คอลัมนิสต์

ขบวนการประชาธิปไตย2559

ขบวนการประชาธิปไตย2559

09 ส.ค. 2559

ขบวนการประชาธิปไตย2559  : กระดานความคิด  โดยบางนา บางปะกง

           ช่วงรณรงค์ออกเสียงประชามติปีนี้ ไม่มีภาพของอดีตนักเลือกตั้งพรรคการเมืองใหญ่ออกมาเคลื่อนไหวชี้นำเหมือนประชามติ 2550

           ที่น่าสนใจ มีนักวิชาการและนักกิจกรรม ฝ่ายไม่ยอมรับการรัฐประหาร พยายามออกแบบ “ขบวนการประชาธิปไตย” ที่ไม่มีภาพของ “ทักษิณ” และ “คนเสื้อแดง”

           สิบปีที่ผ่านมา ความขัดแย้งทาง ความเชื่อเรื่องจะเดินตามทุนสามานย์ หรือจะรักษาระบอบอำมาตยาธิปไตย ได้ทำให้ภาคประชาชน และนักพัฒนาเอกชน ต้องแยกทางกันเดินชั่วคราว

           มาถึงวันนี้ กลุ่มองค์กรภาคประชาชน ที่เคยมีความเชื่อต่างกัน กลับเห็นตรงกันว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับมีชัย ไม่เป็นประชาธิปไตย และประกาศไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ

           ก่อนหน้านั้น ฝ่ายประชาธิปไตย มีเพียงกลุ่มนักศึกษา-นักกิจกรรมในนามขบวนการประชาธิปไตยใหม่ และนักวิชาการหน้าเดิมๆ ที่ชูธงต้านเผด็จการ และไม่เอาอำมาตยาธิปไตย ออกมาส่งเสียงสนับสนุนคนรุ่นใหม่

           เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2559 เครือข่ายนิสิตนักศึกษา และประชาชน 43 องค์กร ได้แสดงจุดยืนโหวตโน ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วง

           กลุ่มองค์กรที่คุ้นชื่อ ก็มีมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม, มูลนิธิบูรณะนิเวศ, เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก, มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย), มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย, กลุ่มศึกษาเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (FTA Watch), เครือข่ายสลัม 4 ภาค และมูลนิธิโลกสีเขียว

           ภาคประชาชน ได้แก่ สมัชชาคนจน, กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด 6 หมู่บ้าน ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย และเครือข่ายกลุ่มเกษตรกรภาคเหนือ (คกน.)

           การปรากฏตัวของภาคประชาชน และเอ็นจีโอฝ่ายไม่รับร่างรัฐธรรมนูญลายพราง ทำให้ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ และเครือข่ายนักวิชาการปีกต้านเผด็จการ ไม่โดดเดี่ยว

           กองเชียร์ฝ่ายประชาธิปไตยเป็นปลื้ม และฝันเห็นขบวนการประชาธิปไตยขยายใหญ่โตขึ้น เหมือนช่วงก่อนเกิดเหตุการณ์ “พฤษภา 2535”

           สถานการณ์การชุมนุมประท้วงการสืบทอดอำนาจของคณะทหาร รสช.เมื่อปี 2535 มีจุดเริ่มจากนักศึกษา นักวิชาการ และเอ็นจีโอ ที่รวมตัวสร้างเครือข่ายขยายแนวร่วม จนมีพรรคพลังธรรม และพรรคความหวังใหม่ เข้ามาเป็นพันธมิตรขับไล่คณะทหาร ภายใต้การนำของ พล.อ.สุจินดา คราประยูร

           มิเพียงเท่านั้น ยังมีภาคประชาชนและเอ็นจีโอ 30 องค์กรในภาคใต้ ได้แสดงจุดยืนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2559 อาทิ เครือข่ายพลเมืองสงขลา, คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้ (กป.อพช.ใต้), มูลนิธิอันดามัน, สมาคมสมาพันธ์ประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย, สมาคมรักษ์ทะเลจะนะ, เครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน, ชมรมแพทย์ชนบทภาคใต้ ฯลฯ

           ที่ผ่านมา ภาคประชาชนกลุ่มดังกล่าวข้างต้น ก็เคยร่วมกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) เคลื่อนไหวต้านระบอบทักษิณ และร่วมกับ กปปส. คัดค้านกฎหมายนิรโทษกรรมสุดซอย

           ครั้นเกิดรัฐประหาร 2557 องค์กรภาคประชาชนในภาคใต้ ได้ลุกขึ้นมาต่อสู้เรื่องพลังงาน และคัดค้านการโรงไฟฟ้าถ่านหิน ซึ่งดูเหมือนว่า รัฐบาลประยุทธ์ จะไม่รับฟังข้อเรียกร้องของพวกเขามากนัก

           อดีตคนเสื้อเหลืองเห็นว่า รัฐบาลประยุทธ์ เปิดโอกาสให้ทุนใหญ่เข้าแย่งยึดทรัพยากรธรรมชาติ จึงแสดงออกเชิงคัดค้านกฎหมายปิโตรเลียมฉบับใหม่ รวมถึงค้านยุทธศาสตร์ประชารัฐ

           กรณีดังกล่าว ดูเหมือน “คนสองสี” เริ่มจะไหลมารวมกัน จึงต้องรอดูว่า หลังการลงประชามติ 7 สิงหา กลุ่มองค์กรเหล่านี้ยังจะเป็น แนวร่วม และเปิด “แนวรบ” คัดค้านการสืบทอดอำนาจของทหารต่อไปอีกหรือไม่?

           นักกิจกรรมขาใหญ่แอบฝันเห็นการสลายสีเสื้อ เพื่อก่อรูปโมเดล “พฤษภา 35” ในการต่อสู้ของภาคประชาชนครั้งใหม่