
ปฏิรูปกกต.ต้องยึดเจตนารมณ์
ปฏิรูปกกต.ต้องยึดเจตนารมณ์ : บทบรรณาธิการประจำวันที่8ก.ย.2559
คำกล่าวของ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่ระบุถึงแนวทางการพิจารณายกร่างพระราชบัญญัติประกอบร่างรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ที่สำคัญเกี่ยวกับกระบวนการเลือกตั้งว่าจะรับฟังความเห็นทุกฝ่าย รวมทั้งข้อเสนอของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ด้านการเมือง ที่เสนอให้กระทรวงมหาดไทยร่วมจัดการเลือกตั้งด้วย แต่สิ่งที่ประธาน กรธ.ยังไม่กล่าวอย่างชัดเจนคือ ข้อเสนอให้เซตซีโร่ กกต.หรือคณะกรรมการการเลือกตั้ง แต่ได้พูดไว้ชัดเจนถึงการปฏิรูป กกต. โดยเฉพาะบทบาทและหน้าที่ของ กกต.ที่จะต้องเขียนไว้ในร่างกฎหมายลูก เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการทำงานเชิงรุกมากกว่าเชิงรับอย่างที่ผ่านมา พร้อมให้ศึกษาโมเดลเลือกตั้งอินเดียที่อาจนำมาปรับใช้กับเลือกตั้งของไทย
รัฐธรรมนูญปี 2540 ได้บัญญัติให้มีคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดย กกต.ชุดแรกได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2540 ซึ่ง กกต.มีอำนาจหน้าที่ 3 ประการ คือ ด้านบริหาร การควบคุมและดำเนินการจัดให้มีการเลือกตั้ง ทั้งในระดับชาติและท้องถิ่น รวมทั้งการออกเสียงประชามติ ด้านตุลาการ การสืบสวนและวินิจฉัยชี้ขาด สั่งให้เลือกตั้งใหม่ นับคะแนนใหม่ รวมทั้งการสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ผู้สมัครและสมาชิกสภาที่ทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ด้านนิติบัญญัติ การออกระเบียบ คำสั่ง ข้อกำหนด ที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน โดยถือเป็นองค์กรที่มีความสำคัญ เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างโปร่งใส บริสุทธิ์ และยุติธรรม ป้องกันฝ่ายการเมืองเข้ามาแทรกแซงและจัดการปัญหาซื้อสิทธิขายเสียง
สำหรับการทำหน้าที่ของ กกต.ในบริบทการเมืองไทยที่ผ่านมา มีหลายครั้งที่ตกเป็นจำเลยมีพฤติกรรมไม่เป็นกลาง และกรรมการ กกต.บางชุดก็ถูกศาลฎีกาตัดสินจำคุกมาแล้ว จากเหตุถูกร้องเรียนปฏิบัติหน้าที่มิชอบสอบสวนล่าช้าคดีจ้างพรรคเล็กลงสมัครเลือกตั้ง หรือกรณีเหตุการณ์วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ที่มีผู้ชุมนุมไปขัดขวางปิดหน่วยรับสมัคร ปิดหน่วยลงคะแนนเลือกตั้ง ส่งผลให้การเลือกตั้งไม่สงบจนกลายเป็นโมฆะ ก็ยังเป็นคำถามถึงประสิทธิภาพการทำงาน ทั้งที่มีอำนาจตามกฎหมายในการจัดการความสงบเรียบร้อย อีกทั้งปมที่ผุดขึ้นมาใหม่ในเรื่องไม่ลงรอยแย่งเก้าอี้ประธาน กกต.เข้ามาประกอบด้วย จึงยิ่งถูกจับตาว่า กรธ.จะลงมือผ่าตัด กกต.แบบไหน เพราะมีทั้งโละทิ้งหรือลดอำนาจไปให้หน่วยงานอื่นแทน
การเลือกตั้งเป็นกลไกสำคัญของการปกครองระบอบประชาธิปไตย ในการที่จะให้ประชาชนได้เลือกตัวแทนเข้าไปทำหน้าที่ในรัฐสภาหรือในคณะรัฐบาล หากกระบวนการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม ก็จะได้บุคคลที่มีความรู้ความสามารถ ดังนั้นองค์กรที่มีความเป็นกลางทางการเมืองทำหน้าที่ควบคุมและบริหารจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์และยุติธรรมย่อมมีความสำคัญจำเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งต้องครอบคลุมทั้งกรอบหน้าที่และอำนาจในการแก้ไขปัญหาต่างๆ อันเกิดจากการเลือกตั้งและบริหารการเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างโปร่งใส โดยหลายประเทศมุ่งเน้นให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ การปฏิรูป กกต.สามารถทำได้เพื่ออุดช่องโหว่เพิ่มประสิทธิภาพ แต่ต้องยึดโยงเจตนารมณ์ของหลักการไว้ด้วย



