
อาณัติที่ได้ทำให้ฮึกเหิม
อาณัติที่ได้ทำให้ฮึกเหิม : มองมุมยุทธศาสตร์ โดยเรือรบ เมืองมั่น
การบริหารประเทศในยุคปัจจุบันต่างจากอดีตอย่างหนึ่งคือ ในเรื่องสำคัญๆ ผู้บริหารประเทศมักต้องการความมั่นใจจากประชาชนว่า นโยบายที่เขากำลังจะทำนั้น เป็นสิ่งที่เขาทำได้ ทำสำเร็จ ได้รับการต่อต้านน้อย ทั้งที่ในความเป็นจริงผู้นำคนนั้นอาจมีอำนาจตามกฎหมายให้ทำอะไรก็ได้ แต่ความชอบธรรมยังเป็นสิ่งสำคัญ อาณัติของประชาชนที่ได้มาจะเป็นเหมือนตราประทับลงในใจว่า เขามีสิทธิ์ทำและต้องทำ รัฐบาลล่าสุดที่ดูเหมือนกำลังได้กำลังใจแบบนี้คือ รัฐบาลนายชินโซ อาเบะของญี่ปุ่น
เมื่อเดือนที่แล้ว ที่ญี่ปุ่นมีเลือกตั้ง ส.ว. ปรากฏว่าพรรครัฐบาลกับพรรคร่วมชิงเสียงของพรรคฝ่ายค้านมาได้ 11 ที่ ทำให้ที่นั่งโดดเข้าไปมากกว่า 60% ของสภาสูง จากเดิมที่ก็เกินครึ่งอยู่แล้ว เมื่อทราบคะแนนนิยมแบบนี้รัฐบาลก็ชื่นใจและทำอะไรๆ ออกในแนวขวามากขึ้น หลังจากผลเลือกตั้งออกมา ไม่ว่าจะเป็นการออกสมุดปกขาววิจารณ์จีนกับเกาหลีเหนือเต็มเหนี่ยว ประกาศเตรียมพร้อมยิงขีปนาวุธที่เกาหลีเหนือจะยิงออกมา และที่สำคัญคือแต่งตั้ง รมว.กลาโหมคนใหม่ที่สวยแต่ดุ ออกแนวขวาจัด ไม่ประนีประนอมกับเรื่องผิดบาปในอดีตของกองทัพลูกพระอาทิตย์ในสงครามมหาเอเชียบูรพา ก็คือเธอโต้ทุกเม็ดที่ทหารญี่ปุ่นโดนจีนกับเกาหลีฟ้อง เมื่อมาคุมกลาโหมอย่างนี้ ดีกรีพร้อมรบของทหารญี่ปุ่นน่าจะสูงขึ้นมาก
การที่ชาวบ้านเทคะแนนการเลือกตั้งไปยังพรรครัฐบาลแนวขวาก็น่าจะเป็นผลสืบเนื่องมาจากการกระทำของจีนและเกาหลีเหนือเองด้วย ในห้วงเวลาที่ผ่านมาที่จีนแสดงความแข็งกร้าวทางทหารมากขึ้นนั้น ไม่ใช่ขยายการครอบครองทะเลจีนใต้อย่างเป็นรูปธรรมอย่างเดียว จีนส่งเรือเข้ายั่วยุใกล้เกาะเซนซากุ/เตียวหยูที่ทั้งสองชาติพิพาทกันในทะเลจีนตะวันออกด้วย ยิ่งจีนประกาศไม่รับกฎหมายระหว่างประเทศเรื่องทะเลจีนใต้ตามที่ฟิลิปปินส์ยื่นฟ้อง ยิ่งทำให้คนญี่ปุ่นกังวลกันใหญ่ (ตอนนั้นใกล้วันตัดสิน) เกาหลีเหนือก็ทดสอบขีปนาวุธบ่อยเหลือเกิน ลูกล่าสุดเมื่อต้นเดือนนี้เอง และล้ำเข้ามาในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของญี่ปุ่นเสียด้วย คนญี่ปุ่นเลยยิ่งชมชอบพรรคที่มีนโยบายไม่กลัวจีนกับเกาหลีเหนือ ส่วนพรรคฝ่ายค้านที่กอดตำรารักสันติภาพไว้แน่นก็คะแนนลดฮวบ
แม้ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 9 ที่จะให้ญี่ปุ่นบุกตีข้าศึกก่อนหรืออะไรทำนองนี้ คงไม่ใช่เรื่องง่ายและคาดว่าคงไม่สำเร็จในเวลาอันใกล้ แต่การที่รัฐบาลของอาเบะฮึกเหิมมากขึ้นและมีรัฐมนตรีอย่างนางโทโมมิ อินาดะก็คงทำให้ญี่ปุ่นออกมาต่อปากกับจีนมากขึ้น เผลอๆ อาจเกิดแอ็กซิเดนท์ในทะเลจีนตะวันออก ขณะที่เกาหลีเหนือจะโดนญี่ปุ่นสอยขีปนาวุธหรือไม่นั้น ก็ต้องดูมุมทดสอบที่คิม จอง อึน จะเล่นต่อไปด้วย ซึ่งมีแนวโน้มว่าอาจเกิดขึ้นได้ เพราะญี่ปุ่นเกรงโสมแดงน้อยกว่ามังกร บางทีการหยามเชิงรัฐบาลเปียงยางอาจทำให้รัฐบาลปักกิ่งต้องทบทวนท่าทีต่อญี่ปุ่นเสียใหม่ก็เป็นได้ ถึงที่กล่าวมานี้จะไม่เกิดขึ้น แต่ก็เชื่อแน่ว่าญี่ปุ่นจะแสดงอะไรขวาๆ ออกมาให้ดูอีกในเวลาอันใกล้ บางทีอาจจะพันเข้ากับอาเซียนด้วย



