แช่แข็ง ไว้แล้ว

              หลายโครงการ ยังถูกคนกันเองอย่าง “วิลาศ จันทร์พิทักษ์” อดีตประธานกรรมาธิการ ป.ป.ช.สภา ลุยขุดคุ้ยไม่เลิก โดยเฉพาะโครงการซื้อรถ ซื้อเรือ โดนตรวจเอกซเรย์เรียบ ตั้งแต่รถดูดเลน รถดูดไขมัน เรือเก็บผักตบ เรือดับเพลิงผิวน้ำ วงเงิน 39 ล้านบาท ของ กทม. รถดับเพลิงหรือรถกู้ภัยขนาดเล็ก วงเงิน 160 ล้านบาท

              มือปราบโกงรายนี้ยังชงข้อมูลให้ ป.ป.ช. และ สตง.จัดต่อ! พร้อมชี้ประเด็นข้อสงสัย หลายโครงการของ กทม. ผู้ร่วมขบวนการ เป็นเจ้าประจำ ทำซ้ำซาก พฤติกรรมฮั้ว สูตรเดียวกันเป๊ะ...คือ จดทะเบียนบริษัทลูกมาเป็นคู่เทียบ

              รอบนี้กะตีปี๊บดังๆ เพื่อไม่ให้ถลุงงบปีหน้า 2560 ที่เพิ่งผ่านสภากทม.มาหมาดๆ 7.6 หมื่นล้านบาท...

              อย่างงาน “แฉเพื่อชาติ” ที่ผ่านมา เจ้าตัวภูมิใจ เพราะอย่างน้อย ยังสกัดไว้ได้ 2,000-3,000 ล้านบาท

              “ทั้งที่ กทม.ถูกตรวจสอบหนัก ก็ยังมีผู้บริหารบางรายไม่สนใจ มีการซ่อนงบไปทำโครงการที่ตรวจสอบได้ยาก อยู่ดีๆ ไปเรียกสำนักงบประมาณไปสั่งให้ตัดงบจากสำนักต่างๆ 3,000-4,000 ล้านบาท เอาไปไว้งบกลาง ไม่ให้ ส.ก.อภิปราย” มือปราบโกงแห่งประชาธิปัตย์แฉ และไม่แคร์ แม้จะเคยถูกผู้มีอำนาจในพรรค “ขอให้ลดความแรง” ลง เพราะเห็นว่า นั่นคือการทำให้พรรคเสียมากกว่าได้ และยิ่งทำให้ต้อง “ล้างบาง” กันให้ถึงที่สุด
 
              ที่กำลังจ่อจะเปิดคดีใหม่ ก็หนีไม่พ้นเรื่องรถ เรื่องเรือ อีกแล้ว ล่าสุด เรือดับเพลิง เพิ่งประกอบเสร็จ ส่งมอบที่อยุธยา ยังล่องมาไม่ถึงกทม.แต่ไฟไหม้เครื่อง จนต้องลากกลับไปซ่อมอู่เดิม ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ก็จอดจนเกือบหมดประกัน 

              สายสืบประจำกทม.รายงานบรรยากาศในศาลาว่าการกทม....นับแต่ท่านผู้ว่าฯ โดนมาตรา 44 พักงาน บรรดาท่านรองฯ ก็ระมัดระวังการทำงาน ชนิดกระดิกตัวแทบไม่ได้ เพราะรู้ว่ากำลังโดนจับผิด แต่นั่น ไม่ใช่ ท่านรองฯ รายหนึ่ง ที่เชื่อมั่นว่า ผู้หลักผู้ใหญ่ใน กปปส.จะค้ำประกันเก้าอี้ได้ ถ้าไม่มีมาตรา 44 “ก๊อกสอง” ก็ต้องนับถอยหลัง...29 มีนาคม 2560 คือวันหมดวาระผู้ว่าฯ กทม. ต้องเลือกตั้งใหม่

              รอบนี้เจ้าของพื้นที่อย่างประชาธิปัตย์ อาจมีหนาว เพราะผลงานที่ผ่านมาจะอ้างว่า “ตัดหางปล่อยวัด” กันไปแล้ว ไม่เกี่ยว ไม่กระทบกับพรรค ก็คงเชื่อยาก

              กรุงเทพโพลล์ เคยสะท้อนผลสำรวจ “ประเมินผลงาน 2 ปี 9 เดือน ผู้ว่าฯ กทม.” คะแนนลดลงทุกด้าน โดยเฉพาะความ “ซื่อสัตย์ โปร่งใส”

              “องอาจ คล้ามไพบูลย์” รองหัวหน้า ดูแลพื้นที่ กทม.ที่เลียบๆ เคียงๆ กับบรรดา ส.ก.-ส.ข.ว่าอยากลงมากู้กระแสพรรค งานนี้คงหนักหน่อย

               เพราะความเสื่อมจากวิกฤติ กทม.รอบนี้ เป็นโอกาสที่ค่ายอื่น เริ่มเล็งหาคนเข้าประกวด อย่างไม่เกรงศักดิ์ศรีเจ้าของพื้นที่อย่างประชาธิปัตย์