การปฏิรูปตำรวจ : ฝันที่ไกลเกินจริง
การปฏิรูปตำรวจ : ฝันที่ไกลเกินจริง : โลกตำรวจ โดยผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ไลน์ กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำงานของตำรวจไทยในทุกวันนี้ ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากคุณสมบัติที่ผู้ใช้งานสามารถเรียนรู้การทำงานของระบบไลน์ได้โดยง่าย ดังนั้น ถึงแม้ว่าตำรวจไทยจำนวนไม่น้อยจะไม่มีความรู้ ความสามารถ (ไม่ใช้คำว่าความเชี่ยวชาญ) ในการใช้งานผ่านโปรแกรมต่างๆ ที่เป็นระบบปฏิบัติการในคอมพิวเตอร์ แต่ พวกเขาก็ยังสามารถใช้งานในระบบไลน์ได้โดยไม่ยากลำบากมากนัก
ด้วยเหตุนี้ วิถีการทำงานผ่านไลน์จึงได้ระบาดอย่างหนักในการทำงานของตำรวจไทย และเมื่อวิเคราะห์ให้ชัดเจนจะเห็นได้ว่า ไลน์ถูกนำมาใช้ประโยชน์เพียงเพื่อการรายงาน และการสั่งงานเท่านั้น ไลน์ไม่สามารถวิเคราะห์ ประมวลผลข้อมูลต่างๆ ที่ถูกนำเข้าผ่านไลน์ได้
หากทำความเข้าใจสมรรถนะของไลน์ในแง่มุมนี้ ตำรวจที่เกี่ยวข้องจะต้องเข้าใจด้วยว่า เนื้อหาสาระที่ได้รายงานหน่วยเหนือไปนั้น จะนำไปใช้ประโยชน์ในการวิเคราะห์ พยากรณ์แนวโน้มของเหตุการณ์ต่างๆ ได้ก็ต่อเมื่อฝ่ายอำนวยการ (หรือหน่วยที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา) ที่รับเรื่องจะต้องเก็บรวบรวมเนื้อหาสาระที่ผู้ปฏิบัติงานส่วนหน้า (สถานีตำรวจ) รายงานมาแล้วเพื่อดำเนินการสังเคราะห์ วิเคราะห์อีกขั้นตอนหนึ่ง มิใช่เพียงแค่ดู และส่งสติกเกอร์ให้กำลังใจ เชียร์ ชื่นชมกลับไปยังผู้ส่งแต่เพียงเท่านั้น !!!
ถ้าหากฝ่ายอำนวยการทั้งระดับสถานีตำรวจ ระดับกองบังคับการ ระดับกองบัญชาการ หรือระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ได้ดำเนินการรวบรวมข้อมูลที่ผู้ปฏิบัติงานรายงานมาเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ผ่านการวิเคราะห์ดังที่กล่าวแล้วนั้น การรายงานก็เพียงเพื่อทราบ...ก็เท่านั้น !!!!!!
การสั่งการจากหน่วยเหนือเพื่อย้อนกลับลงไปก็มิได้มีความแยบยล ลึกซึ้ง หรือคุ้มค่าเพียงพอกับการส่งข้อมูลรายงานขึ้นมาจากระดับผู้ปฏิบัติการในแต่ละพื้นที่แต่ประการใด
เมื่อพิจารณาด้วยเหตุผลเช่นนี้แล้วนั้น เหล่าบรรดาตำรวจที่เข้าใจผิดคิดว่าการรายงานข้อมูลผ่านระบบไลน์ก็น่าจะเพียงพอแล้ว คงจำเป็นต้องมองและพิจารณาใหม่ให้รอบด้านด้วยว่า กระบวนการที่ต่อเนื่องจนสิ้นสุดกระบวนการนั้นเป็นอย่างไร ก่อให้เกิดประโยชน์ และได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าเพียงใด ?
อีกทั้ง “ผู้สั่ง” คงจำเป็นต้องพิจารณาเหตุผลความจำเป็นของการสั่งงานด้วยว่า กระบวนการทำงานใดที่เป็นประโยชน์ คุ้มค่า และส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานตามภารกิจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติมากที่สุด
สิ่งที่จำเป็นต้องพิจารณาเป็นพิเศษในวิถีวัฒนธรรมการทำงานในโลกของตำรวจก็คือ ผู้ปฏิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในแต่ละขั้นตอนของกระบวนการสื่อสารในการทำงานนั้นมีวิธีการปฏิบัติงานอย่างไร
ลองวิเคราะห์ให้ลึกซึ้งถึงกระบวนการทำงานต่างๆ ด้วยการตอบคำถามตลอดกระบวนการว่า ใคร? ทำอะไร? อย่างไร? เพื่อใคร? เพื่ออะไร ? แค่นั้นก็จะได้คำตอบว่า เพราะอะไรงานจำนวนมากและดูเหมือนว่าจะมีความซ้ำซ้อน โดยตำรวจผู้ปฏิบัติงานต้องทำแล้วทำอีก ผู้ที่ต้องการให้รายงานข้อมูลต่างขอมาแล้วขอมาอีกทั้งจากหน่วยเหนือในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานภายนอกสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ขอข้อมูลผ่านสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาอีกทางหนึ่งด้วย ได้ใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่ไพร่พลตำรวจมดงานส่งให้คุ้มค่า มากน้อยเพียงใด?
“ตำรวจส่วนใหญ่ไม่ชอบทำงานเอกสาร ไม่ชอบทำงานด้านข้อมูล และไม่ชอบทำงานที่เกี่ยวข้องกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ” นายตำรวจกล่าวย้ำในประเด็นมิติของงานที่ตำรวจไม่ชอบ เมื่อไม่ชอบก็ไม่อยากทำ ไม่มีแรงจูงใจที่จะทำ และหากถูก “สั่ง” ให้จำต้องทำ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจึงปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนคือ ข้อมูลที่นำเสนอออกมาไม่ใช่ข้อมูลที่มีคุณภาพเพียงพอต่อการใช้เป็นวัตถุดิบที่สำคัญในการตัดสินใจของผู้บริหารงานตำรวจ หรือ ผู้นำตำรวจที่มีวิสัยทัศน์ในการทำงานที่ดี
ข้อมูลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง มีการบิดเบือน และไม่มีการตรวจสอบความถูกต้อง ไม่มีความเที่ยงตรง เชื่อถือไม่ได้ กลายเป็นธรรมเนียมการส่งข้อมูลที่หาแก่นสารไม่ได้ ไร้ประโยชน์ ไร้คุณค่า ทั้งๆ ที่ไพร่พลตำรวจผู้ปฏิบัติงานอยู่ในที่ตั้งส่วนหน้า (สถานีตำรวจ) เป็นกลุ่มบุคคลที่อยู่ใกล้ชิดและสัมผัสกับข้อมูล ข่าวสารมากที่สุด หากแต่ “นาย” ที่ต้องเป็นผู้นำ ผู้ตัดสินใจ กลับไม่มีข้อมูลสารสนเทศดีๆ เป็นวัตถุดิบเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ
นับเป็นกระบวนการทำงานที่จำเป็นต้องคิดวิเคราะห์ ทบทวน เพื่อปรับปรุงพัฒนาอย่างยิ่ง อย่าลืมว่า “แม่ทัพดี จำเป็นต้องมีเสนาธิการที่ดี ฉันใด ผู้นำตำรวจจะมีผลงานที่ดี ก็จำเป็นต้องมีฝ่ายอำนวยการที่ดี ฉันนั้น”
หากฝ่ายอำนวยการมิได้ทำหน้าที่ประหนึ่งเสนาธิการ หากเป็นได้แค่เพียงเสมียนที่นายก็ไม่สามารถแตะต้องได้ด้วย ซึ่งอาจเป็นเพราะฝ่ายอำนวยการเป็นหน่วยงานที่ไม่มีใครอยากจะอยู่ส่งผลให้ตัวเลือกมีน้อย ? ประสิทธิภาพของงานในโลกของตำรวจก็คงจะเป็นไปได้เพียงแค่เท่าที่ปรากฏแก่สายตาของผู้คนในสังคมแล้วเท่านั้น
การวิเคราะห์งานเพื่อนำมาปรับปรุงพัฒนาน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่อาจทำได้ เพราะหากคิดถึงขั้นปฏิรูปตำรวจน่าจะเป็นฝันที่ไกลเกินจริง !!!!!!!!!!



