
คสช.ผ่าปมวินาศกรรม "บึ้ม-วางเพลิงใต้"
เหตุใด ผู้ก่อการ จึงเลือกวันสำคัญของชาติ เป็นวันก่อเหตุ และวางระเบิดในพื้นที่เชิงสัญลักษณ์
ถือเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดและคาดฝันมาก่อนว่า จะเกิดเหตุระเบิดและเพลิงไหม้ ในพื้นที่ภาคใต้หลายจังหวัด ในช่วง 3 วันที่ผ่านมา
ประเด็นน่าสนใจอยู่ที่ว่า ทำไมผู้ก่อการ จึงเลือกวันสำคัญของชาติ เป็นวันก่อเหตุ และมีการวางระเบิดในพื้นที่เชิงสัญลักษณ์ โดยเฉพาะที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
เหตุการณ์ทั้งหมด "ไพร์มไทม์" ได้รับการยืนยันจาก ฝ่ายความมั่นคงของ คสช.ที่ให้น้ำหนักปัจจัยทางการเมืองภายในประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของ พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ที่เชื่อว่าเป็นการดิสเครติดรัฐบาลมากกว่าประเด็นการก่อวินาศกรรม
"เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งการลอบวางระเบิดในพื้นที่เชิงสัญลักษณ์ ที่อำเภอหัวหิน หรือเลือกทำในวันสำคัญของชาติ และเลือกจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่เกี่ยวโยงกับการเมืองเป็นเป้าหมาย ทุกเหตุการณ์ถูกเชื่อมโยง โดยฝีมือของกลุ่มการเมืองภายในประเทศ"
นี่เป็นบทสรุป ที่ผ่านการประเมินจากฝ่ายความมั่นคงของ คสช.ที่รายงานให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่ากระทรวงกลาโหม รับทราบ หลังจากที่ในช่วงเช้าวันนี้ พล.อ.ประวิตร ได้เรียกประชุมฝ่ายความมั่นคงของทุกหน่วยราชการ เพื่อประเมินสถานการณ์
มีข้อมูลว่า เหตุการณ์ลอบวางระเบิดและวางเพลิงครั้งนี้ น่าจะมีการสั่งการจากคนๆ เดียว หรือกลุ่มเดียว โดยให้น้ำหนักในประเด็นการเมืองมากที่สุด เพราะหากเป็นเรื่องก่อการร้าย วินาศกรรม หรือกลุ่มก่อความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ขยายพื้นที่ปฏิบัติการ จะมีความเสียหายและมีผู้เสียชีวิต มากกว่านี้
โดยหลักฐานชิ้นสำคัญ ที่ชุด "อีโอดี" หรือหน่วยกู้ระเบิด พบวัตถุระเบิดที่คนร้ายใช้ เป็นชนิดเดียวกัน คือ ใช้มือถือจุดระเบิด และใช้ "บอล แบริ่ง" เป็นสะเก็ด ซึ่งทำให้อำนาจในการสร้างความเสียหายน้อย เป้าหมายของกลุ่มผู้ก่อการ มุ่งหวังที่สร้างความวุ่นวายมากกว่า
การวางแผนสร้างความวุ่นวายในรูปแบบนี้ มีการเปรียบเทียบ เหมือนเหตุการณ์ที่เกิดในช่วงหลังการรัฐประหาร ของคณะมนตรีเพื่อความมั่นคงแห่งชาติ หรือ คมช. ที่ในวันขึ้นปีใหม่ของปี 2550 ได้เกิดระเบิดรอบกรุงเทพฯ หลายจุด แม้จะมีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ แต่ก็น้อยมาก ซึ่ง คมช.สรุปว่า ประเด็นน่าจะมาจากฝ่ายการเมืองที่เสียประโยชน์เป็นผู้ก่อการ เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของ คมช.
ตามรายงานของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สรุปสถานการณ์ระเบิด ตั้งแต่เริ่มเกิดเหตุวันแรก คือวันที่ 10 สิงหาคม จนถึงเช้าวันที่ 12 สิงหาคม 2559 มีเหตุการณ์ระเบิด ใน 5 จังหวัดภาคใต้ ใน 9 เหตุการณ์
อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีการลอบวางระเบิดไว้ถึง 3 จุด แต่เจ้าหน้าที่สามารถเก็บกู้ได้ 1 จุด
ที่จังหวัดภูเก็ต มีระเบิดเกิดขึ้น 3 เหตุการณ์ ตั้งแต่ วันที่ 10 สิงหาคม ก่อนจะมาเกิดอีกในวันที่ 12 สิงหาคม ที่สวนสาธารณะโลมา และตู้ควบคุมการจราจร สภ.กระทู้
จังหวัดตรัง มีการวางระเบิด ที่ตลาดนัดเซ็นเตอร์พอยท์
จังหวัดสุราษฏร์ธานี เกิดเหตุวางระเบิด ในวันนี้ ถึง 2 แห่ง
จังหวัดพังงา มีการวางระเบิด 2 ลูก หน้าตลาดบางเมียง
และในวันนี้ ยังมีเหตุไฟไหม้ในพื้นที่ กระบี่ และ นครศรีธรรมราช
สรุปแล้วการลอบวางระเบิด มีผู้เสียชีวิต 4 ราย บาดเจ็บ 34 ราย
รายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ฝ่ายความมั่นคงของ คสช. วิเคราะห์ว่า เป็นการเลือกเวลา สถานที่ โดยมีเป้าหมายทั้งสิ้น
การเลือกช่วงเวลา หลังเคารพธงชาติ ของวันที่ 12 สิงหาคม ให้เกิดระเบิดขึ้นที่กลางเมืองสุราษฎร์ธานี เป้าหมายเพื่อทำลายสถาบันชาติ
การเจาะจงเลือกจังหวัดตรังและสุราษฎร์ธานี ยังถูกมองได้ว่า เป็นการสะท้อนปัญหาภายในพรรคประชาธิปตย์ ที่ยังไม่เป็นปึกแผ่น ซึ่งจังหวัดตรัง เป็นบ้านเกิดของนายชวน หลีกภัย ที่มีจุดยืนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี ฐานเสียงสำคัญของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส.ที่ประกาศหนุนร่างรัฐธรรมนูญ
นอกจากนี้ วันที่เกิดเหตุ ยังเป็นวันคาบเกี่ยวกับวันคล้ายวันเกิดของ พล.อ.ประวิตร ในวันที่ 11 สิงหาคม ถือเป็นการดิสเครดิตรัฐบาล
ในวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์นักข่าวอย่างมีอารมณ์ โดยประนามคนก่อเหตุ ว่า เป็นคนไทยแต่จิตใจไม่ใช่ไทย และขอให้ได้รับผลกรรมจากการทำชั่วขึ้น เศรษฐกิจกำลังจะดี แต่ยังมีคนแบบนี้ อีกแล้วจะเอาความสงบสุขมาจากไหน
พล.อ.ประวิตร มองว่า ระเบิดที่เกิดขึ้นทั้ง 2 จุด ที่ตรัง และหัวหิน มีความเชื่อมโยงกันแน่นอน โดยทั้ง 2 จุด พบว่าวัตถุระเบิดที่ใช้ก่อเหตุ เป็นชนิดเดียวกันคือ "ซีโฟร์" แต่ยังไม่ทราบว่า ผู้ก่อเหตุเป็นใคร แต่มั่นใจว่าจะจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ และคาดว่าเหตุที่เกิดน่าจะมาจากเรื่องภายในประเทศ
เช่นเดียวกันกับ พล.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ออกมาระบุชัดเจน ว่า การก่อเหตุ เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทางการเมือง หลังการลงประชามติ และไม่มีความเชื่อมโยงกับการก่อการร้าย
ขณะที่ ปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง ให้รายละเอียดเพิ่มว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ อาจจะเป็นทีมหรือกลุ่มใหม่ก็เป็นได้ ซึ่งเชื่อว่าเป็นคนจากในประเทศ ไม่ใช่นอกประเทศ
https://www.facebook.com/185339505194025/videos/238959789831996/



