
ขายเพลง “ฮิ” ยุคลูกทุ่งเสื่อม?
รายงานพิเศษ
เมื่อหลายปีก่อน วิทยา กีฬา เจ้าของห้องบันทึกเสียงดิจิตอลห้องแรกของเมืองไทย เคยบอกกับสัญญาลักษณ์ว่า
“อีกไม่เกินสิบปีข้างหน้า ทุกห้องอัดจะเป็นดิจิตอล เทปรีลจะหมดไป”
พ.ศ.ปัจจุบัน คำกล่าวของวิทยาเป็นจริง ยุคการอัดเสียงแบบใช้เทป หมดลงอย่างสิ้นเชิง เครื่องไม้เครื่องมือราคาหลายล้านในห้องอัดแบบอนาล็อก กลายเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์
สมัยนี้ นักร้อง นักแต่งเพลง และนักทำดนตรี อยู่บ้านใครบ้านมัน
เดี๋ยวนี้ การทำเพลงไม่ต้องทำ “เต็มอัลบั้ม” จำนวน 10 เพลงเหมือนเก่า ทำกันแบบซิงเกิล ร้องแค่เพลงเดียว เอาไว้ไปวัดดวงทางยูทูป
เพลงดังเปรี้ยง มียอดวิวสูงแตะล้าน เปิดการขายโชว์ทันที ด้วยเหตุนี้ นักร้องจึงไม่ต้องพึ่งพาค่ายใหญ่ก็ดังได้
ด้วยกระบวนการเพลง มันทำง่ายขึ้น เพลงลูกทุ่งอีสานที่ได้รับความนิยมทางยูทูป มียอดวิวสูงๆ ล้วนแต่เป็นเพลงเหมาะกับ “ตลาดลูกทุ่งเหล้าขาว”
เพลงที่ว่านั้น หมายถึงเพลงที่เล่นคำหวาดเสียว เหมือนหมอลำกลอนในอดีต ที่มีกลอนดิบๆแดงๆ มาปลุกคนฟังตอนดึกให้หายง่วง
นักแต่งเพลงบางคนเรียกมันว่า “เพลงประเภท 4” (เพลงแนวสี่) ขอไม่อธิบายรากศัพท์ ถามคนอีสานดูได้ว่า “สี่” แปลว่าอะไร?
ค่ายเพลงอินดี้มักนิยมทำเพลง “แนวสี่” อย่างค่ายมีแฮงเดย์ ปั้นหมอลำซิ่งอำนาจเจริญ “กุ้ง สุภาภรณ์ สายรักษ์” ด้วยเพลง “สิฮิน้องบ่” ยอดวิวในยูทูปทะลุกว่า 25 ล้านวิว
ค่ายนี้อยู่แถวอุบลฯ ทำเพลงเพื่อขายโชว์ลำซิ่งอยู่หลายปีแล้ว เพิ่งถูกหวยงวดนี้
พอเพลง “สิ” กะ ”ฮิ” ดังระเบิด นักปั้นก็ทำเพลงแนวสิ แนวฮิออกมาเกาะกระแส เป็นเรื่องปกติ (คำว่า สิ กับสี่ มีความหมายเดียวกัน)
ค่ายอินดี้ Extra Sound Music ผุดซิงเกิล “สิเอาน้องบ่” ร้องโดย “ติ๊ก อัญชลี” และเฮ็ดดีเร็ดคอร์ด อุดรฯ ก็ส่งเพลง “สิกันบ่อ้าย” ของ แพท สุนารักษ์ ขอแชร์ตลาดบ้าง
มินับไหทองคำเร็คคอร์ด ก็ปล่อย “17 สิเข้า” ของ ลำใย ไหทองคำ มาโกยเงินจากขายโชว์
ค่ายใหญ่อย่างท็อปไลน์ ยังกระโจนมาเล่นตลาดเพลงฮิ ด้วยการส่ง “มดแดง จิราพร” ร้องเพลง “สิกันบ่” แค่ไม่กี่สัปดาห์ ยอดวิวทะลุล้าน
ท็อปไลน์นาทีนี้ อยู่ในอาการหน้ามืด ตลาดเพลงที่อยู่ได้จากขายโชว์ ทำเอานายห้างปวดกบาลขึ้นมาโดยพลัน
ถามว่า ทำไมเพลงสองแง่สองง่าม จึงเผยแพร่ได้เสรี? สมัยฟรีทีวีเป็นช่องทางเผยแพร่เพลง ก็มักจะมีข่าวว่า เพลงนั้นเพลงนี้ถูก กบว.แบนอยู่บ่อยๆ
ถ้าเป็นยุคเอ็มวีระบาดในฟรีทีวี คงมีนักข่าวไปถาม “คุณนายระเบียบรัตน์” ว่า เหตุใดจึงปล่อยเพลงฮิๆ ออกมาทำลายวัฒนธรรมไทย
เมื่อคุณนายระเบียบรัตน์ แสดงความเห็น กระทรวงวัฒนธรรมจะโดดออกมารับลูก สั่งแบนเพลงแนวฮิ แนวสิทันที
ครั้นยุคสมัยเปลี่ยน สื่อออนไลน์ สื่อโซเชียลกลายเป็นสื่อเสรี การเผยแพร่ผลงานเพลง ทำได้ง่าย ไม่มีใครห้าม ยิ่งไม่ต้องพึ่งสื่อทีวี ก็ไม่ต้องผ่านการพิจารณาของ กบว.ช่องทีวี
สื่อออนไลน์เปิดกว้าง และมีเสรีภาพ จึงปล่อยของกันเต็มที่ ยิ่งโดนด่า ยิ่งเป็นกระแส ยอดวิวยิ่งสูงขึ้น
บรรดานักแต่งเพลงระดับศิลปินแห่งชาติ ได้แต่นั่งทำตาปริบๆ พูดไม่ออกบอกไม่ถูก ได้แต่รำพึงรำพันถึงอดีตอันหอมหวาน
บางทีก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด เมื่อมีเพลงฮิออกมาจนล้นเกิน คนก็เบื่อ และเลิกฟังไปเอง



