คอลัมนิสต์

คนเบื้องหลัง'กำปั้นไทย'

คนเบื้องหลัง'กำปั้นไทย'

18 ส.ค. 2559

คนเบื้องหลัง'กำปั้นไทย'  : มนุษย์สองหน้า โดยแคน สาริกา

           คนไทยทั้งประเทศ รู้สึกเศร้าใจที่การแข่งขันกีฬามวยสมัครเล่นในโอลิมปิก 2016 จะไม่ได้ยินเสียงเพลงชาติไทยกระหึ่มบนแผ่นดินบราซิล และเป็นครั้งแรกที่นักมวยสากลสมัครเล่นทีมชาติไทยชวดเหรียญโอลิมปิกในรอบ 40 ปี

           เชื่อว่า เมื่อกองทัพนักกีฬาไทยกลับมาถึงบ้าน บุคคลที่ชื่อ สมชาย พูลสวัสดิ์ ประธานฝ่ายพัฒนาเทคนิคสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย จะต้องถูกตั้งคำถามมากที่สุด

           ก่อนการเดินทางสู่ริโอเกมส์ ประธานเทคนิค มั่นใจว่ามีลุ้นเหรียญ และตั้งเป้าเอาไว้ขั้นต่ำ 1 เหรียญทอง

           ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่อย่าง สมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต มาเป็นประธานฝ่ายพัฒนาเทคนิคสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย

           อธิบดีสมชาย เข้าสู่วงการกำปั้นเสื้อกล้าม โดยรับตำแหน่งอุปนายกสมาคม สมัยที่ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ เป็นนายกสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย

           ต่อมา พิชัย ชุณหวชิร เป็นนายกสมาคม ก็มอบหมายให้อธิบดีสมชายเป็นประธานเทคนิค

           อธิบดีสมชาย เป็นชาวเกาะสมุย ชอบมวยมาตั้งแต่เด็ก แต่แม่ไม่ชอบและไม่สนับสนุนให้ไปฝึกมวย เพราะกลัวลูกเจ็บ ก็ต้องซ้อมด้วยตัวเอง

           เมื่อเข้ากรุงเทพฯ มาเรียนคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงได้โอกาสมาเรียนมวยกับ “ครูเฒ่า” ชนะ ทรัพย์แก้ว (ขณะนี้เสียชีวิตไปแล้ว) ซึ่งถูกเชิญมาเป็นครูมวยของชุมนุมมวยธรรมศาสตร์

           อธิบดีสมชายได้ขึ้นเวทีต่อยมวยไป 5-6 ครั้ง เป็นมวยไทยสมัครเล่น 3 ยก

           เหตุที่ชอบกีฬาชกมวย อธิบดีสมชายเล่าว่า ที่บ้านทำสวนมะพร้าวที่สมุย พ่อแม่มาทำสวนยางที่แผ่นดินใหญ่ อ.กาญจนดิษฐ์ จากชีวิตต้องสู้ในวัยเด็ก ทำให้เขาชอบกีฬา ซึ่งมีผู้ใหญ่สอนว่า “คนเล่นกีฬานี่คบได้ เพราะรู้แพ้รู้ชนะ”

           สมัยเรียนมัธยม มวยจึงเป็นกีฬาที่ชอบเป็นชีวิตและจิตใจ มียอดมวยในดวงใจหลายคน อาทิ เดชฤทธิ์ อิทธิอนุชิต และอภิเดช ศิษย์หิรัญ โดยเห็นรูปในหนังสือมวยที่เป็นปกสี หรือโปสเตอร์มวย ก็ซื้อมาสะสม และเอามานั่งดู

           เมื่อเรียนจบนิติศาสตร์ก็เข้ารับราชการที่กรมศุลกากร ไต่เต้าตั้งแต่ข้าราชการตัวเล็กๆ จนได้เป็นระดับบริหาร และเป็นอธิบดีกรมศุลกากรเมื่อปี 2554

           ระหว่างรับราชการ อธิบดีสมชายก็ติดตามดูมวยไทย จนได้เป็นเพื่อนกับ “ชุ้น เกียรติเพชร” โปรโมเตอร์มือทองสมองเพชร

           เมื่ออธิบดีสมชายกลับไปทำธุรกิจที่่เกาะสมุย จึงจัดมวยการกุศล “วันรวมพลคนสมุย” โดยจัดมาเกือบ 10 ปี และได้รับการสนับสนุนจาก ชุ้น เกียรติเพชร เป็นการหารายได้ซ่อมแซมสร้างวัด โรงเรียน และโรงพยาบาล

           ครั้นได้รับการแต่งตั้งเป็นอธิบดีกรมสรรพสามิต อธิบดีสมชายจึงตั้งค่ายมวย “ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม” และที่ใช้ชื่อนี้ เพราะเทพเจ้าประจำกรม คือ “เจ้าพ่อโรงต้ม” เขาเองให้ความเคารพนับถือ เลยนำมาเป็นชื่อค่ายมวย

           จุดประสงค์การตั้งค่ายลูกเจ้าพ่อโรงต้ม ไม่ได้แสวงหากำไร ไม่ได้ทำเพื่อธุรกิจ แต่ตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมให้คนสมุยและจังหวัดใกล้เคีย มีโอกาสแสดงฝีไม้ลายมือในรายการไทยไฟท์ ตอนนี้มีนักมวยในสังกัดประมาณ 4-5 คน

           นี่เป็นชีวิตอีกด้านของอธิบดีกรมสรรพสามิต ผู้รักกีฬามวยเป็นชีวิตจิตใจ

           เมื่อเขาได้มีโอกาสเป็นประธานเทคนิคสมาคมมวยสากลฯ จึงดึงคนวงการมวยคือ สุชัย พรชัยศักดิ์อุดม และ “ชุ้น เกียรติเพชร” พีรพงศ์ ธีระเดชพงศ์ เจ้าของศึกเกียรติเพชร มาเป็นรองประธาน

           สำหรับกีฬาโอลิมปิกหนนี้ อธิบดีสมชายเปรยว่า ต้องอยู่ที่โชควาสนาของนักกีฬาด้วย ซึ่งสมาคมทำเต็มที่ในการอำนวยความสะดวกให้พวกเขา

           อย่างไรก็ตาม อธิบดีสมชายคงต้องมาอธิบายให้แฟนมวยได้เข้าใจว่า เหตุใดกำปั้นไทยจึงพ่ายเรียบ?