คอลัมนิสต์

โจทย์อนาคตประเทศไทย

โจทย์อนาคตประเทศไทย

18 ส.ค. 2559

โจทย์อนาคตประเทศไทย : บทบรรณาธิการประจำวันที่18ส.ค.2559 

           นายกรัฐมนตรีได้เข้าร่วมการประชุมนานาชาติ ว่าด้วยยุทธศาสตร์ทะเลสีคราม (International Conference on Blue Ocean Strategy) ครั้งที่ 1 ที่เมืองปุตราจายา ประเทศมาเลเซีย โดยได้กล่าวในที่ประชุมที่แสดงให้เห็นภาพอนาคตของประเทศไทยได้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นการปรับโมเดลเศรษฐกิจเพื่อออกจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง จากโมเดลประเทศไทย 1.0 ที่เน้นภาคเกษตรไปสู่โมเดลประเทศไทย 2.0 ที่เน้นอุตสาหกรรมเบา และโมเดลประเทศไทย 3.0 ในปัจจุบันที่เน้นอุตสาหกรรมหนัก สู่โมเดลประเทศไทย 4.0 หรือเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม โดยจัดทำแผนยุทธศาสตร์ประเทศระยะ 20 ปี (2560-2579) และแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับที่ 12 (2560-2564) ตั้งเป้าเพื่อพัฒนาอย่างยั่งยืน

           องค์ประกอบสำคัญที่หยิบยกคือยกระดับสู่ประเทศที่มีรายได้สูงด้วยการปรับโครงสร้างเป็นเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาผ่านการวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโดยมุ่งนวัตกรรมมากขึ้น โดยเพิ่มระดับการวิจัยและพัฒนาไปสู่ 1 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี โดยการลงทุนของรัฐควบคู่กับการส่งเสริมและสร้างแรงจูงใจให้เอกชนสร้างนวัตกรรมใน 4 กลุ่ม คือ เอสเอ็มอีเอกชนไทยรายใหญ่ บรรษัทข้ามชาติ และวิสาหกิจเริ่มต้นหรือกลุ่มสตาร์ทอัพ รวมทั้งการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ทั้งการสร้างเครือข่ายบรอดแบรนด์ทั่วประเทศ การจัดทำกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อรองรับการขยายตัว รวมถึงการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และยังส่งเสริมการสร้างเมืองอัจฉริยะเพื่อลดช่องว่างการพัฒนาระหว่างชุมชนเมืองและพื้นที่ห่างไกล

           นอกจากนี้ยังมีนโยบายเมืองนวัตกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมเดิมที่มีศักยภาพโดยประเดิมด้วยโครงการเมืองนวัตกรรมอาหาร ที่จัดตั้งภายในอุทยานวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย เพื่อพัฒนาการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรที่ประเทศมีความอุดมสมบูรณ์ให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น เน้นอาหารที่มีทั้งคุณค่าและมูลค่าสูง เช่น อาหารรองรับสังคมสูงวัย อาหารสำหรับผู้ป่วย และความต้องการเฉพาะด้าน รวมทั้งอาหารฮาลาล อีกทั้งมีนโยบายส่งเสริมธุรกิจและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ ที่แปลงคุณค่าความเป็นไทยมาเป็นการสร้างมูลค่า อาทิ มวยไทย สงกรานต์ ลอยกระทง อาหารไทย แฟชั่นไทย และภาพยนตร์แอนิเมชั่นและเกม ซึ่งสิ่งเหล่านี้พูดกันมานานแต่ยังไม่ขยับไปถึงไหนเท่าไหร่

           การพยายามเดินหน้าให้หลุดพ้นจากประเทศรายได้ปานกลางมีหลายปัจจัยเป็นตัวผลักดัน ทั้งเรื่องค่าแรงที่ขยับตัวจนอุตสาหกรรมหลายประเภทต้องย้ายฐานการผลิตไปประเทศเพื่อนบ้านที่มีค่าแรงงานถูกกว่า ตลอดจนค่าครองชีพที่สูงขึ้น แต่การเดินหน้าเพื่อไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายมีโจทย์หลายประการต้องฝ่าฟัน จำเป็นที่ฝ่ายเกี่ยวข้องต้องศึกษาจากประเทศที่พัฒนามาก่อนและนำมาประยุกต์ใช้ รวมทั้งต้องปรับตัวในทุกองคาพยพของประเทศ อย่างเช่น ระบบการศึกษาที่มีความสำคัญต่อการบรรลุผลสำเร็จ ที่ภาครัฐต้องส่งเสริมให้ควบคู่ไปกับการส่งเสริมด้านวิจัยพัฒนา และประการสำคัญคือความขัดแย้งทางการเมืองหากยังไม่คลี่คลายก็ยังเป็นโจทย์ใหญ่สำหรับประเทศที่ยังติดกับดักจิกตีกันในเล้าไก่ไปไหนไม่ได้เช่นเดิม