คอลัมนิสต์

ระเบิดป่วน 7 จังหวัดใต้โยง“ทีมปัตตานี”

ระเบิดป่วน 7 จังหวัดใต้โยง“ทีมปัตตานี”

17 ส.ค. 2559

ผ่านมาแล้ว 4 วัน สำหรับเหตุระเบิดเขย่าภาคใต้ 7 จังหวัด พยานหลักฐานต่างๆ เริ่มชัดเจนขึ้น

           ตำรวจเริ่มทะยอยออกหมายจับผู้ต้องหา ขณะที่ในทางการสืบสวน ทั้งตำรวจ ทหาร หิ้วตัวผู้ต้องสงสัยไปสอบปากคำหลายสิบราย 

            แต่หลักฐานที่ชัดเจนที่สุด เห็นจะหนีไม่พ้นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะส่วนประกอบของระเบิดที่คนร้ายใช้ก่อเหตุเกือบ 20 จุด ผลการตรวจพิสูจน์ออกมาค่อนข้างชัดเจนแล้ว โดยระเบิดแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ ระเบิดสังหาร มีลักษณะเป็นไปป์บอมบ์ จุดระเบิดด้วยโทรศัพท์มือถือ กับอีกชนิดหนึ่ง คือ ระเบิดเพลิง ห่อหุ้มด้วยกรอบเพาเวอร์แบงก์เหมือนกันทุกจุด

ระเบิดป่วน 7 จังหวัดใต้โยง“ทีมปัตตานี”

        ความเชื่อมโยงของระเบิดทั้งหมด คือ แผงวงจรเหมือนกันทั้งระเบิดเพลิงและระเบิดสังหาร น่าจะมาจากคนต่อวงจรคนเดียวกันหรือกลุ่มเดียวกัน ขณะที่ตัวจุดระเบิด เป็นโทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุง รุ่นฮีโร่ ที่ไม่มีขายในประเทศไทย แม้แต่ที่หาดใหญ่ ต้องสั่งซื้อจากมาเลเซียเท่านั้น มือถือถูกนำมาใช้ในการตั้งเวลาระเบิด หรือไทม์เมอร์ ไม่มีการโทรเข้าไปจุดระเบิด เพราะซิมโทรศัพท์เป็นซิมมาเลย์ทั้งหมด

            ข้อมูลล่าสุดที่ฝ่ายสืบสวนสรุปตรงกันคือ ระเบิดล็อตนี้มาจากคนกลุ่มเดียวกัน เชื่อมโยงกันหมด โดยทีมหนึ่งทำหน้าที่จัดหาโทรศัพท์ ทีมหนึ่งทำหน้าที่ต่อวงจร ส่วนอีกทีมหนึ่งตัวภาชนะระเบิดและจัดหาดินระเบิด โดยเป็นระเบิดขนาดเล็ก พกพาและพรางสายตาเจ้าหน้าที่ได้สะดวก

           รูปแบบระเบิดแบบนี้ โดยเฉพาะระเบิดเพลิง แม้การใช้แอลกอฮอล์ก้อนจะไม่ค่อยเคยพบที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่รูปแบบการประกอบคล้ายคลึงกันอย่างมาก ทำให้ฝ่ายสืบสวนของตำรวจฟันธงว่าเป็น “ทีมปัตตานี” โดยเป็นกลุ่มต่อระเบิดที่มีฐานปฏิบัติการอยู่ในอำเภอหนองจิก

            ขณะที่ทีมที่นำระเบิดไปวาง บางส่วนมีการพบความเชื่อมโยงกับบุคคลที่มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดนราธิวาส คาดว่าทีมขนส่งระเบิดและนำระเบิดไปวาง น่าจะเป็น “ทีมนราธิวาส”

             โจทย์ที่ต้องตีให้แตกในขณะนี้ คือ “ทีมระเบิด” ทำงานให้ใคร เป็นกลุ่มบีอาร์เอ็นขยายพื้นที่ปฏิบัติการออกนอกสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ตามที่มีบางฝ่ายชูประเด็น หรือเป็นการรับจ้างจากกลุ่มการเมืองกันแน่

             ข้อมูลล่าสุดเจ้าหน้าที่พบความเคลื่อนไหวตามบ้าน “คนการเมือง” ที่ชายแดนใต้ค่อนข้างคึกคัก ทั้งช่วงก่อนและหลังลงประชามติ 

          โดยบางส่วนเป็นวัยรุ่นต่างอำเภอ แต่เป็นคนในพื้นที่ชายแดนใต้ ปัญหาคือกระบวนการทำงานลักษณะนี้มีการ“คัตเอาท์-ตัดตอน”จนทำให้ยากที่จะสาวถึงตัวคนบงการ งานนี้จึงถือเป็นงานพิสูจน์ฝีมือฝ่ายความมั่นคงอย่างแท้จริง

และหากกระชากหน้ากากคนบงการได้สำเร็จ เผลอๆ อาจได้รู้ว่าแท้ที่จริงแล้วไฟใต้คุโชนเพราะเหตุใดกันแน่