
ขบวนการนักศึกษาไทยตายแล้ว?
ขบวนการนักศึกษาไทยตายแล้ว? : กระดานความคิด โดยบางนา บางปะกง
กรณี “ไผ่ ดาวดิน” ต่อสู้ตามแนวทางสันติวิธีด้วยการอดอาหาร เพื่อประกาศการต่อสู้กับความไม่เป็นธรรม และการใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือ ก็มีปฏิกิริยาแตกต่างกันออกไป ตามประสา “สังคม 2 ขั้ว”
นับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2557 “ไผ่ ดาวดิน” และพวกได้ชู 3 นิ้วต่อหน้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการลองสู้ของกลุ่มดาวดิน และพวกเขายัง “จุด” ไม่ติดเหมือนเดิม
เมื่อกลุ่มดาวดินได้รวมกลุ่มกับเพื่อนนักศึกษาและนักกิจกรรมในนาม “ขบวนการประชาธิปไตยใหม่” แต่การเคลื่อนไหวของพวกเขาก็ยังอยู่ในขอบเขตจำกัด มีอาจขยายแนวร่วมออกไปได้มากกว่านี้
จึงมีคนปรามาสว่า ขบวนการนักศึกษาไทยตายแล้ว? ตั้งแต่ปี 2549-2557 ในมหากาพย์ “สีเสื้อ” อันยืดเยื้อ ขบวนการนักศึกษาภายใต้ร่มธงสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) ก็ถึงคราวล่มสลาย เมื่อแกนนำนักศึกษา “รุ่นพี่” ที่แยกกันอยู่คนละฝ่าย ได้พยายาม “ยื้อแย่ง” องค์กร สนนท. ไปสนับสนุนการเคลื่อนไหวมวลชนของกลุ่มตน
แม้สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) จะดำรงอยู่แต่มิอาจขยับขึ้นมาเป็นองค์กรนำได้ เพราะติดกับดัก “เหลืองลากไป แดงลากมา”
นับแต่ปี 2555 จึงมีองค์กรนักศึกษาใหม่ๆ เกิดขึ้นมาอย่างเช่น กลุ่มธรรมศาสตร์เสรีเพื่อประชาธิปไตย (แอลแอลทีดี) ที่มีส่วนร่วมกับกลุ่มนิติราษฎร์ สร้างกระแสแก้ไขมาตรา 112 และได้เข้าร่วมเป็นคณะรณรงค์แก้ไขมาตรา 112 (ครก.112)
รังสิมันต์ โรม นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็คือดอกผลของการเคลื่อนไหวรณรงค์แก้ไขมาตรา 112
หลังการรัฐประหาร โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มีกลุ่มอิสระในมหาวิทยาลัยต่างๆ ได้ประชุมปรึกษาหารือกัน และมติให้ก่อตั้งกลุ่มขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่ในการทำงานร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม จึงเป็นจุดเริ่มต้นของ “ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาเพื่อประชาชนแห่งประเทศไทย” (ศนปท.)
ที่ผ่านมา ศนปท.ได้จัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ “ต้านรัฐประหาร” หลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ไร้พลัง และไม่มีคนขานรับมากนัก
สาเหตุที่ขบวนการนึกศึกษาไทย ภายใต้เงาอำนาจเผด็จการ ยังไปไม่ถึงไหน มีอยู่สองสามประการ
ประการแรก ภาพจำของพรรคเพื่อไทย และ นปช. ที่ออกมาต่อสู้ในยุทธการโค่นอำมาตย์ มันยังเป็น “ภาพหลอน” และคนส่วนใหญ่ ก็มีเหมารวมว่า กลุ่มนักศึกษาเป็นลูกน้องทักษิณ
ที่สำคัญ สื่อในเครือข่าย “ทักษิณ” ออกโรงเชียร์กลุ่มนักศึกษาจนออกนอกหน้า ก็เป็นจุดอ่อนที่ฉุดรั้งประชาชนให้นั่งดูข่าวอยู่ที่บ้าน เพราะเชื่อว่า เป็นเรื่องของคนเสื้อแดง
ประการที่สอง ขบวนการแดงใต้ดิน ที่ยังมีการเคลื่อนไหวอยู่ในต่างประเทศ โดยการจัดรายการวิเคราะห์สถานการณ์บ้านเมืองผ่านยูทูบ
การเคลื่อนไหวของแดงใต้ดิน มักล้ำหน้ามวลชน โดยเสนอยุทธศาสตร์ “เปลี่ยนระบอบ” จึงทำให้คนทั่วไปคิดว่า กลุ่มนักศึกษาก็ต่อสู้เพื่อเปลี่ยนระบอบ
ประการที่สาม กลุ่มพลังมวลชนรักทหาร ได้แปรเปลี่ยนจากยุคสงครามเย็น ที่เป็นมวลชนจัดตั้ง อย่างลูกเสือชาวบ้าน หรือไทยอาสาป้องกันชาติ มาเป็น “คนชั้นกลาง” ที่เข้าร่วมการชุมนุมกับ กปปส.
“พลังนกหวีด” กลายเป็นขวากขวางการขับเคลื่อนของกลุ่มนักศึกษา เพราะพวกเขาชำนาญในการทำสงครามโซเชียล
นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้ “ไผ่ ดาวดิน” ต่อสู้อย่างโดดเดี่ยว
แม้จะมีกลุ่มเอ็นจีโอหรือภาคประชาชนให้การสนับสนุน แต่กลุ่มคนเหล่านี้ก็มีความถนัดอยู่เพียงอย่างเดียวคือ เขียนแถลงการณ์ และจัดอีเวนท์แถลงข่าว ไม่มีพลังมวลชนตัวเป็นๆ
การต่อสู้ของกลุ่มคนหนุ่มสาว ยังต้องเดินทางอีกยาวไกล และหากไม่สรุปบทเรียน ก็หัวชนกำแพงอยู่ร่ำไป



