คอลัมนิสต์

วินาศกรรม 7จว.จุดชนวนขัดแย้งรอบใหม่!?

วินาศกรรม 7จว.จุดชนวนขัดแย้งรอบใหม่!?

13 ส.ค. 2559

ห้วงเวลา วินาศกรรม ถูกนำมาวิเคราะห์หาชนวนเหตุ ทั้งเรื่องวันสำคัญของชาติ เพิ่งผ่านวันคล้ายวันเกิดคีย์แมนรัฐบาล-ประชามติ และกำลังจะครบรอบ 1 ปี ระเบิดราชประสงค์


               ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปีที่เมืองสงบเงียบอย่าง จ.ตรัง บ้านเกิดของนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี จะเกิดเหตุระเบิดกลางใจเมืองจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ซึ่งหลังเกิดเหตุมีการระบุถึงสาเหตุของระเบิดน่าจะมาจากปมความขัดแย้งของขั้วการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่ที่นับวันจะยิ่งเพิ่มอุณหภูมิขึ้นเรื่อยๆ

               แต่ข้อสันนิษฐานนี้หมดน้ำหนักลงจะแทบทันทีเมื่อเกิดเหตุลอบวางระเบิดขึ้นที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมืองที่ได้ชื่อว่ามีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีที่สุดของประเทศไทย ต่อเนื่องกับการเกิดเหตุร้ายทั้งลอบวางระเบิดและลอบวางเพลิงในหลายจังหวัดของพื้นที่ภาคใต้

               เหตุแรกเกิดขึ้นเวลา 15.00 น. วันที่ 11 สิงหาคม 2559 เกิดระเบิดขึ้นที่ที่พักริมทางตลาดเซ็นเตอร์พอยท์ ซึ่งบริเวณนั้นถูกจัดให้เป็นถนนคนเดิน ของ ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง มีผู้บาดเจ็บทั้งหมด 6 ราย ทั้งชายและหญิง เสียชีวิต 1 ราย

               ห่างกันประมาณ 7 ชั่วโมงเศษ เกิดระเบิดขึ้น 2 จุด จากที่คนร้ายวางไว้ 3 จุด ในละแวกย่านร้านบาร์เบียร์ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บกว่า 10 ราย ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ

 

วินาศกรรม 7จว.จุดชนวนขัดแย้งรอบใหม่!?

 

               ต่อมาเวลาประมาณ 03.15 น. วันที่ 12 สิงหาคม เกิดเหตุร้ายขึ้นที่หาดอ่าวนาง จ.กระบี่ สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ จนหน่วยงานท้องถิ่นต้องประกาศยกเลิกตลาดคนเดินในช่วงวันหยุดยาวสุดสัปดาห์ทันทีเพื่อความปลอดภัย

               ห่างกัน 15 นาที เกิดเหตุร้ายขึ้นอีกครั้งใน อ.เมือง จ.ตรัง โดยเพลิงไหม้ห้างลีมาร์ค โดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด ก่อนจะเกิดเหตุระเบิดขึ้นหลังเวลาเคารพธงชาติ เวลาประมาณ 08.00 น. ที่หน้าสถานีตำรวจน้ำ กลางเมืองสุราษฎร์ธานี มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย เสียชีวิตที่โรงพยาบาล 1 ราย และที่หน้า สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยก่อนหน้านั้นไม่นานเกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารพาณิชย์บริเวณถนนกาญจนวิถี ต.บางกุ้ง อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี

               เวลา 08.50 น. วันเดียวกัน เกิดเหตุระเบิด 2 จุด ที่สวนสาธารณะปลาโลมา เขตเทศบาลจังหวัดภูเก็ต ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จุดที่ 2 ที่หน้าป้อมตำรวจ ถนนทวีวงศ์ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย และก่อนหน้านั้น 2 วัน ใน ต.ป่าตอง พบวัตถุต้องสงสัยตรวจสอบพบระเบิด 2 จุด คือ แผงลอยขายเสื้อผ้า บริเวณตลาดพาราไดซ์และร้านขายเสื้อผ้าตลาดไชน่าทาวน์ ทั้ง 2 จุด เป็นวัตถุระเบิดแรงต่ำ จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือแบบตั้งเวลา และจุดระเบิดให้เกิดไฟเผาไหม้กับแอลกอฮอล์แห้ง ที่บรรจุอยู่ในเคสเครื่องสำรองไฟ โชคดีที่สามารถเก็บกู้ได้ก่อนจะเกิดเหตุร้าย

               เช้ามืดวันเดียวกัน เกิดเพลิงลุกไหม้ที่ห้างสรรพสินค้าเทสโก้ โลตัส ในตัวเมือง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าน่าจะเป็นการวางเพลิง จากนั้น ไม่นานเกิดเหตุระเบิดซ้ำใน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่บริเวณหอนาฬิกา หลังพิธีตักบาตรพระช่วงเช้า ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย และที่หน้าโรงเรียน อ.หัวหิน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

 

วินาศกรรม 7จว.จุดชนวนขัดแย้งรอบใหม่!?

 

               และในเวลาเดียวกัน เกิดเหตุระเบิดที่ตลาดนัดบางเนียง อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา จำนวน 2 จุด รวม 3 ครั้ง ทั้งที่ก่อนหน้านั้นไม่กี่ชั่วโมงเพิ่งเกิดเพลิงไหม้ตลาดนัดบางเนียงเสียหายอย่างหนัก ทั้ง 9 เหตุการณ์ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 35 ราย เสียชีวิต 4 ราย ท่ามกลางการข่าวที่มีการแจ้งเตือนให้ทุกพื้นที่เฝ้าระวังเหตุร้าย โดยเฉพาะใน 10 จังหวัดภาคใต้ ซึ่งถูกระบุว่าเป็นพื้นที่เป้าหมายการก่อเหตุรุนแรง

               ทีมโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวโดย พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษก สตช. ยืนยันว่า เหตุที่เกิดขึ้นไม่ใช่การก่อการร้าย แต่เป็นการก่อ วินาศกรรม เฉพาะจุด ยืนยันไทยไม่มีความขัดแย้งเกี่ยวกับเชื้อชาติ ศาสนา ดินแดน ชนกลุ่มน้อย หรือกลุ่มไอซิส และไม่เชื่อมโยงกับสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่เหตุดังกล่าวเป็นความขัดแย้งภายในประเทศ และเป็นการสร้างสถานการณ์ก่อกวน ซึ่งยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเหตุที่เกิดขึ้นเกี่ยวเนื่องกับการออกเสียงประชามติ ที่เสร็จสิ้นไปเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ที่ผ่านมา หรือไม่ และยังยืนยันว่าเหตุร้ายครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์เมื่อปี 2558

               “จากการข่าวก่อนหน้านี้ ไม่มีรายงานการก่อเหตุในประเทศไทย หลังเกิดเหตุรุนแรงในหลายประเทศ แต่ได้เฝ้าระวังเหตุตลอดเวลา ซึ่ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับให้ทุกหน่วยเพิ่มความเข้มงวดตรวจตราสถานที่สำคัญทางราชการ, เอกชน, สถานที่เชิงสัญลักษณ์, โดยเฉพาะสถานีขนส่งทางบก รถไฟ รถไฟฟ้า ท่าอากาศยาน สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร สถานบริการที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก แหล่งชุมชน ตลาดนัด ถนนคนเดิน และสถานที่สำคัญอื่นๆ โดยให้ตั้งจุดตรวจจุดสกัด พร้อมจัดกำลังตรวจค้นบุคคล ยานพาหนะ วัตถุต้องสงสัย และสิ่งผิดกฎหมาย พร้อมประสานหน่วยงานปกครองเครือข่ายอาสาสมัครภาคประชาชน และฝ่ายรักษาความปลอดภัยสถานที่สำคัญต่างๆ เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย จดจำตำหนิรูปพรรณบุคคล ยานพาหนะ และวัตถุต้องสงสัย รวมถึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน วางระบบแจ้งเหตุฉุกเฉิน ประสานโรงพยาบาล และมูลนิธิกู้ภัย ทุกแห่งให้พร้อมสนับสนุนการปฏิบัติงานเมื่อเกิดเหตุ” รองโฆษก สตช. ให้ข้อมูล

               ข้อมูลนี้ค่อนข้างสอดคล้องกับ นายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง ที่บอกว่า เหตุที่เกิดขึ้นเชื่อว่าเป็นคนจากในประเทศไม่ใช่นอกประเทศ แต่อาจจะเป็นทีมใหม่ เพราะพบมีความเคลื่อนไหวคึกคักมาตั้งแต่ก่อนวันที่ 7 สิงหาคม ขณะที่ทีมเก่าถูกเฝ้าระวังเพราะรู้ว่าตั้งใจป่วนมานานแล้ว

 

วินาศกรรม 7จว.จุดชนวนขัดแย้งรอบใหม่!?

 

               ฟังดูน้ำหนักของที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคงจะมุ่งไปทางกลุ่มที่เสียผลประโยชน์ทางการเมืองกลุ่มเดิมๆ แต่สิ่งหนึ่งที่น่าตั้งข้อสังเกตคือ เหตุระเบิดขึ้นต่อเนื่องหลายครั้งใน อ.หัวหิน ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นพื้นที่ที่หนึ่งที่มีการวางกำลังรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา กลุ่มผู้เสียผลประโยชน์ทางการเมืองกลุ่มเดิมๆ จะมีศักยภาพเพียงพอในการก่อเหตุได้หรือไม่

               ขณะที่ระเบิดที่คนร้ายใช้ก่อเหตุหลายจุดน่าจะมีความเชื่อมโยงกันหรือไม่ เพราะระเบิดทุกจุดเป็นชนิดแสวงเครื่อง จุดระเบิดด้วยการตั้งเวลาจากโทรศัพท์มือถือ ส่วนสะเก็ดระเบิดใช้บอลแบริ่ง (ลูกเหล็ก) ซึ่งสะเก็ดระเบิดชนิดนี้เคยมีใช้งานแล้วที่แยกราชประสงค์ ขณะที่ดินระเบิดยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

               ทั้งนี้มีการสันนิษฐานในเบื้องต้นว่า เหตุที่เกิดขึ้นน่าจะเกิดจากการสั่งการของคนกลุ่มเดียวกัน โดยเรื่องทางการเมืองมีน้ำหนักมากที่สุด ส่วนจะเป็นฝีมือของกลุ่มใดนั้นน่าตั้งข้อสังเกต รองลงมาคือการก่อการร้ายแต่ไม่น่าจะเป็นการขยายพื้นที่ของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบเดิมในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้

               แต่ห้วงเวลาที่คนร้ายเลือกในการก่อเหตุกำลังถูกนำมาเป็นส่วนหนึ่งในการวิเคราะห์หาชนวนเหตุทั้งเรื่องวันสำคัญของชาติ และเพิ่งผ่านพ้นวันคล้ายวันเกิด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ คีย์แมนด้านความมั่นคงคนสำคัญของรัฐบาลชุดนี้ การผ่านพ้นวันลงประชามติมาไม่นานอาจเชื่อมโยงไปทางประเด็นการเมือง ที่สำคัญวันที่ 17 สิงหาคมนี้ จะครบรอบ 1 ปี เหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ ชนวนเหตุในครั้งนั้นยังเป็นข้อกังขา โดยก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวมาเสมอว่าขบวนการไอเอสที่ประกาศทำสงครามกับมาเลเซียและอินโดนีเซียมีความเคลื่อนไหวอยู่ทางใต้ของไทยด้วย แต่ที่ผ่านมาหน่วยงานความมั่นคงของไทยปฏิเสธข่าวนี้มาโดยตลอด

 

 

 

------------------------

(เรื่องเล่าข่าวดัง : วินาศกรรม 7 จว.ตาย 4 เจ็บอื้อ จุดชนวนขัดแย้งรอบใหม่)