คอลัมนิสต์

โปเกมอน โก : ไล่ล่าหาอัลลัย?

โปเกมอน โก : ไล่ล่าหาอัลลัย?

12 ส.ค. 2559

โปเกมอน โก : ไล่ล่าหาอัลลัย? : โดยวิธีของเราเอง ไพฑูรย์ ธัญญา

            สัปดาห์นี้ ถือเป็นช่วงเวลาที่ไม่ธรรมดาจริงๆ สำหรับประเทศไทยของเรา เริ่มตั้งแต่การคว้าเหรียญทองโอลิมปิกเหรียญแรกของนักยกน้ำหนักไทย ที่ทำให้คนไทยทุกคนรู้สึกว่าเป็นวันที่เพลงชาติไทยไพเราะเป็นที่สุด ตามมาด้วยการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ที่จบลงด้วยรับมากกว่าไม่รับ ควบคู่ไปกับภาวะแตกตื่น โกลาหลอลหม่านของคนไทย ที่พากันไล่จับโปเกมอนแบบเอาเป็นเอาตาย ชนิดที่เราไม่ค่อยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน ถึงวันนี้กระแสไล่ล่าอย่างบ้าคลั่งก็ยังไม่สร่างซา สุดท้ายกลายเป็นประเด็นที่ทุกคนต้องพูดถึง

            ตอนแรกผมตั้งใจจะเขียนอะไรเกี่ียวกับการประชุมวิชาการเรื่องวรรณคดีกับสิ่งแวดล้อมที่สิงคโปร์อีกสักตอน แต่เมื่อเจอกระแสโปเกมอนเข้า ก็คงปล่อยให้ผ่านไปไม่ได้ ต้องวิ่งไล่จับกับเขาสักตั้ง ไม่งั้นคงตกกระแส ยิ่งปรากฏการณ์แบบนี้ยิ่งมาเร็วไปเร็วเสียด้วย

            ปรากฏการณ์โปเกมอน โก ที่กำลังร่ายเวทมนตร์ออกอาละวาดไปทั่วโลกในเวลานี้ จะถือว่าเป็นเรื่องแปลกประหลาดก็ได้อยู่ แต่ในความจริงแล้วมันไม่ได้มีอะไรที่อธิบายไม่ได้ ปรากฏการณ์โปเกมอน เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของโลกในศตวรรษที่ 21 หรือที่นักวิชาการเขาเรียกว่า "ยุคหลังสมัยใหม่"  ที่เต็มไปด้วยความเจริญก้าวหน้าและความซับซ้อนของเทคโนโลยีการสื่อสาร มันเป็นภาวะที่ "ความจริงเสมือน" กระโดดออกมารุกล้ำโลกของ "ความจริง"  นี่คือยุคสมัยที่เราไม่อาจแยกความแตกต่างระหว่าง “ความจริง” กับ “ความจริงเสมือน” ได้อีกต่อไป

            ที่พูดแบบนี้ ผมไม่ได้คิดเอาเองหรอกครับ แต่ยืมปากคำและแนวคิดของนักปรัชญายุคหลังสมัยใหม่ชาวฝรั่งเศสที่ชื่อ ฌอง โบดริยาร์ด มาส่องปรากฏการณ์นี้อีกทีหนึ่ง ไม่น่าเชื่อว่าสิ่งที่อีตาโบดริยาร์ดพูดไว้เมื่อไม่นาน มันจะกลายเป็นความจริงเชิงประจักษ์ไปแล้วในวันนี้ โบดริยาร์ดบอกว่า สังคมหลังสมัยใหม่ เป็นยุคของ ความจริงเสมือน เพราะมีการสร้างความจริงขึ้นมาผ่านกระบวนการปลอมแปลงหรือเลียนแบบความจริง ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการสื่อสารที่ซับซ้อน ความจริงเสมือนที่ถูกสร้างขึ้นมานี้ เป็น "ความจริงเหนือความจริง" คือมันจริงเสียจนเราแยกไม่ออกว่าอะไรคือ “ความจริง” ที่แท้จริงอีกต่อไป ดังนั้นสิ่งที่เราเรียกว่า “ความจริง” ไม่ใช่สิ่งที่มีอยู่ก่อนแล้ว แต่เป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นในหลากหลายรูปแบบ ความจริงเหนือความจริงที่เราอยู่กับมันจนขาดไม่ได้แล้ว ก็คือ การติดต่อสื่อสารผ่านโทรทัศน์ เครือข่ายอินเทอร์เน็ต ภาพยนตร์ การจัดแสดงนิทรรศการในพิพิธภัณฑ์ การโฆษณาผ่านสื่อมวลชนต่างๆ การเดินทางท่องเที่ยว หรือแม้กระทั่งการจัดสวนสนุกกลางแจ้ง เช่น ดิสนีย์แลนด์ เป็นต้น

            เกมโปเกมอนนี่แหละครับ คือ "ความจริงเสมือน" ที่โบดริยาร์ดว่าไว้ คือถ้ามันอยู่แต่ในคอมพิวเตอร์ หรือสมาร์ทโฟนก็ไม่เป็นไร แต่คนที่คิดเกมนี้ขึ้นมาได้สร้างความจริงเสมือนที่ก้าวล้ำไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว ด้วยการนำมันออกมา “เล่น” กับ “ความจริง” ในชีวิตจริงของเรา โดยผูกติดไว้กับแผนที่ในระบบ จีพีเอส โปเกม่อน โก จึงเป็นเกมที่ซ้อนกับโลกจริง เหมือนมันกระโดดออกมาจากโทรศัพท์มือถือวิ่งพล่านไปในสถานที่จริง ให้คนเราไล่ล่าตามหาตามจับ จนโกลาหลอลหม่านไปทั้งเมืองนี่แหละ พูดง่ายๆ ก็คือ เราต่างถูกมันหลอกเสียจนแยกไม่ออกว่าอะไรคือจริงและอะไรคือลวง มันเหมือนว่าเราต่างโดนสะกดจิตด้วยเวทมนตร์หมอผีแห่งโลกดิจิทัลอย่างไรอย่างนั้น

            ถ้ามันเพียงแค่เกมคอมพิวเตอร์เกมหนึ่งก็ไม่กระไร แต่ที่มันสร้างปัญหาจนถูกวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนักก็เพราะได้เจ้าตัวโปเกมอนนี้ มันเหมือนจะอยู่นอกเหนือการควบคุม มันไม่สนใจในเรื่องพื้นที่ เวลา หรือกฎเกณฑ์ใดๆ ทั้งสิ้น มันสามารถรุกล้ำไปทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ส่วนตัว หรือพื้นที่ต้องห้าม แม้แต่วัดวาอาราม หรือศาลพระภูมิ เดือดร้อนจนพระสงฆ์องค์เจ้าต้องติดป้ายห้ามไล่ล่าในเขตอภัยทานดังที่เราเห็นกัน มันกลายเป็นเรื่องตลกที่หัวเราะกันไม่ค่อยออก แต่มันก็สะท้อนให้เห็น “ภาวะ” ของผู้คนในยุคหลังสมัยใหม่ได้อย่างชัดเจนเป็นที่สุด

            ปรากฏการณ์แบบโปเกมอนจะยังมีให้เห็นอีกเรื่อยๆ ในอนาคต ตราบใดก็ตามที่ผู้ประดิษฐ์คิดค้นยังขาดในสิ่งที่เราเรียกว่า “จริยธรรม” ด้านคอมพิวเตอร์ ไม่สนใจว่า สิ่งประดิษฐ์คิดค้นของตนมันจะเข้ามาล่วงล้ำ “ความเป็นมนุษย์” ของเราอย่างไร สิ่งเดียวเท่านั้นที่จะปกป้องเราให้รอดพ้นจากการเป็นเหยื่อจากมายาคติของความจริงเหนือจริงก็คือ ความมีสติและวิจารณญาณนั่นเอง