
ทอ.เสริม'ซูคอย-แอร์บัส340'บินครบวงจร
ทอ.เสริม'ซูคอย-แอร์บัส340'บินครบวงจร : ตะลุยกองทัพ โดยจิตตราภาณ์ เสนวงศ์
ปัญหาการขาดแคลนเครื่องบินลำเลียงของกองทัพอากาศ ที่บรรจุเข้าประจำการยังไม่ครบตามโครงสร้างกำลังรบที่กำหนดไว้ในยุทธศาสตร์กองทัพอากาศ ส่งผลให้การปฏิบัติภารกิจเป็นไปค่อนข้างจำกัดเมื่อเปรียบเทียบกับความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น อาทิ การบินรับ-ส่งเสด็จ การสนับสนุนภารกิจพระบรมวงศานุวงศ์ การบินรับ-ส่งบุคคลสำคัญ และภารกิจลำเลียงทางอากาศ หรือการสนับสนุนภารกิจของรัฐบาล ตามที่ได้รับมอบหมายอย่างต่อเนื่อง ทั้งการช่วยเหลือทางมนุษยธรรมแก่ผู้ประสบภัยทางธรรมชาติ และการอพยพคนไทยในต่างแดน
เมื่อไม่นานมานี้ กองทัพอากาศได้ทำพิธีบรรจุประจำการเครื่องบินลำเลียง แบบ 18 ซูคอย ซูเปอร์ เจ็ต 100 แอลอาร์ (Sukhoi Superjet 100LR) ของรัสเซีย จำนวน 2 ลำ ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นประธาน ก่อนจะเข้าประจำการที่ฝูงบิน 603 ภายหลัง ครม.อนุมัติเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2556 โดยใช้งบประมาณจากสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในลักษณะการใช้งบประมาณผูกพัน 3 ปี ระหว่างปี 2547-2559 และครม.อนุมัติเพิ่มอีก 1 ลำ เมื่อปีที่ผ่านมา
โดย ซูคอย ซูเปอร์ เจ็ต 100 แอลอาร์ ห้องโดยสารจะมี 3 ส่วน เป็นส่วนที่นั่งวีไอพี 4 ที่นั่ง ส่วนที่นั่งแบบบิสิเนสคลาส 6 ที่นั่ง และที่นั่งปกติ 50 ที่นั่ง ตกแต่งด้วยสีน้ำตาลอ่อน พร้อมระบบสื่อสารและระบบเพื่อความบันเทิง
สามารถทำการบินได้ไกลถึง 2,000 ไมล์ทะเล ต่อการเติมเชื้อเพลิง 1 ครั้ง การปฏิบัติการบินต้องทำการบินได้อย่างปลอดภัย เป็นไปตามมาตรฐานความสมควรเดินอากาศและมาตรฐานสากล สามารถบรรทุกผู้โดยสารและสัมภาระได้ตามความต้องการที่เหมาะสม พร้อมอุปกรณ์สนับสนุนภาคพื้น อะไหล่ และการฝึกอบรม จากบริษัท Joint Stock Company “Sukhoi Civil Aircraft” สหพันธรัฐรัสเซีย
“ซูคอย ซูเปอร์ เจ็ต 100 แอลอาร์ มาแทนเครื่องบินลำเลียงแอฟโล้ จำนวน 6 ลำ ที่ปลดประจำการไปแล้ว เป็นเครื่องบินใบพัดและใช้ภารกิจรับส่ง ทั้งนี้ ตามแผนโครงสร้างกองทัพอากาศต้องการเครื่องบินประเภทนี้ เนื่องจากเครื่อง ซี 130 ไม่ใช่เครื่องบินโดยสาร แต่ใช้สำหรับบรรทุกสิ่งของหนักๆ ปัจจุบันเราใช้บรรทุกคน ซึ่งไม่คุ้มกับค่าใช้จ่าย จึงต้องสงวนเครื่อง ซี 130 ที่ใช้มากว่า 35 ปีแล้ว แต่การซ่อมบำรุงอยู่ในมาตรฐาน มีอะไหล่ ซึ่งในอนาคตต้องมีเครื่องบินมาแทน เพราะไม่สามารถใช้ต่อไปได้ โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย ทั้งนี้ ทอ.มีแผนการจัดหาอยู่แล้ว ขณะนี้อยู่ในระหว่างหาข้อมูล ซึ่งของมาเลเซียซื้อเครื่องแอบัส เอ400 และของอเมริกา เปลี่ยนจาก ซี 130 รุ่นนี้เป็น ซี 130 เจ ลักษณะภายนอกคล้ายๆ กัน แต่คนละแบบ ราคาแพงมาก” พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง ผู้บัญชาการทหารอากาศ กล่าว
นอกจากนี้กองทัพอากาศกำลังบรรจุเครื่องบินแอร์บัส 340 ของการบินไทย จำนวน 1 ลำ ได้รับการปรับปรุงภายในเรียบร้อยแล้ว จะเข้าประจำการในเดือนตุลาคมนี้ เพื่อใช้ปฏิบัติภารกิจลำเลียงระยะยาว ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี เนื่องจากปัจจุบันมีเพียงเครื่องบินระยะกลาง ระยะสั้น เท่านั้น ขาดเครื่องบินระยะยาว จึงเตรียมแอร์บัส 340 ไว้รองรับ เนื่องจากเห็นว่า กรณีมีบุคคลวีไอพีไปต่างประเทศ และจอดแวะเติมน้ำมันกลางทาง จะมีปัญหาเรื่องการรักษาความปลอดภัย หรือ การทำภารกิจไม่ตรงกับกำหนดการ
อย่างไรก็ตาม การจัดซื้อเครื่องบินเพื่อปฏิบัติภารกิจ กองทัพอากาศให้ความสำคัญด้านบุคลากรมากกว่า ยุทโธปกรณ์ เพราะมองว่า หากยุทโธปกรณ์ชำรุด ใช้งบประมาณในการจัดหาได้ แต่ในส่วนของบุคลากรจะต้องลงทุนส่งไปศึกษาล่วงหน้า 5 ปี เพื่อปูพื้นฐาน ความรู้ ความชำนาญ โดยเฉพาะเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ต้องใช้ในอนาคต เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ ปลอดภัยและคุ้มค่ามากที่สุด



