ความตายของกำนันผู้ใหญ่บ้าน
ความตายของกำนันผู้ใหญ่บ้าน : ‘ไปสู่ถนนดินลูกรัง โดย เฉลิมศักดิ์ แหงมงาม
ผมเขียนถึงกำนันผู้ใหญ่บ้านยังไม่จบ ขออนุญาตเล่าต่อ ในฐานะบุคคลดังกล่าวเป็นผู้นำระดับรากหญ้าในชนบท มาวิเคราะห์กันให้ชัดๆ ว่า ปัจจุบันกำนันผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้มีอิทธิพลหรือไม่
ปัจจุบัน หลายๆ งาน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หันมาใช้กำนันผู้ใหญ่บ้านทำงานในหลาย ๆ เรื่องมากขึ้น ผมขอยืนยันว่า ท่านเดินมาถูกทางแล้ว เพราะทุกวันนี้ กำนันผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้นำระดับรากหญ้าอย่างแท้จริง ส่วนนายกองค์กรบริหารท้องถิ่นนั้น กำลังพัฒนาตนเองไปสู่ความเป็นเจ้าพ่ออย่างไม่รู้ตัว เราจึงเห็นความตายของผู้นำส่วนท้องถิ่นเป็นข่าวทางสื่อเกือบทุกวัน
ผมรับราชการมาตั้งแต่ยุคสมัยยังไม่มีองค์การบริหารส่วนตำบล กำนันผู้ใหญ่บ้านเรืองอำนาจมากในสมัยนั้น ทุกอย่างในชนบทลงมาที่กำนันผู้ใหญ่บ้านเพียงผู้เดียว โดยมีนายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด ดูแลอยู่ห่างๆ
ยุคนั้น มันคือความอึดอัดใจของภาคประชาชนที่ไม่มีอำนาจเหมือนภาครัฐ ตำแหน่งกำนันผู้ใหญ่บ้านจึงคือทางออกของอำนาจท้องถิ่น บางคนที่ความรู้ความสามารถสูงๆ สร้างเครือข่ายตนเองขึ้นมาได้ จึงกลับกลายเป็นกำนันผู้ใหญ่บ้านผู้มีอิทธิพล ที่รัฐบาลยุคสมัยนั้นต้องจับตามองและคารวะอยู่ในที เช่น กำนัน “เป๊าะ” แห่งภาคตะวันออก กำนัน "ริ้ว” แถบภาคเหนือ บางคนผันตนเองมาเป็นนักการเมืองใหญ่ระดับชาติ เช่น กำนันสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ และอีกหลายๆ กำนันแถบภาคกลาง
สมัยนั้นเมื่อสามสิบกว่าปีล่วงแล้ว ผมทำงานอยู่ภาคเหนือ มีผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นกำนันผู้ใหญ่บ้านนับไม่ถ้วน ยังนึกชื่นชม ที่ความคิดคนกลุ่มนี้เฉียบคม แตกฉาน เชี่ยวชาญการแสวงหาผลประโยชน์ บางครั้งผมก็ตามไม่ทัน พวกเขามีเครือข่ายธุรกิจ คุมโรงงาน รู้จักนักการเมืองระดับชาติ เลยเถิดถึงขนาดมองข้ามนายอำเภอ ปลัดอำเภอ ผู้บังคับบัญชาระดับต้นกันไปเลย
ถึงเทศกาลเลือกตั้งทีก็ตบเท้าเข้าบ้านใหญ่นักการเมือง เพื่อพัฒนาตนเองเป็นหัวคะแนนให้แก่นักการเมืองในที่สุด
สิบกว่าปีให้หลังผมกลับไปเยี่ยมถิ่นเดิมเคยทำงาน ถามถึงหลายๆ คนที่คุ้นเคย ปรากฏว่า เสียชีวิตเกือบหมด ไม่ใช่แก่ตายหรือโดนโรคภัยไข้เจ็บรุมเร้า ทว่า โดนไข้โป้ง ถูกยิงทิ้ง ไม่รู้ว่าภาคราชการหรือว่านักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ เพราะจับมือใครดมไม่ได้
ถามชาวบ้านผู้ใกล้ชิดกำนันผู้ใหญ่บ้านผู้สูญเสีย ชาวบ้านบางคนเคยรู้จักผม เล่าให้ฟังว่า ผู้ใหญ่บ้านผันตนเองไปทำอาชีพทุจริต เป็นเจ้าพ่อ ตั้งแก๊ง รวมถึงไปขอรับเงินค่าหัวคะแนนจากนักการเมือง รับปากรับคำ จะทำคะแนนให้ผู้แทนราษฎรให้เข้าเป้า แต่พอผลออกมาไม่อย่างนั้น อยู่มาอีกไม่นานก็ถูกเก็บ จับมือใครดมไม่ได้
นี่คือความตายของกำนันผู้ใหญ่บ้านในยุคสมัยนั้น ก่อนจะถูกเด็ดปีก แล้วพรรคการเมืองก็นำนโยบายการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นชาติตะวันตก มาปรับใช้ในชาติบ้านเมืองยุคปัจจุบัน หวังว่าภาคประชาชนจะได้มีอำนาจปกครองตนเองอย่างแท้จริง เป็นการสร้างความเจริญให้แก่ท้องถิ่น
แท้จริงแล้วหาใช่ไม่ เพราะผู้ขึ้นมามีอำนาจในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหาใช่ผู้นำระดับรากหญ้าอย่างแท้จริง ขึ้นมาเพราะอำนาจเงินและการหาเสียง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจึงกลับกลายเป็นแหล่งแสวงหาผลประโยชน์ของผู้มีอันจะกินในท้องถิ่น
ประเทศไทยถึงได้สับสน เกิดการแตกแยกทางความคิดในปัจจุบันนี้



