
เปลี่ยน'หัวหน้าพรรค' ในวิกฤติผู้นำ
การเปลี่ยนตัว “หัวหน้าพรรค” แม้จะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่บางพรรคก็ถึงคราวจำเป็น ด้วยเงื่อนไขการเมืองที่ต่างกัน
กระแส “เซตซีโร่” ล้มกระดาน กวาดนักการเมืองเก่า ยุบพรรคการเมืองในปัจจุบัน แล้วให้จดทะเบียนตั้งพรรคใหม่ เป็นประเด็นเขย่าขวัญกันออกมาเรื่อยๆ
เช็กความเคลื่อนไหว ในแวดวงนักการเมืองยามนี้ มีทั้ง 2 ทาง
กลุ่มคัดค้านการ “เซตซีโร่” ให้เหตุผลว่า พรรคไม่ได้มีความผิด และหลายพรรคก็เป็นสถาบัน มีตำนาน จะให้ยุบก็ไม่ยุติธรรม
ส่วนฝ่ายที่เห็นดีเห็นงามว่าควรล้างไพ่ นับหนึ่งใหม่ เพื่อสลายขั้ว เพราะหลายคนถูกผูกติดด้วยบุญคุณเจ้าของพรรค ที่ชดใช้กันไม่มีวันหมดอายุ จะย้ายพรรคก็เจอข้อหา “เนรคุณ” นอกจากพร้อมหันหลังให้อาชีพนักการเมืองไปเลย ถึงจะอยู่รอดปลอดคดี
แต่ละพรรคเริ่มขยับเตรียมรับเลือกตั้งรอบหน้า แต่แค่ขอให้ได้กลับเข้ามาอยู่ในขั้วรัฐบาล ส่วนพรรคไหนจะเป็นแกนนำจัดตั้งไปว่ากันอีกช็อต
ประเด็นที่น่าสนใจ คือ “ผู้นำ” ที่ส่อเค้าจะเป็นปัญหาของแต่ละพรรค
การเปลี่ยนตัว “หัวหน้าพรรค” แม้จะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่บางพรรคก็ถึงคราวจำเป็น ด้วยเงื่อนไขการเมืองที่ต่างกัน
“เพื่อไทย” ที่ถูกมองว่า ใครขึ้นมาก็ไม่พ้น “หัวหน้านอมินี” แต่รายนี้ที่ 3 ตระกูล “ชิน-ดา-วงศ์” ไฟเขียวให้ขึ้นมา อาจจะนิยามได้ไม่เต็มปาก เพราะ “คุณหญิงหน่อย” สุดารัตน์ ยุราพันธุ์ เป็นตัวของตัวเองมากกว่าอดีตหัวหน้าพรรครายอื่นที่ผ่านมา ทั้งต้นทุนการเมืองและต้นทุนการเงิน ส่วนปัญหาเรื่อง “บารมี” จะถึงหรือไม่ถึง คงเป็นประเด็นรอง
ส่วน “ประชาธิปัตย์” ที่เคยฮึ่มๆ เรื่องเปลี่ยนหัวหน้ามาหลายปี ในจังหวะครบเทอมปีหน้า กระแสเรียกหาหัวหน้าคนใหม่กำลังจะกลับมาแรง แม้ หัวหน้ามาร์ค “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” จะอยากไปต่ออีกสมัย นาทีนี้ปัญหาเรื่องการยอมรับของสมาชิกพรรคอาจจะไม่ใหญ่เท่า การไม่เอา
“หัวหน้ามาร์ค” แล้วจะเอาใครขึ้นมาแทน และสำคัญกว่านั้น ใครมี “อิทธิพล” ในการชี้นำการ “เลือก” หัวหน้าใหม่ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า ผู้มีบารมีนอกพรรคอย่าง สุเทพ เทือกสุบรรณ ก็ยังมีบทบาทในพรรคสูงอยู่มาก
ว่ากันว่า แนวทางเซตซีโร่ ที่จะกระพือกันอีกไม่นานนี้ แกนนำกปปส.อย่าง “สุเทพ” ก็ไม่คิดจะต้าน เพราะมาถึงวันนี้ สัมพันธ์ระหว่าง “สุเทพ” กับ “อภิสิทธิ์” ก็ไม่เหมือนเดิม และคุณสมบัติผู้นำประชาธิปัตย์คนใหม่ สุเทพก็ต้องการคนที่ “คุยกันได้” และหากระยะที่ผ่านมา ไม่เกิดเรื่องฉาวกับ กทม. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร คือ แคนดิเดต ผู้นำประชาธิปัตย์ ที่ “สุเทพ” เตรียมดันขึ้นแทน
เมื่อคนในยังไม่เข้าตา จึงมีการโยนชื่อ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” เข้ามาถามทางในพรรค อยู่ระยะหนึ่ง แต่ก็เงียบหายไป แต่อย่าได้มองข้ามสัญญาณ “หัวหน้าคนนอก”!
สำหรับพรรคขนาดกลาง อย่าง “ชาติไทยพัฒนา” หลังจากสิ้นบุญ บรรหาร ศิลปอาชา ผู้นำหลังม่าน ชาติไทยพัฒนา ก็ต้องหาผู้นำคนใหม่ ที่ไม่ใช่นอมินี แต่คนใน ระดับแกนนำหลายคนที่พอจะมีบารมี อย่าง “เสี่ยตือ” สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ก็เจอคดีบัญชีทรัพย์สิน แต่หากชาติไทยพัฒนาหวังเพลย์เซฟ พอใจที่จะเป็นแค่ “พรรคครอบครัว” ก็คงไม่พ้นคนใน “ตระกูลศิลปอาชา” หรือเครือข่ายคนใกล้ชิดของตระกูลนี้
“ภูมิใจไทย” เป็นอีกพรรคที่กำลังมีข่าวว่า ผู้บารมีในพรรค อย่าง “เนวิน ชิดชอบ” มีแนวคิดจะยึดเก้าอี้หัวหน้าพรรคคืนจาก “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นัยว่า จากปัญหาว่าด้วยหน้าที่ของหัวหน้า ที่ต้อง"ดูแล" บริการจัดการพรรค ไม่เฉพาะในยาม “เลือกตั้ง”
แม้ว่า เสี่ยหนู จะมั่นอกมั่นใจในความสัมพันธ์พี่น้องชนิดที่เรียกกันขำๆ ว่า “เนทิน-อนุวิน” แต่ไม่ควรมองข้ามคนที่เคยประกาศจะไม่เล่นการเมือง อย่าง “พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง” นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย เพราะการเมืองวันนี้กับวันหน้าไม่มีอะไรแน่นอน
3-4 พรรค เพลย์เมกเกอร์การเมืองไทย ที่อยู่ในข่ายจำเป็นต้อง “เปลี่ยนผู้นำ” อาจจะต้อง คิดใหม่ ทำใหม่
เพราะวิกฤติการเมืองไทยรอบนี้ สะท้อนให้เห็นถึง ความขาดแคลนผู้นำ ที่จะเป็นความหวัง หลังรัฐบาล คสช.วางมือ!



