
สืบสานพระราชปณิธาน
สืบสานพระราชปณิธาน : บทบรรณาธิการประจำวันที่11ส.ค.2559
ตลอดระยะเวลาหลายสิบปี สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ เคียงข้างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประกอบพระราชกรณียกิจในการช่วยเหลือพสกนิกรทั่วประเทศ ทรงไม่ย่อท้อต่อความยากลำบากเหน็ดเหนื่อย ทรงมีเป้าหมายเพื่อให้ราษฎรได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีมีความพอเพียงในการดำรงชีวิต ซึ่งพระราชปณิธานที่ทรงปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอเป็นที่ประจักษ์แก่อาณาประชาราษฎร์ แม้ในถิ่นทุรกันดารหรือพื้นที่ที่มีปัญหาด้านความมั่นคง อย่างเช่นจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็เสด็จฯ ไป เพื่อช่วยเหลือประชาชนของพระองค์ พร้อมทั้งทรงริเริ่มโครงการให้แก่ชาวบ้านในท้องถิ่น เช่น โครงการฟาร์มตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่กระจายอยู่ใน จ.นราธิวาส ปัตตานี และยะลา
พระองค์ทรงทุ่มเทเพื่อให้ประชาชนในถิ่นห่างไกลสามารถยกระดับความเป็นอยู่ และยังเป็นพระราชประสงค์เพื่ออนุรักษ์ศิลปะและงานฝีมือหัตถกรรมท้องถิ่น ตลอดจนงานฝีมือของช่างไทยให้คงอยู่ ในเบื้องต้นมีพระราชดำริส่งเสริมอาชีพให้แก่ชาวบ้าน เพื่อมีรายได้ทดแทนกรณีที่ผลผลิตทางการเกษตรต้องเสียหายจากภัยธรรมชาติ โดยช่วงแรกทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ชาวบ้านทอผ้าไหมมัดหมี่แล้วทรงรับซื้อเอาไว้ ต่อมามีการจัดตั้งเป็นมูลนิธิและพระราชทานชื่อว่า “มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพพิเศษในพระบรมราชินูปถัมภ์” ซึ่งปัจจุบันมีโครงการส่งเสริมศิลปาชีพอยู่ทั่วประเทศ และกระจายไปในงานฝีมือหลายสาขาอาชีพ ทั้งช่างทอ ช่างเหล็ก งานเซรามิก เป็นต้น ทำให้ราษฎรมีอาชีพเสริมรายได้เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ พระองค์ทรงห่วงใยทรัพยากรธรรมชาติที่นับวันจะหมดลงไปทั้งจากการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของโลกและจากน้ำมือมนุษย์ โดยทรงตระหนักว่าทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลของไทย มีสัตว์หลายชนิดที่ใกล้สูญพันธุ์ โดยเฉพาะเต่าทะเล เช่น เต่ามะเฟือง เต่าตนุ เต่ากระ เต่าหญ้า เต่าตาแดง ที่มีการเก็บไข่เต่าทะเลไปซื้อขาย จึงมีพระราชดำริให้ดำเนินโครงการอนุรักษ์เต่าทะเล จึงเกิดโครงการสมเด็จฯ อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล เริ่มเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2522 พร้อมพระราชทานเกาะมันใน จ.ระยอง ซึ่งรัฐบาลในสมัยนั้นถวายเป็นทรัพย์สินส่วนพระองค์ จัดเป็นศูนย์กลางอนุรักษ์และเพาะขยายพันธุ์เต่าทะเล ต่อมาได้ขยายไปถึงการอนุรักษ์และฟื้นฟูปะการัง หอยมือเสือ และทรัพยากรทางทะเลอื่นๆ อีกมากมาย
"ป่าไม้ช่วยซึมซับน้ำฝนไว้ใต้ดิน เรียกว่า น้ำใต้ดิน ค่อยๆ ระบายลงมาเป็นธารน้ำ เป็นลำคลอง เป็นแม่น้ำ ให้เราได้ใช้กันตลอดมา เราจึงควรถนอมรักษาป่าไว้ให้คงอยู่เป็นต้นน้ำลำธาร เพื่อว่าลูกหลานเราจะได้ไม่ลำบาก” พระราชดำรัสสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2534 เป็นสิ่งประจักษ์ชัดถึงพระราชปณิธานอันสำคัญถึงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำลำธาร และได้มีโครงการตามพระราชดำริในเรื่องป่าและพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำในหลายพื้นที่ ซึ่งตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่พระองค์ทรงมีคุณูปการแก่ประเทศและพสกนิกรอย่างหาที่สุดมิได้ วันที่ 12 สิงหาคม 2559 วันเฉลิมพระชนม์ 84 พรรษา ชาวไทยพร้อมใจถวายพระพร และขอให้คนไทยทุกคนสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ท่าน



