คอลัมนิสต์

แบบนี้ดีไหม ?

แบบนี้ดีไหม ?

07 ก.พ. 2552

ต้องเรียกว่าเป็นข่าวดีชั้นยอดเลยล่ะสำหรับการเคลื่อนไหวของ ทักษิณ ชินวัตร ผู้หลบหนีการลงทัณฑ์ คุก 2 ปี ที่ในเวลาอันใกล้นี้ จะแวะเวียนมาที่เกาะกง ประเทศกัมพูชา

จะเพื่อรอให้ผู้ทรงเกียรติทั้งหลายหมอบคลานเข้าไปหาด้วยความคิดถึง หรือเพื่อวางแผนป่วนเมือง ปูทางให้บรรดาผู้ที่ค้านไม่เป็นทั้งหลาย ได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้งก็ตามที นั่นเป็นเรื่องของ ส.ส.ซีกนั้น ! แต่สำหรับรัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แล้วต้องเรียกว่า นี่แหละโอกาสทองมาถึงแล้ว สำหรับรัฐมนตรีต่างประเทศ กษิต ภิรมย์ ก็ต้องเรียกว่า เข้าทางแล้ว ถึงแม้ว่า จะไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับกัมพูชา แต่มันก็น่าจะมีวิธีการซิกแซ็ก แลกเปลี่ยน ประเภท หมูไปไก่มา เพื่อให้ได้ตัวผู้ต้องหามาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมบ้างแหละ แต่เบื้องต้นกระทรวงต่างประเทศจะต้องชัดเจนเสียก่อนว่า เอาไง กับพาสปอร์ตที่ยังเหลืออยู่ของทักษิณ ที่บอกก่อนหน้านี้ว่า จะพิจารณาเพิกถอน เพราะเข้าองค์ประกอบหมดแล้วนั้นวันนี้ไปถึงไหน เพราะเรื่องนี้อย่างที่รู้กันว่า คนที่ไม่มีพาสปอร์ต เมื่อเดินทางไปประเทศไหนที่เป็นนิติรัฐประเทศนั้นเขาก็จะปฏิเสธ หรือหากสายสัมพันธ์แน่นปึ้กกับไทยเรา เขาก็จับตัวส่งกลับมาให้ดำเนินคดี ไม่ต้องไปพึ่งพากระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ที่ต้องผ่านช่องทางของอัยการสูงสุดให้เมื่อยตุ้ม ที่สำคัญไม่ต้องไปร้องขอให้ ทักษิณ หยุดป่วน หยุดเคลื่อนไหว เพราะอำนาจอยู่ในมืออยู่แล้ว ถ้าเห็นว่า ที่อยู่ที่เหมาะสม หรือการเคลื่อนไหวที่เหมาะสมของทักษิณ ไม่น่าจะเป็นแบบนั้น ก็จัดการเสียก็สิ้นเรื่อง หรือกลัวว่า ถ้าทักษิณ เข้ามาเมืองไทย แล้วเหตุการณ์มันจะเปลี่ยน หรือกลัวว่า "มวลชน" ที่เคยได้ยินคำคุยเขื่อง จะกลายเป็นเรื่องจริง ถ้ากลัว "กฎหมู่" ขนาดนั้น ก็ไม่น่าจะอาสามาเป็นรัฐบาล แล้วปล่อยให้ทักษิณ คอยโฟนอินเขย่าขวัญกันอยู่อย่างนี้ คิดไม่ได้ไปไม่เป็น ก็น่าจะยกประเทศไทยให้พรรคเพื่อไทยเขาบริหาร ปล่อยเขาออกกฎหมายนิรโทษกรรม ยกเลิกกฎหมาย ป.ป.ช.เพื่อให้ทักษิณ พ้นผิด แล้วก็ปล่อยให้อำนาจอธิปไตยบ้านเราเหลือเพียงแค่ 2 บริหารกับนิติบัญญัติ ส่วนตุลาการก็ให้เป็นองค์กร หรือหน่วยย่อยที่ขึ้นกับฝ่ายบริหาร เวลาพิพากษาคดีใด จะได้เป็นที่ถูกอกถูกใจ "นิติธรรม-จริยธรรม" ก็ให้เป็นคำต้องห้ามไปเลย เอาอย่างนี้เลยดีไหม ? ทางข่าว ศรายุทธ สายคำมี