คอลัมนิสต์

วิจัยพบปราสาทขอมอีสานนักการเมืองใช้หาเสียง

วิจัยพบปราสาทขอมอีสานนักการเมืองใช้หาเสียง

17 ส.ค. 2559

วิจัยพบปราสาทขอมอีสานสะท้อนคุณค่าของคนท้องถิ่นและนักการเมืองใช้หาเสียง : สำราญ สมพงษ์ นิสิตปริญญาเอก สันติศึกาษา มจร 

           พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย นับได้ว่าเป็นภาคหนึ่งที่อุดมด้วยโบราณสถานและโบราณวัตถุมากมายสะท้อนร่องรอยอารยธรรมความเป็นอยู่คนที่เข้ามาอาศัยอยู่ในภูมิภาคนี้เป็นอย่างไร แต่สิ่งเหล่านี้ก็มีความเปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติและถูกเคลื่อนย้ายไปตามเงื่อนไขต่างๆ อย่างเช่นล่าสุดเมื่อต้นเดือนสิงหาคมนี้ นายทนงศักดิ์ หาญวงษ์ นักวิชาการอิสระ ได้ออกมาเปิดเผยว่า มีการพบภาพถ่ายทับหลัง ชิ้นหนึ่งในเว็บไซต์ของพิพิธภัณฑ์ Asian Art Museum Chong-Moon Lee Center for Asian Art and Culture เมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เมื่อพิจารณาจากรูปแบบและลวดลายรวมถึงรายละเอียดต่างๆ พบว่าตรงกับทับหลังที่สูญหายไปจากปราสาทหนองหงส์ อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ จึงเป็นที่มาของการเรียกร้องให้ส่งกลับคืน

            วันที่ 17 ส.ค.2559 ชาวบ้านจากหลายหมู่บ้านในพื้นที่ตำบลชุมแสง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ นับร้อยคนต่างพากันแห่มาดูวัตถุโบราณ ที่ขุดพบมีทั้งเครื่องมือการเกษตร โซ่ตรวนนักโทษ  และศาสตราวุธโบราณทั้งหมดเกือบ 300 ชิ้น  ซึ่งนายอัษฎาวุธ เกตุผักแว่น กำนันตำบลชุมแสง กล่าวว่า จากคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ทราบว่าหมู่บ้านแห่งนี้เป็นเมืองเก่าแก่ ชื่อว่า “เมืองไผ่” หรือเมือง “ผไล” ซึ่งที่ผ่านมาก็เคยมีชาวบ้านขุดพบวัตถุโบราณหลายครั้ง ทั้งเครื่องปั้นดินเผา หม้อไห เครื่องประดับ พระพุทธรูปเก่าแก่ รวมถึงกระดูกมนุษย์โบราณด้วย ทำให้สันนิษฐานได้ว่าหมู่บ้านแห่งนี้เป็นเมืองเก่าแก่

            จากความสมบูรณ์ของ ร่องรอยอารยธรรมในพื้นที่พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือดังกล่าว ส่งผลให้นักวิชาการคนไทยส่วนหนึ่งได้ทำการศึกษาสืบค้นและบันทึกเรื่องราวความเป็นมาของโบราณสถานเหล่านี้ไว้อย่างเป็นระบบแต่การศึกษาในมิติทางศาสนายังมีอยู่จำนวนน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับมิติอื่น ดังนั้น ผศ.ดร.ทวีศักดิ์ ทองทิพย์ อาจารย์จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) วิทยาเขตสุรินทร์ได้ทำวิจัยเรื่อง "คุณค่าและอิทธิพลของกลุ่มปราสาทขอมที่มีต่อวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นจังหวัดสุรินทร์"  เนื่องจากจังหวัดสุรินทร์ คือ มีโบราณสถานกลุ่มปราสาทขอมอยู่เป็นจำนวนมาก โดยพบว่า มีโบราณสถานกลุ่มปราสาทขอม 38  แห่ง ตั้งอยู่ใน 16  อำเภอ กลุ่มปราสาทขอมเหล่านี้ก่อให้เกิดคุณค่าและมีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น เห็นได้จากคำขวัญของจังหวัดสุรินทร์ คือ “ สุรินทร์ถิ่นช้างใหญ่ ผ้าไหมงาม ปะคำสวย ร่ำรวยปราสาท ผักกาดหวาน ข้าวสารหอม งามพร้อมวัฒนธรรม” คือได้มีคำว่า“ปราสาท” ในคำขวัญจังหวัดสุรินทร์ด้วย

            ทั้งนี้ผศ.ดร.ทวีศักดิ์และคณะผู้วิจัยได้ดำเนินวิจัยมีข้อค้นพบ ดังนี้ 1. การสำรวจโบราณสถานกลุ่มปราสาทขอมในเขตจังหวัดสุรินทร์ พบว่า  1) ด้านข้อมูลพื้นฐานของจังหวัดสุรินทร์ ดินแดนแถบนี้มีมนุษย์อยู่มาแล้วประมาณ 2,000  ปี เคยเป็นอาณาจักรขอมโบราณที่รุ่งเรือง เมื่อขอมเสื่อมอำนาจลงมีชนชาว ส่วยหรือกูย อพยพมาจากเมืองอัตปือแสนแป ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มาตั้งจังหวัดสุรินทร์ขึ้น  2) ด้านข้อมูลพื้นฐานของโบราณสถานกลุ่มปราสาทขอมในจังหวัดสุรินทร์ มีปราสาทประมาณ 38  แห่ง รูปแบบสถาปัตยกรรมของปราสาทแบ่งเป็น 3 แบบ คือ แบบปราสาทหลังเดียว สามหลัง และห้าหลัง ประเภทวัสดุที่นำมาสร้าง แบ่งได้เป็น 3  คือ ประเภทหินทราย (Sandstone) ศิลาแลง (Laterite) และ อิฐ (Bricks) 
    
            2. ความสัมพันธ์ด้านศาสนาในกลุ่มปราสาทขอมเขตจังหวัดสุรินทร์ พบว่า 1) ด้านศาสนาในกลุ่มปราสาทขอมเขตจังหวัดสุรินทร์ มีวัดในพระพุทธศาสนา 718 แห่ง ที่พักสงฆ์ 522  แห่ง โบสถ์ในศาสนาคริสต์ 24  แห่ง และมัสยิดในศาสนาอิสลาม 1  แห่ง 2) ความสัมพันธ์ด้านศาสนาในกลุ่มปราสาทขอมจังหวัดสุรินทร์ แบ่งเป็น 4 กลุ่ม คือ ความสัมพันธ์โบราณสถานกลุ่มปราสาทขอมกับศาสนาท้องถิ่น ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู พระพุทธศาสนามหายาน และพระพุทธศาสนาเถรวาท 
    
            3. คุณค่าและอิทธิพลของกลุ่มปราสาทขอมที่มีต่อวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นจังหวัดสุรินทร์ พบว่า 1) ด้านวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นจังหวัดสุรินทร์ มีชนอยู่ร่วมกัน 3 กลุ่ม พูดต่างกัน 3 ภาษา คือ ภาษาเขมร กูย และลาว  แต่ละกลุ่มมีวิถีชีวิตเรียบง่าย สามัคคี รักษาภาษา ประเพณีและวัฒนธรรม ของตนไว้อย่างดี  2) ด้านคุณค่าและอิทธิพลกลุ่มปราสาทขอมที่มีต่อวิถีชีวิตคนท้องถิ่นจังหวัดสุรินทร์ มี 3 ด้าน คือ  (1) ด้านสังคม เช่น  ด้านความเชื่อ คือ มีความเชื่อเรื่องผี นับถือเทพเจ้าในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ปัจจุบันคนท้องถิ่นส่วนใหญ่นับถือพระพุทธศาสนาแต่ได้นับถือผีหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในปราสาทขอมด้วย ด้านการศึกษา เช่น มีการออกแบบสิ่งก่อสร้างต่างๆ เป็นศิลปะขอมและใช้ปราสาทขอมเป็นสื่อและแหล่งเรียนรู้  ด้านวัฒนธรรมและประเพณี คือ ปราสาทขอมเป็นแหล่งเกิดของตำนาน วัฒนธรรมและประเพณี ท้องถิ่นจำนวนมาก 

            (2) ด้านเศรษฐกิจ เช่น ด้านการผลิตสินค้า  ตัวปราสาทขอมมิได้เป็นสิ่งผลิตสินค้า แต่มีอิทธิพลก่อให้เกิดการผลิตสินค้าในท้องถิ่นเนื่องจากเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักของจังหวัดสุรินทร์ ด้านการจำหน่ายจ่ายแจก เป็นสถานที่จัดแสดงและจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองที่ผลิตโดยคนในท้องถิ่น ด้านการบริโภคใช้สอย เป็นสถานที่บริโภคใช้สอยสินค้าของคนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวที่มาดูปราสาทขอมในจังหวัดสุรินทร์ (3) ด้านการเมืองการปกครอง มีคุณค่าและอิทธิพล 2 ระดับ คือ อิทธิพลต่อการเมืองระดับชาติและระหว่างประเทศ เช่น ในช่วงปี พ.ศ.2553-2555  พรรคการเมืองบางพรรคของไทยได้นำกรณีข้อพิพาทกับประเทศเพื่อนบ้านเกี่ยวกับกลุ่มปราสาทตาเมือนมาเป็นประเด็นหาเสียงให้กับฝ่ายตน 

            นอกจากนี้กลุ่มปราสาทขอมที่อยู่ติดเขตชายแดนไทยและกัมพูชา เช่น ปราสาทตาควายและปราสาทตาเมือน เป็นต้น ทั้งไทยและกัมพูชาต่างได้อ้างกรรมสิทธิ์เหนือปราสาทเหล่านี้ ทำให้สองประเทศเกิดข้อพิพาทรบกันด้วยอาวุธหนัก อิทธิพลที่มีต่อการเมืองระดับท้องถิ่น เช่น นักการเมืองในระดับท้องถิ่นนำไปใช้เป็นนโยบายหาเสียง เป็นแหล่งจัดกิจกรรมทางการเมือง และเป็นแหล่งประชาสัมพันธ์ผลงานของนักการเมือง เป็นต้น

            คณะผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะ คือ ข้อค้นพบที่ได้จากการวิจัยเรื่องคุณค่าและอิทธิพลของกลุ่มปราสาทขอมที่มีต่อวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นจังหวัดสุรินทร์ ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะดังนี้           
    
            1. ด้านโบราณสถานกลุ่มปราสาทขอมในเขตจังหวัดสุรินทร์ ได้พบว่าบางแห่งมีการบูรณปฏิสังขรณ์ให้ดีขึ้น แต่หลายแห่งมีการชำรุดและพังทลายลงยังขาดการบูรณปฏิสังขรณ์ ดังนั้นจึงเสนอแนะว่า รัฐบาลควรกำหนดนโยบาย ให้มีการบูรณปฏิสังขรณ์ อนุรักษ์ ฟื้นฟู สืบสาน สอบทอด สนับสนุน พัฒนา และเผยแพร่ อย่างเร่งด่วน 
    
            2. ด้านความสัมพันธ์ด้านศาสนาในกลุ่มปราสาทขอมเขตจังหวัดสุรินทร์ ได้พบร่องรอยของการนับถือศาสนาประจำท้องถิ่น ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และพระพุทธศาสนา เห็นได้จากสิ่งของต่าง ๆ ที่คนในท้องถิ่นนำมาเซ่นไหว้ในบริเวณปราสาทขอม ดังนั้นจึงเสนอแนะว่า ควรจัดสถานที่สำหรับให้บริการด้านพิธีกรรม จัดอุปกรณ์ในการประกอบพิธีกรรมไว้ให้บริการ และจัดให้มีการรักษาความสะอาดสถานที่ประกอบพิธีกรรมอย่างต่อเนื่อง
    
            3. ด้านคุณค่าและอิทธิพลของกลุ่มปราสาทขอมที่มีต่อวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นจังหวัดสุรินทร์ พบว่าโบราณสถานกลุ่มปราสาทขอมมีคุณค่าและอิทธิพลต่อวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นจังหวัดสุรินทร์ทั้งในด้านสังคม เศรษฐกิจ การเมืองการปกครอง จึงเสนอแนะว่า หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ควรจัดกิจกรรมส่งเสริมคุณค่าและอิทธิพลกลุ่มปราสาทขอมที่มีต่อวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นจังหวัดสุรินทร์ต่อเนื่องกันทุกปี