คอลัมนิสต์

วังเจ้าพ่อ : ไปสู่ถนนดินลูกรัง

วังเจ้าพ่อ : ไปสู่ถนนดินลูกรัง

07 ก.ย. 2559

วังเจ้าพ่อ : ไปสู่ถนนดินลูกรัง  โดยเฉลิมศักดิ์ แหงงาม

ผู้มีอิทธิพลในชนบท กลุ่มที่น่าสนใจมากที่สุดในปัจจุบันก็คือ “ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” เพราะเป็นกลุ่มบุคคลฉลาดเฉลียว มีปัญญา ก้าวขึ้นมาก็เพราะอยากมีอำนาจ ครอบครองผลประโยชน์ เป็นเจ้าเมืองอย่างถูกต้องตามกฎหมายบ้านเมือง ไม่ว่าภาคเหนือ อีสาน ใต้ หรือตะวันออก เหมือนกันทั้งนั้น ตามสัญชาตญาณการดิ้นรนแสวงหา อัตตาตัวตน เกียรติยศชื่อเสียงและผลประโยชน์กิเลสมนุษย์

จึงเป็นการถูกต้องแล้ว ที่อำนาจรัฐกำหนดให้มีการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เพื่อให้มีจมูกได้หายใจในภาคประชาชน นอกเหนือไปจากการเมืองระดับชาติ อำนาจรัฐส่วนกลาง

อดีต คนท้องถิ่นเล่นกับอำนาจที่ตำแหน่งกำนันผู้ใหญ่บ้าน แต่ปัจจุบันหันมาเล่นกับตำแหน่งนายก อบต. นายกเทศมนตรี และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด รากเหง้าบุคคลเหล่านี้ กว่าครึ่งต่อครึ่งในประเทศไทย ส่วนใหญ่ก้าวมาจากตำแหน่งกำนันผู้ใหญ่บ้าน เมื่อเห็นว่าตำแหน่งเดิมหมดศักดิ์หมดศรีไม่มีประโยชน์อีกต่อไป

ยกเว้นเขตเมืองในยุคหลังๆ อาจก้าวมาจากนักธุรกิจ คนรุ่นใหม่ ที่อยากเข้ามาสัมผัสกลิ่นอายการเมืองท้องถิ่น เข้ามาแล้วก็หลงใหลได้ปลื้มอยู่ในวังวนแห่งอำนาจและผลประโยชน์ นักการเมืองระดับชาติบางคนก็ลดตัวตนลงมาเล่น เพราะเห็นว่าทำอะไรได้มากกว่า ดีกว่าไปเป็นพระอันดับให้ผู้มีอำนาจระดับชาติ ผมจึงกล่าวว่า การเสียสละเพื่อมวลชนนั้น เกือบไม่มีอีกแล้วในสังคมไทย

อาการเบื่อหน่ายของภาคประชาชนทั่วประเทศจึงเริ่มมาถึงทางตัน แสดงออกอย่างชัดเจนว่าเบื่อหน่าย “นักการเมือง” ไม่ว่าระดับชาติหรือท้องถิ่น เกิดเหตุการณ์มอบช่อดอกไม้ให้ฝ่ายทหารที่ขึ้นมายึดอำนาจ

หลังสุดก็แสดงออกมาจากผลประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ นี่คืออำนาจแท้จริงของประชาชนที่ต้องการน้ำบริสุทธิ์ นักการเมืองน่าจะได้ทบทวนบทบาทตนเองว่าได้สร้างความดีงามให้แก่ชาติบ้านเมืองมากน้อยเพียงไร หรือจ้องแต่เพียงการแสวงหาอำนาจผลประโยชน์ตามทฤษฎีประชาธิปไตยของฝรั่งชาติตะวันตก

ผมเคยออกพบปะเยี่ยมเยียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามอำนาจหน้าที่ เคยตั้งเป็นข้อสังเกตว่า ถ้ารอบปริมณฑลกรุงเทพฯ หรือในเมืองใหญ่ ๆ ที่ทำการท้องถิ่น จะใหญ่โตอลังการยิ่งกว่าศาลากลางจังหวัด ห้องทำงานผู้ว่าราชการจังหวัดต้องชิดซ้ายกันไปเลย

แต่แถบอีสาน ภาคเหนือ งบประมาณองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือการจัดเก็บภาษีท้องถิ่นน่าจะได้น้อย ที่ทำการจึงคับแคบ ส่วนใหญ่เล็กกว่าที่ว่าการอำเภอ บางแห่งเลียนแบบที่ว่าการอำเภอด้วยซ้ำ แถมลดขนาดลงครึ่งหนึ่ง การแข่งขันไม่รุนแรงเหมือนเมืองใหญ่ สมาชิกสภาท้องถิ่น จะทำหน้าที่อย่างเอาจริงเอาจัง มองที่ผลประโยชน์ประชาชนเป็นสำคัญ

ในเมืองใหญ่ เช่น สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี หรือชลบุรี ไม่แน่ ที่ทำการอาจจะมีห้องพักผ่อน (ห้องนอน) ติดเครื่องปรับอากาศอย่างดี แอบซ่อนข้างห้องทำงานของนายกองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น

นี่คือแบบอย่างของผู้ยิ่งใหญ่ แต่ไม่ใช่ผู้รับใช้ประชาชน

สิ่งเหล่านี้ อยากจะฝากให้กรรมาธิการยกร่างกฎหมายท้องถิ่น การกระจายงบจากเมืองใหญ่ไปสู่ชนบทน่าจะมีมากขึ้น ไม่ใช่มากระจุกตัว จมอยู่ในเมืองใหญ่เพียงแห่งเดียว คนชนบทไหลบ่ามาเมืองใหญ่ เขาอยากจะกลับบ้าน กลับไปอยู่ท้องไร่ท้องนา ไม่ใช่จมอยู่ในนรกในมหานครเหมือนอย่างทุกวันนี้.