คอลัมนิสต์

ป้องกันการซื้อขายตำแหน่ง

ป้องกันการซื้อขายตำแหน่ง

10 ส.ค. 2559

ป้องกันการซื้อขายตำแหน่ง : บทบรรณาธิการประจำวันที่10ส.ค.2559 

            แนวคิดของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เรื่องการปฏิรูปตำรวจหัวข้อหนึ่งน่าสนใจโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระบบการป้องกันการซื้อขายตำแหน่งที่กำลังเป็นที่วิจารณ์กันภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แม้จะไม่มีหลักฐานชัดเจน แต่ก็มีคดีของร.ต.อ. สน.นิมิตรใหม่ ที่แจ้งความเอาผิดเพื่อนร่วมรุ่น รองสารวัตร สน.บางรัก เรื่องอมเงินที่มีการตกลงกันว่าจะนำไปซื้อของกำนัลให้ผู้ใหญ่เพื่อให้ได้ตำแหน่งสารวัตร แต่เรื่องกำลังเงียบหายไปและแนวโน้มจะออกไปกับประเด็นการหลอกลวงมากกว่าการซื้อขายตำแหน่งเสียแล้ว ในมุมมองของคณะกรรมาธิการ ดังกล่าวเห็นว่าการแต่งตั้งโยกย้ายระดับสารวัตรถึงรองผู้บังคับการ ที่ผ่านมา ไม่ว่าผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือระดับผู้บัญชาการ  ไม่สามารถใช้อำนาจตามกฎหมายได้อย่างอิสระ เนื่องด้วยฝ่ายการเมืองเข้ามาแทรกแซง ประกอบกับหลักเกณฑ์ต่างๆ มีช่องทางให้ปฏิบัติมาก ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมด้านการปกครอง มีการฟ้องร้องกันมากหลังจากมีคำสั่งออกมา ทำให้องค์กรตำรวจเกิดปัญหาขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่สามารถสลัดออกจากการเมืองได้

            แนวคิดหาแนวทางป้องกันการซื้อเสียงและเล่นพรรคเล่นพวกจึงน่าสนใจ โดยเฉพาะหลักเกณฑ์การแต่งตั้งในระดับนายพลลงมาถึงสารวัตร เพราะเป็นเก้าอี้ที่มีการซื้อขายกันมาก เพราะอยู่ในระดับปฏิบัติการใกล้ชิดประชาชน มีผลประโยชน์จำนวนมาก มีเก้าอี้ระดับเกรดเอ เกรดบี กองบัญชาการหลักและกองบัญชาการรอง ทำให้เกิดการซื้อขายเก้าอี้ในพื้นที่ที่มีแหล่งอบายมุขมากทั้งอาบอบนวด สถานบันเทิงมากๆ เมื่อใช้เงินซื้อก็ต้องกลับมาถอนทุน ผลกระทบก็ตกกับประชาชนเพราะตำรวจไม่ทำงาน หาเงินและต้องยิ่งหาให้มากขึ้นเพราะจะต้องเก็บสะสมไว้ซื้อตำแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป ทำให้การทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นไปอย่างกว้างขวาง การแก้ปัญหาจึงต้องมีหลักที่ชัดเจน จึงได้ปรับปรุงเพื่อเป็นขวัญกำลังใจกับตำรวจที่ไม่วิ่งเต้นไม่มีเส้นสาย โดยการกำหนดให้นายตำรวจที่จะเลื่อนยศตำแหน่ง ต้องเข้าไปบริหารหน่วยงานขนาดเล็กก่อนหรือที่เรียกกันว่าโรงพักเกรดบี หรือกองบัญชาการ หน่วยงานสนับสนุนหรือคุมกำลังระดับภาค โดยใช้หลักอาวุโสพิจารณาก่อน ห้ามข้ามโดยเด็ดขาด จากนั้นก็พิจารณาความรู้ความสามารถ ใครทำงานได้รับรางวัล อาจจะบวกอาวุโสไปอีก 1 ปี หรือท้องที่ใดหรือนายตำรวจคนใดถูกพิจารณาตั้งคณะกรรมการสอบสวนก็ถูกลดอาวุโสลง 1 ปี เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาแต่งตั้ง 

            นอกจากนี้ยังต้องมีการสอบ ใครได้คะแนนมากก็มีสิทธิ์เลือกไปลงในท้องที่ไหนก็ได้ตามลำดับ นอกจากนี้ยังมีแนวคิดในการนั่งบริหารไม่ต่ำกว่า 2-3 ปี เพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง ในระยะเวลาการทำงานถ้าไม่ครบหลักเกณฑ์ก็ห้ามย้าย ยกเว้นเสียแต่จะถูกตั้งคณะกรรมการสอบหรือมีความบกพร่องต่อหน้าที่ชัดเจน ลักษณะเงื่อนไขของการปฏิรูปแบบนี้ เชื่อว่าจะป้องกันการซื้อขายเก้าอี้ได้ในระดับหนึ่งเพราะมีหลักที่ชัดเจน การเลื่อยขาเก้าอี้หรือการไปเตะหัวหน้าหน่วยออกเพื่อจะได้ไปนั่งแทนก็จะน้อยลง วิธีการปฏิบัติแบบนี้ถ้าทำได้ก็น่าสนใจไม่น้อยเพราะความเป็นจริงในปัจจุบัน ทุกเก้าอี้สามารถเปลี่ยนแปลงได้ในทันที ถ้ามีการวิ่งเต้นหรือความต้องการของผู้บังคับบัญชาหรือฝ่ายการเมือง ประเด็นนี้ถือเป็นหัวใจหลักเพื่อสกัดความวุ่นวายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ เพราะการแต่งตั้งโยกย้ายคือหัวใจของการทุจริตคอร์รัปชั่นและนำไปสู่ความยุติธรรมในสังคม การบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกันด้วย