คอลัมนิสต์

จะปฏิรูปทุนนิยมผูกขาดอย่างไร

จะปฏิรูปทุนนิยมผูกขาดอย่างไร

29 ส.ค. 2559

จะปฏิรูปทุนนิยมผูกขาดอย่างไร : มองมุมยุทธศาสตร์ โดยเรือรบ เมืองมั่น  

ไม่ว่าใครจะนิยามประเทศไทยว่าเป็นแบบใด  แบบเกษตรกรรม  แบบประชาธิปไตย แบบเผด็จการหรือแบบไทยๆ แต่แบบหนึ่งซึ่งไม่ผิดแน่ๆ คือ ไทยเราเป็นประเทศที่ทุนนิยมเฟื่องฟูมาก  พ่อค้าร่ำรวยผูกขาดเศรษฐกิจอย่างได้ผล และพยายามผูกขาดมากขึ้นทุกทีๆ ด้วย  การกระทำเช่นนี้ก่อให้เกิดช่องว่างของฐานะและชนชั้นมหาศาล เป็นปัญหาโครงสร้างที่แก้ไม่ได้  ถึงเคยพยายามจะแก้ก็ไม่สำเร็จ  จนบัดนี้ก็ไม่ต้องคิดจะแก้กันเลย ทุนนิยมกระชับสัมพันธ์แน่นกับฝ่ายปกครอง ถึงขั้นกำหนดชะตากรรมเศรษฐกิจไทยอย่างเป็นทางการเลยด้วยซ้ำ  แล้วจะต้องปฏิรูปกันไหม 

โครงการปัญหารถไฟฟ้าสีม่วงเป็นภาพย่อยที่เป็นตัวแบบให้เราเข้าใจภาพใหญ่ว่า สังคมไทยก็กำลังเผชิญกับปัญหาลักษณะเดียวกันนี้ ที่ทุกทางออกมีแต่เจ็บปวด  กรณีรถสีม่วงที่ขาดสถานีต่อเชื่อมอยู่ 1 สถานี สร้างความไม่สะดวกแก่ผู้สัญจรนั้น ปัญหามาจากการเย่อกันระหว่างสองแนวคิด  กทม.ต้องการให้เจ้าเดิมที่ทำทำรถไฟฟ้าสีน้ำเงินสำเร็จไปแล้วมาทำสายสีม่วงด้วย จะได้ต้นทุนถูกๆ   แต่สภาพัฒน์ไม่ต้องการให้มีการประเคนสัญญาให้เจ้าเดิมทำ เพราะจะเป็นการผูกขาด  ยื้อกันห้าปีก็ไม่มีใครทำ เพราะค่าทำเดี่ยวๆ เชื่อมต่อระบบสองสายนั้นแพง  เรื่องนี้จะโทษใคร จะโทษเอกชนเจ้าเก่าเจ้าใหม่ว่าเห็นแก่ตัวก็ไม่ถนัด เพราะเขาเป็นพ่อค้าก็ต้องอยากได้แต่กำไร  ขาดทุนก็ไม่เอา จะให้รัฐประเคนให้ตามเขาเรียกคนลงนามก็จะถูกมองไว่ามีนอกมีใน  เรื่องมันเลยล่าช้า

ในภาพใหญ่ ทุนนิยมยักษ์ใหญ่บ้านเราสยายปีกครอบคลุมทุกหย่อมหญ้าต่อทุนขยายไปเรื่อย ใหญ่โตตามทุนและขีดความสามารถของตน  ยักษ์ใหญ่เหล่านี้ไม่มีใครหาญมาแข่งด้วย เพราะแข่งไปก็ไม่ไหว ด้านราคา การผลิต สายป่าน หรือแม้แต่การตลาด พวกเอสเอ็มอีสู้ไม่ได้อย่างสิ้นเชิง  ถ้าไม่ยอมเป็นลูกไล่ซื้อของเขามาทำกำไรนิดหน่อยกับตลาดหยิบมือของตน  ก็ต้องยอมเป็นซัพพลายเออร์ให้ หรือต้องฉีกไปทำอย่างอื่น ซึ่งเดี๋ยวเงื้อมมือยักษ์ก็ไปถึง ไปแข่งและกลืนกินอีก  การพัฒนาและเทคโนโลยีขององค์กรเล็กๆ เป็นอันเลิกพูดกัน   ยักษ์เหล่านี้ผูกขาด แต่ก็ทำให้ผู้บริโภคพอใจในระดับหนึ่งคือ จ่ายถูก รวดเร็ว ประกันคุณภาพพอได้  แล้วจะมีใครกล้าปฏิรูปให้เกิดความเท่าเทียม  กล้าให้โอกาสบริษัทเล็ก แต่ต้องรับสภาพเสี่ยง  เจ็บปวด ลำบาก และกินเวลานาน 

ตราบใดที่ไม่เกิดการปฏิรูปขนานใหญ่ที่ล้มทุนนิยมทั้งระบบ สภาพเศรษฐกิจไทยก็ต้องเดินไปอย่างนี้  การพยายามใดๆ อาจเยียวยาคนเป็นรองได้บ้าง ผลักดันบริษัทเล็กๆ  ที่โดดเด่นเติบโตร่ำรวยได้บ้าง  แต่ธุรกิจทั้งระบบยังอยู่ภายใต้การครอบงำของยักษ์ใหญ่ไม่เปลี่ยนแปร       เราจะยอมเห็นแก่สะดวกสบายเอาโอท็อปไปผูกกับทุนยักษ์หรือให้โชห่วยไปอิงร้านเชนหมื่นสาขา หรือพยายามสร้างหลักความเท่าเทียมยุติธรรมแต่สาหัสแพงเจ็บปวด  ก็ไม่ทราบเหมือนกัน อาจจำยอมเห็นการผูกขาดต่อไป ช่องว่างฐานะชนชั้นแตกแยกอย่างหนักก็ต้องทน  เพราะถ้าเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น สถานการณ์ก็อาจย่ำแย่ไปอีกทาง  แล้วจะปฏิรูปอย่างไรดี