คอลัมนิสต์

เรื่องเศร้า เช้าวันแม่

เรื่องเศร้า เช้าวันแม่

15 ส.ค. 2559

เรื่องเศร้า เช้าวันแม่ : โดยวิธีของเราเอง  โดยไพฑูรย์ ธัญญา

            นี่เป็นอีกครั้งหนึ่งที่พี่น้องประชาชนชาวภาคใต้ต้องพากันอกสั่นขวัญแขวน ดำเนินชีวิตด้วยความประหวั่นพรั่นพรึง ข่าวการระเบิดและลอบวางเพลิงที่เกิดขึ้นที่นั่นที่นี่ ตั้งแต่วันที่ 10–12 สิงหาคม ที่ผ่านมา มันเป็นสถานการณ์ที่เลวร้าย เมื่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ตกเป็นเหยื่อการก่อความไม่สงบ ต้องพลอยสังเวยชีวิตและได้รับบาดเจ็บทั้งที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ไม่ว่าผู้ก่อการจะมุ่งประสงค์ใดก็ตาม แต่นี่คือการกระทำที่ไม่มีใครยอมรับได้ ด้วยมันโหดเหี้ยม ไร้มนุษยธรรมสิ้นดี

            จากการสรุปภาพรวมความเสียหายของสถานการณ์ความรุนแรงในภาคใต้ในช่วง 3 วันที่ผ่าน พบว่ามีพื้นที่ที่ตกเป็นเป้าของการทำลายล้างถึง 7 จังหวัด คือ ตรัง ภูเก็ต กระบี่ พังงา ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช ซึ่งไม่เคยปรากฏเหตุการณ์ทำนองนี้มาก่อน นักวิเคราะห์สถานการณ์ต่างก็มองเหตุร้ายที่เกิดขึ้นแตกต่างกันออกไป บางคนเห็นว่าเป็นการกระทำที่อาจเชื่อมโยงกับกระบวนการก่อความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ บางความเห็นบอกว่า นี่คือการสร้างสถานการณ์ป่วนเมืองของกลุ่มอำนาจทางการเมืองฝ่ายที่สูญเสียประโยชน์ ด้วยการพยายามชี้ให้เห็นว่า เหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นหลังการจัดทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ในขณะที่ทางฝ่ายตำรวจให้น้ำหนักไปที่การก่อวินาศกรรมมากกว่าการก่อการร้าย แต่ก็ไม่ได้ให้รายละเอียดมากไปกว่านี้ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะยังไม่ได้ข้อมูลหรือหลักฐานที่แน่ชัด หรือเป็นเพราะเหตุผลของความมั่นคง ประชาชนอย่างเราก็ไม่อาจรู้ได้ จึงช่วยไม่ได้ที่หลายคนออกมาตั้งคำถามถึง “การข่าว” ของฝ่ายรัฐบาลว่า มันยังทำงานอยู่หรือไม่ เพราะถ้ามันเวิร์กจริง ทำไมจึงปล่อยให้มีเหตุการณ์ป่วนเมืองครั้งนี้เกิดขึ้นในหลายพื้นที่เช่นนี้ ที่สำคัญมันส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของชาวบ้านผู้บริสุทธิ์และนักท่องเที่ยวต่างชาติ ล่าสุดหลายประเทศพากันออกประกาศเตือนคนของตนเองว่าให้ระวังสถานการณ์ลอบวางระเบิดในประเทศไทย ซึ่งถ้ายังคงมีต่อเนื่อง จะทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยวอย่างแน่นอน

            ถึงแม้จะไม่อาจระบุได้ว่า การก่อความรุนแรงนี้เป็นฝีมือใคร แต่เราก็เห็นกันอยู่ชัดแจ้งอย่างหนึ่งว่า มันเป็นการกระทำที่มุ่งประสงค์ต่อชีวิตและทรัพย์สิน และสร้างความปั่นป่วนในวงกว้าง เพราะผู้ก่อการเลือกทำในสถานที่อันเป็นแหล่งชุมนุมของผู้คน ไม่ว่าจะเป็นที่สาธารณะ ย่านการท่องเที่ยวและย่านการค้า แถมปฏิบัติการแบบต่อเนื่องเหมือนดอกไม้บาน มันยิ่งส่งผลสะเทือนต่อความรู้สึกของประชาชนเป็นอย่างมาก ที่สำคัญเลือกกระทำในช่วงวันสำคัญอย่าง “วันแม่” ซึ่งเป็นวันสำคัญที่เปราะบางและอ่อนไหวต่อความรู้สึกเป็นอย่างยิ่ง

            ขอประณามผู้ที่อยู่เบื้องหลังและบงการให้เกิดเหตุร้ายในครั้งนี้ นี่คือการกระทำที่ขี้ขลาด ตาขาว และไร้ศักดิ์ศรี การแอบซุ่มโจมตีประชาชนผู้บริสุทธิ์ และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น เท่ากับว่าเป็นการจงใจสร้างความปั่นป่วนให้เกิดขึ้น โดยปราศจากมนุษยธรรม นี่คือการท้าทายอำนาจรัฐครั้งร้ายแรง สมควรที่ทางฝ่ายเจ้าหน้าที่จะต้องรีบหาเบาะแสและหลักฐานพยานต่างๆ เพื่อรวบตัวคนร้ายให้เร็วที่สุด ผมคิดว่าคนไทยหลายคนยังมีความหวังว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐคงสามารถคลี่คลายสถานการณ์นี้ได้โดยเร็วที่สุด ในขณะเดียวกันเราก็ไม่ควรด่วนสรุป หรือแสดงความเห็นแบบเหมารวมว่าใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการก่อวินาศกรรมในครั้งนี้ เพราะเรื่องราวเช่นนี้ มันสลับซับซ้อนเกินกว่าที่คนทั่วไปจะเข้าใจได้

            ในขณะที่คนไทยทั่วประเทศกำลังเฉลิมฉลองวันแม่แห่งชาติ วันแห่งความสิริมงคลของพสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศ ที่ได้ร่วมใจถวายพระพรสมเด็จพระราชินีในฐานะ “แม่ของแผ่นดิน” วันที่ลูกๆ ทุกคน พากันกลับบ้านไปหาแม่ เพื่อแสดงความรักและความกตัญญูต่อแม่ผู้บังเกิดเกล้า แต่แม่บางคนต้องล้มลงด้วยแรงระเบิดของคนขลาด กรณีของนางจงกลนี พุ่มกระจ่าง แม่คนหนึ่ง ที่ จ.สุราษฎร์ธานี ที่ตื่นมาปลุกลูกหญิงชายให้ออกมาปิดประตูบ้าน เพราะตนเองต้องออกไปทำบุญตักบาตร แทนที่ลูกทั้งสองจะได้ไปกินข้าวกับแม่ในวันแม่ตามที่ได้นัดหมายเอาไว้ กลับพบข่าวร้ายว่า แม่ถูกระเบิดเสียชีวิตไปเสียแล้ว

            จะมีอะไรอีกที่จะเศร้าและสะเทือนใจกว่าเรื่องนี้อีก?