คอลัมนิสต์

หวนคำนึงถึง ร.ฟ.ท.

หวนคำนึงถึง ร.ฟ.ท.

19 ส.ค. 2559

หวนคำนึงถึง ร.ฟ.ท. : โดยวิธีของเราเอง โดยไพฑูรย์ ธัญญา

           ผมห่างเหินกับ ร.ฟ.ท. รถไฟไทยนานเกือบ 30 ปี นับตั้งแต่ซื้อรถยนต์คันแรกเป็นของตัวเอง ทั้งที่ก่อนหน้านั้น พาหนะเดียวที่ใช้เดินทางไปไหนมาไหน คือรถไฟ ในวัยเด็ก ผมมีชีวิตอยู่ใกล้ชิดรถไฟมาก เพราะบ้านเกิดที่พำนักอยู่ห่างจากสถานีรถไฟไม่กี่ร้อยเมตร พูดได้เลยว่า ชุมชมบ้านผมเป็นชุมชนหลังสถานีรถไฟ ตอนเด็กๆ สถานที่เล่นก็คือสถานีรถไฟ พอถึงคราววัยรุ่น เราก็เล่นผาดโผนโจนทะยาน กระโดดโหนรถไฟ ด้วยการไปยืนรอขบวนรถเข้าจอดที่ชานชาลา กระโดดขึ้นเกาะบันไดรถขณะที่รถชะลอความเร็ว หรือไม่ก็พอขบวนรถเคลื่อนออกจากชานชาลาเราก็กระโดดโหนขึ้นรถไฟ พอรถเริ่มเร็วขึ้นเราก็พากันกระโดดลง วาดลวดลายวัยรุ่นยุคอนาล็อกให้ชาวบ้านหมั่นไส้เล่น

           สำหรับผม รถไฟเป็นอะไรที่วิเศษเสมอ มันนำซึ่งความคิดฝันและจินตนาการ รถไฟเป็นเครื่องจักรกลที่แสนประหลาดและชวนตื่นตาตื่นใจสำหรับเด็กๆ ไม่แพ้รถแบ็กโฮในปัจจุบัน ในชุมชนหลังสถานีรถไฟที่เงียบเหงา ห่างไกลความเจริญ รถไฟคืออารยธรรมแปลกใหม่ที่แล่นผ่านหน้าบ้านเราวันละหลายครั้ง บนขบวนรถไฟอันยาวเหยียด เราเห็นผู้คนหน้าตาสดใส ท่าทางภูมิฐาน นั่งชูคอระเหิดระหงอยู่ในนั้น สมัยผมเป็นวัยรุ่น เราบ้าระห่ำ ถึงขั้นเล่นเกมกระโดดขึ้นขบวนรถเร็วสายสุไหงโก-ลก-กรุงเทพฯ ที่มาถึงตอนกลางคืน เดินทะลวงเข้าไปในโบกี้รถ สอดส่ายมองหาหญิงสาวหน้าตาดีที่นอนหลับ แล้วขโมยจูบอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเผ่นแผล็วกระโดดจากลงเมื่อรถกระชากตัวออกจากชานชาลา

           ตอนยุคที่การขนของหนีภาษีจากมาเลเซียกำลังดัง เราอาศัยรถไฟท้องถิ่นสายพัทลุง-ปาดังเบซาร์ เป็นที่รวมตัวของกองทัพมด ขนข้าวสารจากฝั่งไทยไปมาเลย์ แล้วขนสินค้าจากมาเลย์เข้ามาฝั่งไทย ในสมัยนั้นก็ไม่พ้นพวกขนมปัง รองเท้าจากจีนแดง ปลากระป๋องตราอยัม กระเทียมหัวใหญ่ เสื้อผ้า จิปาถะ ตลาดสินค้าหนีภาษีที่ใหญ่ที่สุดก็ไม่พ้นตลาดกิมหยงและย่านโอเดียนที่หาดใหญ่ พวกเรารับจ้างขนสินค้าพวกนี้ ใช้หลังคารถไฟสายหวานเย็นเป็นที่หลบหลีกตำรวจ สนุกสนาน ตื่นเต้นแกมหวาดเสียว

           รถไฟนำสิ่งดีๆ มาสู่ชีวิตของพวกเรา ขณะเดียวกันก็นำพาเราไปสู่ความเลวร้ายประดามี สำหรับคนปักษ์ใต้ส่วนใหญ่ รถไฟทำให้เมืองเล็กๆ หลายเมืองเป็นศูนย์ของการค้า การขนถ่ายสินค้าการเกษตร ข้าวสาร ปศุสัตว์เศรษฐกิจชุมชนขึ้นอยู่กับเส้นทางรถไฟ จนต่อมาเมื่อการขนส่งทางรถยนต์เข้ามาแทนที่ การเดินทางด้วยรถไฟกลายเป็นสิ่งล้าหลัง อะไรต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับรถไฟก็พลอยเงียบเหงาซบเซาไปด้วย

           นานเหลือเกินกระมัง ที่ความเปลี่ยนแปลงของกิจการรถไฟไทยไม่เคยเกิดขึ้น ความหยุดนิ่ง ยาวนาน ได้สร้างอัตลักษณ์ของการรถไฟไทยให้เกิดขึ้นอย่างเด่นชัด รถไฟคือสัญลักษณ์ของโลกเก่า ความหยุดนิ่ง ล้าหลัง รถไฟไทยคือตัวแทนของคนรากหญ้า ชายขอบ และการไร้ทางเลือก ทุกวันนี้เมื่อนึกถึงรถไฟ หลายคนอาจหวนประหวัดไปถึงไดโนเสาร์ พิพิธภัณฑ์ และกรมศิลปากร นี่จึงไม่แปลกที่นายหนังตะลุงหลายคนในภาคใต้ นำเอา ร.ฟ.ท.ไปล้อเลียนว่า “รถไฟเท่ง” ซึ่งหมายถึงรถไฟของไอ้เท่ง ตัวตลกเอกของคณะหนังตะลุงนั่นเอง

           ความเปลี่ยนแปลงอย่างเดียวที่รถไฟไทยมีอยู่บ้างในรอบกึ่งศตวรรษ คือการเกิดขึ้นของรถไฟฟ้าบีทีเอสในกรุงเทพฯ แต่นั่นเป็นเพียงรูปแบบการใช้ชีวิตของคนเมือง ไม่ได้มีมรรคผลอันใดกับกิจการรถไฟแห่งประเทศไทย ตรงข้ามกับความก้าวหน้า เปลี่ยนแปลง คือความหยุดนิ่ง เสื่อมโทรม และกลายเป็นเรื่องชวนหัวในที่สุด

           ที่ผมเอาเรื่องรถไฟไทยมาพูดถึง เพราะเห็นมีคนถ่ายรูปรถไฟไทยที่จอดคู่กับรถไฟมาเลเซียแถวสถานีชายแดน มันเป็นภาพที่ต่างกันคนละศตวรรษ เป็นโลกโบราณกับโลกสมัยใหม่ที่ไม่ต้องการคำอธิบายใดๆ หรือแม้แต่คำแก้ตัวและชี้แจงจากฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ภาพมันฟ้องอยู่ชัดแล้ว ประเทศไทยก้าวนำทันโลกสมัยใหม่ในแทบทุกเรื่องของกระบวนการคมนาคม สื่อสาร แต่มีอย่างเดียวเท่านั้น ที่เราต้องหุบปากนิ่ง ไม่อาจเผยอหน้าไปเทียบกับใครได้ คือ กิจการรถไฟของเรานี่เอง

           คิดในเชิงบวก นี่อาจเป็นรถไฟสายสุดท้ายในโลก ที่อนุรักษ์รูปลักษณ์แบบเดิมเอาไว้อย่างประสบความสำเร็จ อาจเป็นไปได้ที่เราจะแสวงหาผลกำไรจากความล้าหลังของรถไฟไทย คือการนำมาเป็นจุดขาย ใครอยากนั่งรถไฟในยุคโบราณ เชิญที่นี่เลยครับ รถไฟไทย.