
นายกฯในดวงใจ
นายกฯในดวงใจ : ขยายปมร้อน โดยศรายุทธ สายคำมี
กลายเป็นความท้าทายของพรรคการเมืองขนาดกลาง ขนาดเล็ก ขึ้นมาทันที เมื่อ ไพบูลย์ นิติตะวัน ว่าที่หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป ที่ประกาศจะไม่เสนอชื่อบุคคลขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ บัญญัติให้พรรคการเมืองเสนอชื่อบุคคลที่จะเสนอให้เป็นนายกรัฐมนตรี
มาตรา 88 ของว่าที่รัฐธรรมนูญใหม่ฉบับนี้ ให้พรรคการเมืองส่งชื่อว่าที่นายกรัฐมนตรีไม่เกิน 3 รายชื่อ ให้ กกต.ก่อนปิดการรับสมัครรับเลือกตั้ง แล้วให้ กกต.ประกาศให้ประชาชนทราบ
ประเด็นของไพบูลย์ คือ พรรคประชาชนปฏิรูป จะไม่เสนอรายชื่อว่าที่นายกรัฐมนตรีที่ว่านั้น แต่เชื่อว่า พรรคใหญ่ อย่าง ประชาธิปัตย์-เพื่อไทย จะเสนอ
ปัญหาก็คือ พรรคการเมืองที่เหลือ ไม่ว่าจะเป็น พรรคชาติไทยพัฒนา รวมทั้ง พรรคภูมิใจไทย จะเสนอหรือไม่ เพราะหากว่ากันตามหลักคณิตศาสตร์แล้ว พรรคเหล่านี้ต่อให้รวมกันได้ ก็ยากที่จะมีเสียงเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา
เว้นแต่ว่า ปาฏิหาริย์มีจริง!
แล้วต้องไม่ลืมว่า “รัฐสภา” ที่ว่านั้น รวมไปถึง “วุฒิสภา” อีก 250 เสียง ตามฉันทานุมัติของประชาชนที่ไปโหวตรับคำถามพ่วงให้วุฒิสภาร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีนั้นด้วย
เมื่อ ส.ส.มี 500 คน และด้วยการกาบัตรเลือกตั้งใหม่ การกำหนดสัดส่วน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ก็ยิ่งทำให้พรรคใหญ่ทั้งสองหากไม่จับมือกันแล้ว ก็ยากที่จะเอาชนะเป็นเสียงข้างมากได้
หรือต่อให้จับมือกันก็ยังไม่รู้ว่าเกินกึ่งหนึ่งของจำนวน 750 เสียได้หรือไม่
อาจจะเป็นประเด็นนี้ที่ทำให้ ไพบูลย์ ดูจะมั่นอกมั่นใจว่า เอาเข้าจริงแล้ว พรรคขนาดกลาง พรรคขนาดเล็ก ไม่น่าจะโชว์ชื่อ “ว่าที่นายกรัฐมนตรี” ของตนเอง ให้กลายเป็นประเด็นคำถามต่อพรรคเข้าไปอีก
การชิงรุกเปิดแนวทางการเสนอชื่อว่าที่นายกรัฐมนตรีภายหลังการเลือกในสภา จึงเป็นอีกยุทธศาสตร์หนึ่งที่ ไพบูลย์ คงจะเชื่อมั่นว่า ยังไงเสียพรรคที่เหลือต้องเลือกเล่นเกมนี้
และถ้ามาตามนี้ ก็ต้องเข้าสู่รัฐธรรมนูญมาตรา 272 เพราะลงมริร่วมกันแล้ว ไม่มีใครได้เสียงข้างมาก สมาชิกรัฐสภาไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งเข้าชื่อเสนอต่อประธานรัฐสภา ขอให้รัฐสภามีมติยกเว้นเพื่อไม่ต้องเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีจากผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตาม มาตรา 88
ในกรณีเช่นนั้น ให้ประธานรัฐสภาจัดให้มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาโดยพลัน และในกรณีที่รัฐสภามีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาให้ยกเว้นได้ ให้สภาผู้แทนราษฎรดำเนินการตาม มาตรา 159 ต่อไป โดยจะเสนอชื่อผู้อยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา 88 หรือไม่ก็ได้
ชื่อของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ก็เป็นชื่อเดียวในดวงใจที่ ไพบูลย์ ยืนยันจะเสนอขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีหลังการเลือกตั้ง
และนี่ก็คือช่องทางที่ไพบูลย์มั่นใจว่า เป็นไปได้และถูกต้อง รวมทั้งได้รับการยอมรับ ที่สำคัญสามารถบอกทุกคนได้ว่า ไม่ได้เอาชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ไปหาเสียง
หากอยากจะรู้ว่า ใครจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีหลังการเลือกตั้งครั้งนี้ คงไม่ต้องไปดูรายชื่อจากพรรคประชาธิปัตย์ กับพรรคเพื่อไทย พรรคขนาดกลาง ขนาดเล็กนั่นต่างหาก ที่ต้องติดตามดูว่า จะมีชื่อนายกฯ ในดวงใจเหมือนกับพรรคประชาชนปฏิรูปหรือไม่



