
จัด "โซนนิ่ง" เกม "ไล่ล่าโปเกมอน"
ถึงขั้น กสทช.ต้องออกโรงจัดโซนนิ่ง "เกมไล่ล่าโปเกมอน" อย่างจริงๆ จังๆ หลังนักเล่นเกมตะลุยไปตามสถานที่ต่างๆ แม้แต่ทำเนียบรัฐบาล ที่ทำงานของนายกฯลุงตู่
เกม “ไล่ล่าโปเกมอน” ที่กำลังฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมือง ตามสถานที่ต่างๆ เห็นผู้คนก้มหน้าก้มตา จดจ่ออยู่กับจอสมาร์ทโฟน จนไม่สนใจสิ่งแวดล้อมรอบตัว หรือแม้กระทั่งความปลอดภัย
เกมฮิตแห่งปีที่ว่านี้ ได้สร้างความฮือฮาได้ ตั้งแต่ยังไม่เปิดให้เล่น และยังทำให้ผู้คนคลั่งกันทั่วโลก เป็นเทรนด์เดียวกันแทบทุกประเทศ แต่ผลข้างเคียงจากเกมจับโปเกมอน ในต่างประเทศ ก็มีข่าวเด็กตกน้ำ ตกท่า เกิดขึ้นแล้ว
ส่วนในประเทศไทย แม้จะยังไม่มีเหตุร้ายแรง แต่เกมนี้ ก็เริ่มจะส่งผลกระทบต่อสังคมจากพฤติกรรมผู้เล่น ที่ล่วงล้ำ ตามจับตัวการ์ตูน ไปในสถานที่ไม่เหมาะสม อย่างเช่น โรงพยาบาล สถานีตำรวจ แม้แต่ ทำเนียบรัฐบาล ที่ทำงานของ "นายกฯลุงตู่" จนต้องออกมาห้ามกันจริงๆ จังๆ แล้ว
ล่าสุด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่าง กสทช. ต้องออกโรง หามาตรการป้องกันและแก้ปัญหา หลังนักเล่นเกมตะลุยไปตามสถานที่ต่างๆ อย่างลืมนึกถึงความเหมาะสม รวมถึงความปลอดภัยของตัวเอง
เพราะหลังจากเพิ่งเปิดตัวไป เมื่อวันเสาร์ที่ 6 สิงหาคม 2559 ที่ผ่านมา กระแสเกมนี้ก็ลามไปอย่างรวดเร็ว ทั้้งจากคนดัง เซเลป ที่นำเทรนด์ และโพสต์ลงในโซเชียล ออนไลน์ จนคนที่ไม่ค่อยสนใจ ก็เริ่มอยากรู้ อยากลอง
ใครที่ยังไม่เคยไล่จับโปเกมอน อย่างเมามันส์ หรือ ไม่คิดจะโหลดมาเล่น แต่ถ้าลองศึกษา ให้รู้ทัน กระแสเกมนี้ไว้ ก็ไม่เสียหาย เพราะเกมไล่ล่าจับโปเกมอน ที่ว่านี้ ก็มีทั้ง "ข้อดี" และ "ข้อเสีย" ที่เกิดจากการไล่ล่าตัวละครในเกม หรือ เหล่ามอนสเตอร์
หากเล่นเกมนี้ ในพื้นที่สาธารณะ มีบริเวณ ที่ผู้เล่นมักไปรวมตัวกัน แค่ขยับเท้า ก็เท่ากับออกกำลังกายแล้ว เพราะรูปแบบการเล่น ได้บังคับให้ผู้เล่น หรือ ในเกมเรียกว่า "เทรนเนอร์" ต้องออกเดินทาง เพื่อเก็บระยะทางให้ครบ สำหรับการ "ฟักไข่" โปเกมอนนั่นเอง
ระยะทาง ก็มีตั้งแต่ 2 กม. 5 กม. 10 กม. โดยระยะทางที่ว่านี้ ทำให้เหล่าเทรนเนอร์ต้องออกเดิน หรือบางคนก็เลือกใช้วิธีปั่นจักรยาน นั่งมอเตอร์ไซค์
ต้องขอบอกว่า ผู้ออกแบบเกมนี้ เขาก็คิด ดักทาง กันมาแล้ว จึงจำกัดความเร็ว ในการเคลื่อนไหวไว้ที่ 10-20 กม.ต่อ ชม.เท่านั้น ใครจะแว้นเร็วแว้นแรงอย่างไร ก็ไม่ได้ช่วยเพิ่มระยะทางฟักไข่ให้เร็วขึ้นได้ เพราะฉะนั้น ก็อาจจะต้องเดินวนกันไป
และที่น่าสนใจในบ้านเรา ตอนนี้ ก็เริ่มเห็น "อาชีพใหม่" จากเกมนี้ กันแล้ว คือ "รับจ้างขับขี่มอเตอร์ไซค์ล่าโปเกมอน" และ "จัดทัวร์จับโปเกมอน"
ขณะที่ผู้เล่น ก็อาจจะได้สังคมใหม่ๆ เพื่อนใหม่ๆ ที่อยู่ตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งก็ต้องระมัดระวัง "ภัยแฝง" จากคนแปลกหน้า เอาไว้ด้วย โดยเฉพาะเวลากลางคืน ที่อยากจะออกไปไล่จับโปเกมอน
แต่ที่กำลังกลายเป็นปัญหา ทำให้หน่วยงานต่างๆ ต้องลุกขึ้นมา จัดระเบียบการเล่นเกมนี้ เพราะเริ่มดราม่าหนักตรงที่ เมื่อเหล่าโปเกมอน ไปโผล่ที่โบราณสถาน
หลังเปิดให้บริการไม่กี่วัน มีคนโทรร้องเรียน ผ่านหมายเลข 1200 แจ้งว่า มีคนตามล่าโปเกมอน ในสถานที่ไม่เหมาะสม เพราะเหล่าโปเกมอนไม่ได้ปรากฏตัว เฉพาะในตรอกซอกซอย ถนนหนทาง ร้านโชห่วย ร้านอาหาร แต่กลับเป็น "โบราณสถาน" และ "สถานที่ประกอบพิธีทางศาสนา" เช่น วัด ศาลพระภูมิ
เพราะทันที ที่เปิดเล่นเกมนี้ในประเทศไทย ก็พบปัญหาว่า ผู้เล่นบางคนที่อยากจับโปเกมอน จนลืมคำนึงถึงความเหมาะสม มีการปีนป่ายสถานที่ต่างๆ เพื่อหาจุดจับโปเกมอน ไม่เว้นแม้แต่วัดวาอาราม ที่เดือดร้อนไปถึงพระสงฆ์า ที่ต้องมาเปิดไฟในเวลาค่ำคืน ให้เหล่าญาติโยมหรือเด็กวัด เพราะเกรงจะเกิดอันตราย
นอกจากนี้ ยังเสี่ยงให้เกิดการบุกรุกพื้นที่ส่วนบุคคล เนื่องจากแหล่งกำเนิดโปเกมอนแต่ละสายพันธุ์นั้นแตกต่างกันไป เช่น "โปเกมอนพิษ" เกิดตามแหล่งอุตสาหกรรม โรงงาน "โปเกมอนดิน-โปเกมอนหิน" เกิดตามพื้นที่เพาะปลูกหรือป่า "โปเกมอนทั่วไป" เกิดตามที่พักอาศัย "โปเกมอนภูต" เกิดตามแลนด์มาร์คและชายทะเล "โปเกมอนมังกร" เกิดตามสนามกอล์ฟ "โปเกมอนพลังจิต" เกิดตามโรงพยาบาลและที่พักอาศัยยามค่ำคืน "โปเกมอนน้ำ" เกิดตามสวนสาธารณะและแหล่งน้ำ เป็นต้น
เริ่มเห็นแล้วใช่ไหมว่า "ความเสี่ยง" ของเกมนี้ มีเยอะแยะไปหมด
ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 ส.ค. หน่วยงานกำกับดูแลผู้ให้บริการมือถืออย่าง กสทช. ได้เข้าหารือกระทรวงไอซีที ว่าจะต้องหาทางจัด "โซนนิ่ง" โปเกมอน โก หรือจำกัดพื้นที่ปล่อยโปเกมอน เข้าไปเล่นเกมในสถานที่ไม่เหมาะสมหลายแห่ง เช่น โรงพยาบาล สถานที่ราชการ สถานที่เกี่ยวกับความมั่นคง รวมถึงการเล่นเกมบนถนนสาธารณะ ที่อาจขาดความระมัดระวัง ก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้
ทั้งนี้ ในวันที่ 9 ส.ค. กสทช.ได้เชิญค่ายมือถือทั้ง 5 ค่าย มาหารือ เพื่อจัดระเบียบเกม โปเกมอน โก เพื่อกำหนดจุดกำเนิด หรือตำแหน่งในการจับตัวละครในเกม เพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวาย และอันตรายกับตัวผู้เล่นและผู้อื่น
ขณะนี้แม้ว่า บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จะไม่ใช่เจ้าของลิขสิทธิ์เกม แต่ "ทรู" ก็คือผู้ให้บริการรายเดียว ที่ กสทช.จะขอให้ไปเจรจากับ บริษัท โปเกมอน คัมพานี เจ้าของ ในประเทศญี่ปุ่น
นอกจากนี้ ยังมีความกังวล เรื่องการซื้อ ไอเทม หรือ สินค้าเพิ่มในเกม รวมถึงการใช้งานดาต้า ที่อาจจะทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว และอาจเกิดปัญหาร้องเรียนเรื่องค่าบริการที่สูงขึ้น จากการเล่นของเด็กอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งผู้ปกครองไม่ทราบ เหมือนอย่างหลายกรณีที่เกิดปัญหาร้องเรียนมาแล้ว
กสทช.ย้ำว่า การทำกิจกรรมพิเศษ การตลาดในประเทศไทย ต้องเหมาะสม ไม่ได้ห้ามเล่น แต่ต้องกำกับดูแลให้ดี และยังฝากถึง ผู้ปกครองให้สอดส่องดูแลการเล่นของเด็กๆ ทั้งเวลา สถานที่ ให้พอเหมาะพอควร
สถานการณ์ในบ้านเราอยู่ในขั้น ป้องกันไว้ดีกว่าแก้ แต่ "ประเทศแรกในโลก" ที่ประเดิม "แบน"เกมนี้ไปแล้ว คือ "อิหร่าน" เพราะเกรงจะ "กระทบความมั่นคง" ของชาติ
ว่าแต่เราจะไม่น่าจะไปถึงจุดนั้นกันนะ ถ้า “ไล่จับโปเกมอน” กันอย่างมีสติ



