รวดเร็ว...และต้องแม่นยำ
รวดเร็ว...และต้องแม่นยำ : บทบรรณาธิการประจำวันที่15 ส.ค.2559
รัฐบาลต้องพบกับบททดสอบอันหนักหน่วงอีกครั้งหนึ่ง หลังเกิดสถานการณ์ความรุนแรงในบางพื้นที่ของ จ.ตรัง สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต พังงา ประจวบคีรีขันธ์ กระบี่ และนครศรีธรรมราช ตั้งแต่วันที่ 11 และ 12 สิงหาคม ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทั้งของคนไทยและชาวต่างชาติทำให้มีผู้บริสุทธิ์เสียชีวิต 4 คนและบาดเจ็บ 35 คน ถือเป็นการกระทำที่เลวทรามต่ำช้าและต้องประณามกลุ่มคนที่คิดร้ายต่อบ้านเมือง ยิ่งมากระทำในช่วงที่คนไทยร่วมเฉลิมฉลองในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งเป็นวันหยุดยาวผู้คนเดินทางไปพักผ่อนกันและมีผู้โชคร้ายต้องมาเผชิญกับเหตุที่ไม่คาดคิด นำมาซึ่งความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินในครั้งนี้ นับเป็นการกระทำที่ทำร้ายจิตใจคนไทยทั้งประเทศอย่างที่สุด
แม้ระหว่างนี้ยังไม่ชัดเจนว่าใครหรือกลุ่มใดเป็นคนลงมือวางระเบิดและวางเพลิง แต่เหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นก็มิได้เกินความคาดหมาย โดยสัญญาณเริ่มจากมีการสร้างสถานการณ์ตั้งแต่ก่อนวันลงประชามติ มีการจับกุมผู้ต้องสงสัยไปสอบสวน ไล่มาจนถึงหลังรู้ผลประชามติก็เกิดเหตุความรุนแรงขึ้นโดยเลือกวันมหาปีติของปวงชนชาวไทย โดยลงมือไล่เลี่ยในจังหวัดที่ไม่เพียงเป็นแหล่งท่องเที่ยวเท่านั้น ยังมีการตีความไปถึงพื้นที่ที่มีการออกเสียงประชามติมากที่สุดอีกด้วย กระนั้นก็ดีไม่ว่าเป้าหมายจะเป็นใคร กลุ่มใด จะเกี่ยวข้องกับการเมืองหรือไม่ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการท้าทายอำนาจรัฐ ท้าทายกลไกการทำหน้าที่ดูแลความสงบของบ้านเมือง รวมทั้งชีวิตและทรัพย์สินของคนในชาติ ที่สำคัญยังทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาล และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ทั้งในสายตาคนไทยและต่างประเทศด้วย
ดูจากแนวทางการสืบสวนสอบสวนของทางราชการ พอจะจับทางได้ว่า ภาครัฐเองก็รู้ถึงการเคลื่อนไหวของคนกลุ่มนี้และมีการจับตาความเคลื่อนไหวอยู่แล้ว หลังเกิดเหตุได้มีการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยหลายคนนำตัวมาสอบสวนเพื่อสาวให้ถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ซึ่งข้อมูลข้อเท็จจริงที่ไร้การเติมแต่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่สังคมเองก็อยากรู้ว่าใครชักใยคนในชาติให้เข่นฆ่ากันเอง อย่าไปพุ่งเป้าหรือตั้งธงแต่ว่าเป็นเรื่องการเมืองโดยกลุ่มอำนาจเก่า อาจเป็นกลุ่มใหม่ที่สบช่องอาศัยช่วงเวลาประจวบเหมาะผสมโรงก็ได้ แต่ลักษณะการทำเป็นเครือข่ายไม่ใช่ส่วนตัวแน่นอน มีความเชื่อมโยงกันระหว่างของกลาง โทรศัพท์มือถือที่ใช้จุดระเบิดเหมือนกัน บางจุดเป็นระเบิดแรงดันสูง อาจจะเป็นซีโฟร์ด้วยซ้ำ หลักฐานต่างๆ เหล่านี้อาจโยงไปหาคนอีกกลุ่มหนึ่ง หรืออาจจะเป็นกลุ่มนอกแถวที่รับจ๊อบก่อกวนนี้ก็ได้
เหตุระเบิดอย่างต่อเนื่องเพื่อมุ่งโจมตีแหล่งท่องเที่ยวในภาคใต้ของไทยถือเป็นการใช้ความรุนแรงที่เลวร้าย การโจมตีโดยไม่เลือกเป้าหมายและกระทำด้วยความจงใจเช่นนี้ถือเป็นการไม่คำนึงถึงสิทธิขั้นพื้นฐานที่จะมีชีวิต ไม่คำนึงถึงสิทธิมนุษยชนอย่างยิ่ง เหล่านี้จะเป็นเครื่องย้ำเตือนจิตใจของคนไทยว่ายังมีคนเลวอยู่ร่วมในสังคม จึงเป็นหน้าที่ของทุกคนที่ต้องร่วมใจกันขจัดคนพวกนี้โดยไม่ตอกลิ่มให้ความขัดแย้งขยายวงออกไป ขณะที่ความสงสัยต่างๆ ของสังคมเป็นหน้าที่ของรัฐบาลควรต้องสอบสวนอย่างเต็มที่ และนำตัวผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม สร้างความเชื่อมั่นให้เกิดความอุ่นใจขึ้นกับคนในชาติ รวมถึงเดินหน้าสร้างประชาธิปไตยตามโรดแม็พที่ได้วางไว้



