
ภูทับเบิก : มรดกสงครามประชาชน?
รายงานพิเศษ
ยุทธการปิดถนนห้ามไม่ให้เจ้าหน้าที่ขึ้นลงภูทับเบิก ช่วงเย็นวันที่ 20 สิงหาคม 2559 ระหว่างปฏิบัติการรื้อถอนรีสอร์ตภูทับเบิกของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ทหาร กอ.รมน. และฝ่ายปกครอง ที่เริ่มปฏิบัติการกันมาตั้งแต่ 19 ส.ค.เป็นต้นมา เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ต้องปรับแผนใหม่
กอ.รมน.ล้วนทราบดีว่า “ภูทับเบิก” ในอดีตคือชุมชนชาวม้ง ที่เข้าร่วมต่อสู้ปฏิวัติกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศ(พคท.)
ปี 2465 มีชาวม้งได้โยกย้ายถิ่นฐานจากจังหวัดน่าน เข้ามาบุกเบิกตั้งถิ่นฐานใหม่อยู่ในบริเวณเทือกเขารอยต่อ 3 จังหวัด คือ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก และเลย โดยประกอบอาชีพทำไร่ฝิ่น,ไร่ข้าว และเลี้ยงสัตว์
ปี 2475 ชาวม้งตระกูล “แซ่ท่อ” จัดตั้งหมู่บ้านทับเปา หรือทับเบิก มีประชากร 800 คนและ 100 หลังคาเรือน
ปี 2502 จอมพลสฤษดิ์ ประกาศคำสั่งคณะปฏิวัติ ห้ามปลูกฝิ่นทั่วประเทศ(ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 37 ลงวันที่ 9 ธันวาคม2501) และในปีเดียวกันนั้น รัฐบาลสฤษดิ์ได้มีมติจัดตั้งเขตนิคมสร้างตนเองและสงเคราะห์ชาวเขาในประเทศไทย 4 แห่ง
หนึ่งในนั้นคือนิคมสร้างตนเองและสงเคราะห์ชาวเขาภูลมโล (เพชรบูรณ์ พิษณุโลก และเลย)
ปี 2509 มีมติคณะรัฐมนตรีมอบพื้นที่ให้กรมประชาสงเคราะห์ ไปจัดตั้งนิคมสร้างตนเองสงเคราะห์ชาวเขา ในพื้นที่ 3 จังหวัด คือ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก และเลย รวมเป็นเนื้อที่ 212,500 ไร่
จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของชาวม้งในไทย
ปี 2509 ศูนย์การนำแนวลาวฮักชาติ(คอมมิวนิสต์ลาว) ประสานกับ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ได้ส่งผู้ปฏิบัติงานเข้าสู่ชุมชนม้ง อ.นครไทย จ.พิษณุโลก
ปี 2510 นักรบม้งที่จบจากโรงเรียนการเมืองการทหารในเวียดนามและจีน เข้ามาประจำการที่เขต 3 จังหวัด อันนำไปสู่วันเสียงปืนแตก หรือการต่อสู้ด้วยอาวุธ ทั่วทั้งภูร่องกล้า ป่าหวาย ทับเบิก ลมโล ขี้เถ้า เขาค้อ เขาย่า ฯลฯ
พคท.ประกาศสถาปนา “อำนาจรัฐของประชาชน” หรืออำนาจรัฐแดง ของคณะกรรมการ พคท.เขต 3 จังหวัด โดยแบ่งออกเป็น 3 เขต และ 1 เขตพิเศษ
อำนาจรัฐเขต 10 ได้แก่ บ้านน้ำขาว, บ้านน้ำเข็ก, บ้านห้วยทราย, บ้านข้อโป่ และบ้านร่องกล้า
อำนาจรัฐเขต 15 ได้แก่ บ้านเขาค้อ, บ้านเขาย่า, บ้านใหญ่, บ้านไผ่ และบ้านสะเดาะพงษ์
อำนาจรัฐเขต 20 ได้แก่ บ้านป่าหวาย ,บ้านขี้เถ้า และบ้านทับเบิก
อำนาจรัฐเขตพิเศษ บ้านใหม่ และภูเมี่ยง
เฉพาะบ้านทับเบิก เป็นที่ตั้งอำนาจรัฐเขต 20 โดยหลังจากมีการประกาศอำนาจรัฐแดง ชาวม้งส่วนใหญ่ยังอยู่กับ พคท. และอีกส่วนหนึ่งได้หนีลงจากภูเขาไปอยู่กับฝ่ายรัฐบาลที่ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์
สงครามแย่งชิงพื้นที่รอยต่อ 3 จังหวัด ดำเนินต่อไปอย่างดุเดือด จนถึงปี 2525 ความแตกแยกภายใน พคท. ทำให้ชาวม้งวางอาวุธเข้ามอบตัวต่อทางการ
เมื่อ “สหายม้ง” แปรสภาพเป็น “ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย” ตามนโยบาย 66/23 เป็นอันสิ้นสุดสงครามประชาชน กองทัพภาคที่ 3 จัดให้ชาวม้งบางส่วนไปอยู่ตามพื้นที่เดิมเช่นบ้านทับเบิก
นับแต่นั้นเป็นต้นมา ชาวม้งทับเบิกได้กลับมาอยู่ในความดูแลของศูนย์พัฒนาสงเคราะห์ชาวเขา หรือปัจจุบันคือ ศูนย์พัฒนาสังคม หน่วยที่ 38 จ.เพชรบูรณ์ สังกัดกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
อาชีพปลูกฝิ่นนั้นได้เลิกรากันไปตั้งแต่ช่วงก่อนเกิดสงครามประชาชน และมาถึงวันนี้ ชาวม้งทับเบิก จึงทำไร่กะหล่ำปลีส่งขายตลาดไทกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน
จวบจนคำว่า “การท่องเที่ยว” เข้ามาสู่ชุมชน การก่อสร้างบ้านพักรองรับนักท่องเที่ยวจึงปรากฏ และเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งกลายเป็นความไร้ระเบียบบนภูทับเบิก
สงครามหลั่งเลือดจบแล้ว แต่สงครามชีวิตคนทับเบิกยังไม่จบ



